หลังจากผ่าน มี.ค.เดือนแห่งสตรีสากลมา ดูเหมือนว่า เดือน เม.ย. น่าจะไม่ถูกโฉลกกับผู้นำหญิงเท่าไหร่ เมื่อสองนายกฯ หญิงคนดังของโลกต้องพ้นตำแหน่งไล่เลี่ยกัน โชคดีที่เป็นการพ้นตามวิถีประชาธิปไตยมิใช่การถูกรัฐประหาร!
***ซานนา มาริน นายกรัฐมนตรี วัย 37 ปีของฟินแลนด์ ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยฟินแลนด์ (SDP) ในการประชุมพรรคครั้งหน้าในเดือน ก.ย. ขอเป็นแค่ ส.ส.อย่าเดียว แม้มีการคาดการณ์กันมากว่า เธออาจจะไปเป็นผู้นำองค์การระหว่างประเทศ
***ที่โด่งดังไม่แพ้กันและต้องลงจากตำแหน่งนายกฯ ในเวลาไล่เลี่ยกันคือ จาซินดา อาร์เดิร์น วัย 42 ปี ของนิวซีแลนด์ แถลงอำลาสภา ยุติอาชีพการเมืองตามที่เคยประกาศไปเมื่อต้นปีว่า “หมดแรง”
***คนที่พ้นจากเส้นทางการเมืองก็เดินหน้าสู่บทบาทใหม่ ส่วนคนที่ยังอยู่ในตำแหน่งก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน หลังจากถูกจีนฉกฮอนดูรัสไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ต้องเดินสายเยี่ยมมิตรประเทศในอเมริกากลาง จบทริปจีนหงุดหงิดตามระเบียบ (อีกแล้ว) เมื่อไช่พบกับเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ
***เหตุการณ์นี้เล่นเอา “เซียว บีคิม” ทูตไต้หวันประจำสหรัฐโดยพฤตินัยโดนหางเลขไปด้วย เมื่อทางการจีนสั่งห้ามเซียวและสมาชิกในครอบครัวเดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า เจ้าตัวรู้ข่าวได้แต่ร้องอุทานผ่านทวิตเตอร์ “ว้าว! สาธารณรัฐประชาชนจีนคว่ำบาตรฉันอีกแล้ว ครั้งที่ 2 แล้ว” ฟังน้ำเสียงเธอแล้ว กลัวซะที่ไหน เพราะการคว่ำบาตรของจีนไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันไม่ไปเยือนจีนอยู่แล้ว และไต้หวันไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลจีน
เนื่องจากวังบักกิงแฮมตัดสินใจให้ควีนคามิลลามีบทบาทสำคัญในงาน ว่ากันว่า พระองค์มีแผนนำครอบครัวตนเองเข้ามามีส่วนร่วมในพระราชพิธีด้วย แต่ต้องผิดแผนเพราะเจ้าชายจอร์จ พระราชนัดดาองค์โตของกษัตริย์ชาร์ลส์แท้ๆ เชียว
ไม่เพียงเท่านั้นสื่ออังกฤษหลายรายยืนยันว่า ควีนคามิลลาวางแผนกระทั่งจะนำลูกเข้ามาอยู่ในสายสืบราชบัลลังก์อังกฤษด้วยซ้ำไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญราชวงศ์ไม่พอใจเอามากๆ
อ๊ะ อ๊ะ...นี่คือข่าวจากสื่ออังกฤษที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ใส่สีตีไข่ราชวงศ์ได้อย่างเต็มที่ จริงเท็จอย่างไรต้องติดตามกันเอาเอง แต่พอมีข่าวอย่างนี้คนติดตามราชวงศ์ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที เป็นข่าวเรียกแขกจริงๆ





