วันนี้ (19 ส.ค.67) ตลาดหุ้น ‘จีน’ หยุดเผยแพร่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติรายวัน หวังลดความผันผวนตลาดหุ้น นักลงทุนขาดตัวชี้วัดความเชื่อมั่น นักวิเคราะห์ชี้ วิธีนี้ไม่ได้แก้ไขต้นตอของปัญหา
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า วันนี้(19 ส.ค.67) ตลาดหลักทรัพย์จีน เตรียมหยุดเผยแพร่ข้อมูลรายวันเกี่ยวกับการไหลเวียนของเงินทุนจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้นักลงทุนขาดตัวชี้วัดความเชื่อมั่นที่สำคัญในการติดตามตลาดที่มีมูลค่า 8.3 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจเห็นการไหลออกของเงินทุนจากตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกในรอบปีในปี 2567 ที่อาจจะไม่มีใครรู้
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีการส่งสัญญาณครั้งแรกในเดือนเม.ย. เกิดขึ้นในขณะที่กองทุนต่างชาติได้ถอนเงินออกจากตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดรวมตั้งแต่ต้นปีติดลบ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามอีกครั้งของทางการจีนในการพยุงตลาด โดยหวังว่าจะลดความผันผวนที่เกิดจากข้อมูลรายวัน และทำให้นักลงทุนไปโฟกัสตัวชี้วัดตลาดระยะยาวมากขึ้น
หยานไคเหวิน นักวิเคราะห์จาก ไชน่า ฟอร์จูน ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า นักลงทุนจะสูญเสียข้อมูลอีกช่องทางหนึ่งในการติดตามสถานการณ์ของตลาด และจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะปรับตัวได้ แต่การเคลื่อนไหวนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลกำลังชี้นำการลงทุนไปสู่รูปแบบการลงทุนระยะยาว
ซิน-เหยา อึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของบริษัท เอบราดีน เอเชีย จำกัด กล่าวว่า จีนหยุดการเปิดเผยเพราะข้อมูลไม่ดี และมีความผันผวน จีนอาจไม่ต้องการให้ข้อมูลเพิ่มการไหลออกของเงินทุน แต่ไม่ได้แก้ไขต้นตอของปัญหา
อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มการขายหุ้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง จีนอาจเผชิญกับการไหลออกของเงินทุนจากตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นับตั้งแต่ปี 2559
เมื่อจีนเลิกเปิดเผยข้อมูลการไหลเข้า-ออกของเงินทุนรายวัน นักลงทุนจะต้องพึ่งพาข้อมูลจากรายงานรายไตรมาสของธนาคารกลาง ซึ่งรายงานนี้จะแสดงให้เห็นถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมีความล่าช้า และวัดมูลค่าของหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติถือครองในภาพรวม ไม่ได้สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของเงินทุนในระยะสั้น หรือการไหลเวียนของเงินทุนเข้า-ออกอย่างทันท่วงที
ดัชนี CSI 300 ของจีนดิ่งลงกว่า 9% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้ดัชนี CSI 300 ปิดตัวในแดนลบถึง 2.5% ในปี 2567 นี้ หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป จะเป็นการขาดทุนติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่ากังวล นอกจากนี้ ดัชนี CSI 300 ยังทำผลงานได้แย่กว่าดัชนีหลักของญี่ปุ่น (Topix) และอินเดีย (Nifty 50) ที่ต่างก็เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้
ปัญหาการขาดความโปร่งใสของข้อมูลในจีนยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลจีนตัดสินใจหยุดเผยแพร่สถิติบางอย่างโดยไม่มีคำอธิบาย ซึ่งบ่งชี้ว่าข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่รัฐบาลต้องการนำเสนอ หรืออาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ และตลาด
อ้างอิง bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





