สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า “ยูนิโคล่” แบรนด์เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิรายปีสิ้นสุด ส.ค. 66 เพิ่มเป็น 2.4 แสนล้านเยน เมื่อเห็นยอดจำหน่ายสินค้าในจีนฟื้นตัว หลังโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก
บริษัทคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิรายปีสิ้นสุดเดือน ส.ค. จะแตะ 2.4 แสนล้านเยน จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.3 แสนล้านเยน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายใหม่เป็น 2.68 ล้านล้านเยน มากกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2.65 ล้านล้านเยน
ยูนิโคล่ เผยว่า ช่วงระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดเดือน ก.พ. 66 ยอดขายพุ่ง 20.4% สู่ระดับ 1.46 ล้านล้านเยน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานทะยาน 16.4% สู่ระดับ 2.2 แสนล้านเยน และกำไรสุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 4.5% สู่ระดับ 1.534 แสนล้านเยนแล้ว
ส่วนยอดจำหน่ายยูนิโคล่นอกประเทศญี่ปุ่นพุ่ง 27.3% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 22.2%
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดการจำหน่ายยูนิโคล่ในจีนแผ่นดินใหญ่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจนทำสถิติใหม่ในเดือน ม.ค. และเดือน ก.พ. เนื่องจากลูกค้าชาวจีนเป็นอิสระจากมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดและกลับมาชอปปิงตามร้านค้าริมถนนและห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น และฉุดกำไรบริษัทลดลง
“ทาดาชิ ยานาอิ” ประธานกรรมการและประธานบริหารยูนิโคล่ กล่าวว่า ในอีก 10 ปี ข้างหน้า เขาตั้งเป้าทำยอดขายรายปีให้ได้ 10 ล้านล้านเยน
ทั้งนี้ หุ้นธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเพิ่มขึ้น 2.14% สู่ระดับ 30,270 เยน ในตลาดซื้อขายหุ้นโตเกียว





