วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดปากคำนักข่าวร่วมทริปไบเดนเยือนเคียฟ ทุกอย่างต้องลับ!

การเดินทางเยือนกรุงเคียฟของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทำอย่างลับๆ แม้แต่นักข่าวร่วมทีมก็ลดลงเหลือแค่นักข่าวหนึ่งคน ช่างภาพหนึ่งคน การทำงานครั้งนี้ช่างน่าตื่นเต้น!

เวลา 4.00 น. วันอาทิตย์ (19 ก.พ.) ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่สื่อมวลชนทั่วโลก นักการเมืองขาใหญ่ในวอชิงตัน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันยังไม่รับรู้ ประธานาธิบดีวัย 80 ปีจากพรรคเดโมแครต ก้าวขึ้นเครื่องโบอิง-757 ของกองทัพอากาศที่รู้จักกันในนาม C-32 เครื่องบินลำนี้ซึ่งเล็กกว่าลำที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้เดินทางไปต่างประเทศ จอดอยู่ห่างจากจุดที่ไบเดนขึ้นเครื่องบินปกติมากนัก รายละเอียดที่ได้รับการบอกเล่าแจ้งว่า ม่านหน้าต่างทุกบานถูกดึงลง

สิบห้านาทีให้หลัง ไบเดน, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนหนึี่ง, ทีมแพทย์ไม่กี่คน, ที่ปรึกษาใกล้ชิด และนักข่าวสองคนที่สาบานว่าจะเก็บเรื่องไว้เป็นความลับ ก็ทะยานสู่พื้นที่สงคราม

จะว่าไปแล้วประธานาธิบดีสหรัฐน่าจะเป็นคนที่ถูกจับตาต่อเนื่องมากที่สุดในโลก สื่อมวลชนติดตามทุกที่ที่ไบเดนไป ไม่ว่าจะเข้าโบสถ์หรือร่วมประชุมผู้นำนานาชาติ ทุกคำที่เขาพูดในที่สาธารณะถูกบันทึก ถอดเทป แล้วเผยแพร่

กรณีนี้ ทีมนักข่าวที่เดินทางไปด้วยจาก 13 คน ทั้งวิทยุ ทีวี ช่างภาพ และสื่อสิ่งพิมพ์ถูกลดเหลือช่างภาพหนึ่งคน นักข่าวหนึ่งคน เธอคือ ซาบรีนา ซิดดิกี จากวอลสตรีทเจอร์นัล เจ้าตัวเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีหลังทำเนียบขาวอนุญาตให้เผยรายละเอียดว่า เธอและช่างภาพถูกเรียกตัวไปฐานทัพอากาศแอนดรูว์นอกวอชิงตัน เมื่อเวลา 2.15 น.

โทรศัพท์ของทั้งคู่ถูกยึดเพิ่งได้รับคืนเมื่อไบเดนเดินทางถึงกรุงเคียฟแล้วราว 24 ชั่วโมงให้หลัง

พวกเขาต้องบินราวเจ็ดชั่วโมงจากวอชิงตันสู่ฐานทัพอากาศแรมสไตน์ของสหรัฐในเยอรมนี เพื่อเติมน้ำมัน และที่นี่อีกเช่นกันที่ม่านหน้าต่างถูกดึงลง พวกเขาไม่ได้ออกจากเครื่องบิน

เที่ยวบินถัดไปมุ่งหน้าโปแลนด์ ลงจอดที่ท่าอากาศยานเซอร์ซูฟ-จาซีออนกา ที่นี่อาจเป็นสนามบินโปแลนด์ก็จริง แต่นับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนสนามบินกลายเป็นศูนย์กลางความช่วยเหลือนานาชาตินำโดยสหรัฐส่งอาวุธและเครื่องกระสุนหลายพันล้านดอลลาร์ให้ชาวยูเครน

ดีจังที่ได้กลับมาอีก

นับถึงจุดนี้ ทั้งซิดดิกีและช่างภาพ “อีวาน วุชชี” จากสำนักข่าวเอพี ยังไม่ได้เห็นไบเดนด้วยตาของตนเอง ที่สนามบินและในขบวนรถเอสยูวีก็ยังไม่เห็นเช่นกัน

โดยปกตินักข่าวที่ตามไบเดนจะเดินทางในขบวนรถ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปมาก ไม่มีรถหวอหรือสิ่งอื่นใดบ่งบอกว่าประธานาธิบดีสหรัฐกำลังมุ่งหน้าสู่ “พเซมิซล โกลวนี” สถานีรถไฟโปแลนด์ใกล้ชายแดนยูเครน

เวลา 21.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นักข่าวขึ้นรถไฟโดยที่ยังสอดส่ายสายตาหาไบเดน รถไฟขบวนนี้บรรทุกความช่วยเหลือมาให้ยูเครนในปริมาณที่ไม่เปิดเผย และพลเรือนยูเครนจำนวนไม่เปิดเผยต้องหลีกทางให้ ตู้โดยสารราวแปดตู้ ผู้คนส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น

ส่วนตัวไบเดนชื่นชอบกับทริปรถไฟเอามากๆ เขาชอบเล่าความหลังสมัยเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องนั่งรถไฟจากวอชิงตันกลับบ้านที่เดลาแวร์ เพื่อดูแลลูกชายสองคนที่แม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนไบเดนมีฉายาหนึ่งว่า “แอมแทรกโจ”

กระนั้น ทริปรถไฟ 10 ชั่วโมงสู่ยูเครนก็ไม่เหมือนกับการเดินทางของประธานาธิบดีสหรัฐยุคใหม่เลย การเดินทางเข้าสู่พื้นที่สู้รบรอบนี้ไม่มีทหารสหรัฐมาดูแลความปลอดภัย ไม่เหมือนกับตอนประธานาธิบดีสหรัฐไปเยือนอัฟกานิสถานหรืออิรัก เพราะสหรัฐไม่มีทหารประจำการในยูเครน

ขบวนรถไฟแล่นเข้าสู่เคียฟพร้อมๆ กับตะวันเบิกฟ้า ไบเดนที่เคยมาเยือนเมืองหลวงของยูเครนครั้งล่าสุดตอนเป็นรองประธานาธิบดีให้กับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ลงรถไฟราว 8.07 น.

“ดีจังที่ได้กลับมาเคียฟอีก” ผู้นำสหรัฐเอ่ยปากเมื่อมาถึง