วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไทม์ไลน์ นับถอยหลัง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ชี้ชะตา ‘ยุน ซอกยอล’ อยู่ต่อ VS พ้นตำแหน่ง

ผลถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล เมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้เข้าสู่โหมดพักหน้าที่อย่างเป็นทางการ ถือเป็นวิกฤติทางการเมือง 11 วัน สร้างความวุ่นวายให้เกาหลีใต้ จากที่ยุนตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกแบบกระทันหัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รวบรวมเหตุการณ์สำคัญๆ การเมืองเกาหลีใต้ ตั้งแต่มีการประกาศกฎอัยการศึก ไปจนถึงสมาชิกรัฐสภาโหวตถอดถอนประธานาธิบดีหรืออิมพีชเมนท์ ยุน ซอกยอล ต่อเนื่องไปถึงช่วงเวลานับถอยหลังสู่ขั้นตอนศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาชี้ชะตาอนาคตยุนว่า จะได้อยู่ในหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 

ไทม์ไลน์ ถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล อยู่ต่อ VS พ้นตำแหน่ง

3 ธันวาคม 2567

ไม่นานก่อนเวลา 22.30 น. ยุน ซอกยอล ประกาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะประกาศกฎอัยการศึกเพื่อจัดการ “ กลุ่มต่อต้านประเทศ” และ "เอาชนะทางตันทางการเมือง"

หนึ่งชั่วโมงต่อมา กองทัพเกาหลีใต้ ออกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภาเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ จากนั้นทหารและตำรวจบุกเข้าไปยังรัฐสภา ปิดล้อมอาคาร 2 หลังคือ อาคารรัฐสภาและห้องประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านอยู่ข้างใน ได้พยายามสร้างเครื่องกีดขวาง และใช้ถังดับเพลิงปัดป้องทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่โรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ พยายามฝ่าตัวเข้ามาในอาคารรัฐสภา ด้วยการทุบกระจก พังประตู

สมาชิกรัฐสภากระโดดหนีข้ามสิ่งกีดกั้น เพื่อเลี่ยงแนวป้องกันความปลอดภัย ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกรัฐสภา

4 ธันวาคม 2567

สมาชิกรัฐสภา 190 คน ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งกองทัพ โดยในช่วงเช้าได้ลงมติเป็นเอกฉันท์คัดค้านคำประกาศกฎอัยการศึกของยุน ขณะที่ทหารก็เริ่มทยอยออกจากพื้นที่

ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อมา ยุนแถลงทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอีกครั้ง โดยประกาศว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึก ตามที่กฎหมายให้มีผลบังคับใช้ประมาณ 6 ชั่วโมง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านทำการเคลื่อนไหววางแผนยื่นญัตติถอดถอนยุน

"ยุน ซอกยอล ตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรง ต่อการประกาศกฎหมายอัยการศึก ซึ่งจะสร้างปัญหารุนแรง และก่อความไม่ชอบธรรม" เคิร์ต แคมป์เบลล์ ของสหรัฐ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งดูแลรับผิดชอบนโยบายด้านอินโด-แปซิฟิก แสดงความเห็น

5 ธันวาคม 2567

แม้พรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ของยุน จะเสียงแตกกัน แต่ยุนก็ตัดสินใจไม่ยอมยุติบทบาทของเขา

อี ซังมิน รัฐมนตรีมหาไทย และคิม ยอง-ฮยอน รัฐมนตรีกลาโหมได้ยื่นหนังสือลาออก และได้รับการอนุมัติจากยุน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนยุน คิม และอี ซังมิน ในข้อหากบฏ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องจากการประกาศกฎอัยการศึก หลังจากพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ยื่นคำร้อง

6 ธันวาคม 2567

ฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรคพีพีพี กล่าวว่า ยุนต้องออกจากตำแหน่ง เนื่องจากพยายามประกาศกฎอัยการศึก ขณะที่สมาชิกพรรคบางคนเรียกร้องให้ยุนลาออก

7 ธันวาคม 2567

ยุนแถลงขอโทษประชาชนทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ โดยเขากล่าวฝากชะตากรรมไว้ในมือของพรรคพีพีพี แต่ไม่กล่าวคำลาออก

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน สมาชิกรัฐสภาเปิดโหวตอิมพีชเมนท์ แต่สุดท้ายการลงมติถอดถอนยุนล่ม เนื่องจากพรรคพีพีพีคว่ำบาตร ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ

8 ธันวาคม 2567

อัยการระบุ ยุนจะถูกดำเนินการสอบสวนทางอาญา ในข้อหาพยายามใช้กฎอัยการศึก ขณะที่ รัฐมนตรีกลาโหม คิม ยอง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมถูกจับ เหตุเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึก

9 ธันวาคม 2567

กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งห้ามยุน เดินทางออกนอกเกาหลีใต้

10 ธันวาคม 2567

กวง จอง กึน ผู้บัญชาการกองบัญชาการสงครามพิเศษแถลงรายงานต่อคณะกรรมการรัฐสภาว่า ยุน ได้ออกคำสั่งให้ผลักดันสมาชิกรัฐสภาออกจากรัฐสภา หลังจากประกาศกฎอัยการศึก

มีรายงานว่า อดีตรัฐมนตรีกลาโหมพยายามฆ่าตัวตาย

11 ธันวาคม 2567

เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าค้นสำนักงานของยุน แต่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าในอาคาร

12 ธันวาคม 2567

ยุนแถลงทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอีกครั้งว่า “ จะต่อสู้จนถึงที่สุด” ทั้งยังกล่าวหาเกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ ซึ่งสงสัยผลพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรคเขาเมื่อเดือนเมษายน ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

สมาชิกพีพีพี 7 คน ประกาศเจตนาให้การสนับสนุนการถอดถอนยุน แต่ยังคงขาดไป 1 เสียง ซึ่งจำเป็นเพื่อให้ญัตติการถอดถอนดังกล่าวผ่าน

กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เสียงสมาชิกสภานิติบัญญัติถึง 2 ใน 3 หรือ 200 เสียงจากทั้งหมด 300 ซึ่งปัจจุบันพรรค DPK และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ มีเสียงรวมกันอยู่ที่ 192 เสียง หรือยังขาดไปอีก 8 เสียง ที่ต้องดึงมาจากพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้

13 ธันวาคม 2567

ลี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องให้สมาชิกพรรคพีพีพี เข้าร่วมและออกคะแนนเสียงถอดถอนยุน

14 ธันวาคม 2567

รัฐสภาลงมติถอดถอนยุน ด้วยเสียงสนับสนุนของสมาชิกรัฐสภา 204 เสียง จากทั้งหมด 300 เสียง โดยจำนวนเสียงสนับสนุนนี้ มีสมาชิกพรรคพีพีพี อย่างน้อย 12 คนลงมติถอดถอนยุน

ตอนนี้ ยุนถูกพักใช้อำนาจประธานาธิบดี โดยระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู จะรักษาการแทนประธานาธิบดี

ศาลรัฐธรรมนูญได้รับผลคำประกาศถอดถอนจากรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญมีเวลา 6 เดือนในการพิจารณาและมีคำตัดสินว่า จะถอดถอนยุน หรือแต่งตั้งเขากลับเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้อีกครั้ง

 

 

อ้างอิง : Reuters