ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศผ่านที่ประชุมการลงทุนในประเทศตูนีเซียเมื่อวันอาทิตย์(29 ส.ค.)ว่า จะให้ความร่วมมือกับประเทศในทวีปแอฟริกาอย่างใกล้ชิด หลังจากญี่ปุ่นทั้งเอกชนและรัฐบาลลงทุนในทวีปแอฟริกา มูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์
ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศผ่านที่ประชุมการลงทุนในประเทศตูนีเซียเมื่อวันอาทิตย์(29 ส.ค.)ว่า จะให้ความร่วมมือกับประเทศในทวีปแอฟริกาอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น หลังจากญี่ปุ่นทั้งเอกชนและรัฐบาลลงทุนในทวีปแอฟริกา มูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมให้สัญญาว่าจะใช้ตำแหน่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปีหน้า ผลักดันให้แอฟริกามีที่นั่งในองค์กรระดับโลกนี้
นายกฯ ญี่ปุ่นกล่าวผ่านวิดิโอในที่ประชุมว่า “ญี่ปุ่นอยากสร้างสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนชาวแอฟริกาสามารถอาศัยอยู่อย่างสงบสุขและปลอดภัย จนสามารถพัฒนาต่อได้”
ด้านมากี ซาล ประธานาธิบดีเซเนกัลให้ความเห็นว่า “ความขัดแย้งทำลายความมั่นคงของพวกเรา และการพัฒนาต้องได้รับความช่วยเหลือจากคณะมนตรีความมั่นคงที่มีเป้าหมายสนับสนุนความสงบสุขและความปลอดภัยระหว่างประเทศ หากไม่มีความปลอดภัย เราไม่สามารถพัฒนาได้”
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังประกาศแต่งตั้งทูตพิเศษประจำฮอร์น ออฟ แอฟริกา หรือประเทศที่ตั้งอยู่บริเวณจะงอยแอฟริกา ที่มีความแห้งแล้งรุนแรงครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเอธิโอเปีย เคนยา และโซมาเลีย ส่วนทางตะวันตกของแอฟริกานั้น ญี่ปุ่นจะให้เงินช่วยเหลือ 8.3 ล้านดอลลาร์ ในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ติดต่อสามประเทศคือมาลี ไนจีเรียและบูร์กินาฟาโซ ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมด้วยทองคำ และถูกปล้นโดยนักรบญิฮัดเมื่อหลายปีก่อน โดยญี่ปุ่นมีเป้าหมายที่จะพัฒนาความร่วมมืออันดีระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และช่วยปรับปรุงการบริหารงานในพื้นที่เหล่านี้ด้วย
ทั้งนี้ การประชุมนานาชาติครั้งที่ 8 ของญี่ปุ่นจัดขึ้นในประเทศตูนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้า และได้รับผลกระทบจากปัญหาระบบซัพพลายเชนโลก ราคาสินค้าพุ่งสูงจากการแพร่ระบาดโควิด-19และสงครามในยูเครน





