สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ขับเคลื่อน 11 ผลงานเด่น ครอบคลุมการพัฒนาใน 5 มิติหลัก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ
KEY POINTS
- สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เปิดแผนขับเคลื่อน 11 ผลงานเด่นด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ครอบคลุม 5 มิติหลักเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและประเทศ
- มุ่งเน้นการคุ้มครองสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น พัฒนาเทคนิคตรวจวัดทริเทียมในอาหารทะเลนำเข้า เฝ้าระวังรังสีในแหล่งน้ำ และตรวจวัดก๊าซเรดอนที่มากับฝุ่น PM2.5
- เสริมสร้างความมั่นคงระหว่างประเทศผ่านสถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสีและแผ่นดินไหว เพื่อสนับสนุนการเตือนภัยสึนามิและสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาชาติ
- ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยสามารถผลิตเครื่องสำรวจรังสี (Survey Meter) ได้เองในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ระบุว่า ปส. โดยสถาบันวิจัยพัฒนากำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสี มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและพัฒนาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ
โดยได้ขับเคลื่อน 11 ผลงานเด่น ครอบคลุมการพัฒนาใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การเตือนภัย ความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม การกำกับดูแล เหตุฉุกเฉินทางรังสี สุขภาพประชาชน และการพึ่งพาตนเอง ดังมีรายละเอียดเชิงลึกดังต่อไปนี้
1. ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศและการเตือนภัย ปส. ได้ยกระดับความเชื่อมั่นทั้งในระดับประเทศและนานาชาติผ่านการเฝ้าตรวจและข้อมูลด้านความมั่นคง
• การบริหารสถานีเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ: ประเทศไทยมีสถานีเฝ้าตรวจ 2 แห่งภายใต้สนธิสัญญา CTBT ได้แก่ สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี (RN65) ที่จังหวัดนครปฐม และสถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ (PS41) ที่จังหวัดเชียงใหม่
ผลงานนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการเฝ้าตรวจผลกระทบจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาชาติในนโยบายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ
• การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ (IDC): ปส. ส่งต่อข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนและคลื่นเสียงในน้ำให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมอุทกศาสตร์ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการเตือนภัยแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ
นอกจากนี้ ข้อมูลด้านนิวไคลด์รังสียังถูกนำมาใช้ยืนยันการแพร่กระจายของสารรังสีหากเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์
2. ด้านความปลอดภัยอาหารและสิ่งแวดล้อม ปส. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยในการบริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
• การตรวจวิเคราะห์ทริเทียมในอาหารทะเลนำเข้า: จากเหตุการณ์ที่ประเทศญี่ปุ่นแผนปล่อยน้ำปนเปื้อนทริเทียมเป็นระยะเวลา 30 ปี ปส. ได้พัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์ทริเทียมในอาหาร (Organically Bounded Tritium)
เพื่อตรวจอาหารนำเข้า สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคอาหารทะเล รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลพื้นฐานก่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ในอนาคต
• การเฝ้าระวังรังสีในแม่น้ำภาคเหนือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ: ปส. ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดรังสีและธาตุหายากในน้ำผิวดินและตะกอนของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของการปนเปื้อนโลหะหนักจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
ข้อมูลนี้สนับสนุนภารกิจการแก้ไขปัญหามลพิษของกรมควบคุมมลพิษ และใช้ประกอบการเจรจาระหว่างประเทศ
• การบริหารความเสี่ยงทางรังสีในระบบนิเวศ: มีการเฝ้าตรวจพื้นที่ที่มีรังสีธรรมชาติสูงกว่าพื้นหลัง เช่น บ่อน้ำร้อน หินแกรนิต และเหมืองเก่า เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ให้ปลอดภัยสำหรับประชาชน เจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยว
3. ด้านการกำกับดูแลและตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสี การเตรียมความพร้อมและการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเป็นรากฐานสำคัญของงานด้านนิวเคลียร์
• การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีรอบสถานปฏิบัติการ: ปส. ดำเนินการตรวจสิ่งแวดล้อมรอบสถานปฏิบัติการสำคัญ เช่น สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) โครงการ BNCT และโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของ ปส. และสร้างความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลให้แก่ประชาชน
• ข้อมูลสนับสนุนการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน: การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเลือกมาตรการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในช่วง early phase และ transition phase
• เทคนิคการวิเคราะห์สทรอนเซียมในตัวอย่างดิน: ปส. พัฒนาเทคนิควิเคราะห์สทรอนเซียมเพื่อใช้ทดแทนเทคนิคเดิมที่มีราคาแพง จนสามารถปรับเป็นวิธีมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่างดินและตัวกลางอื่น ๆ
4. ด้านสุขภาพของประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน ปส. ตระหนักถึงความเสี่ยงแฝงในชีวิตประจำวันและการทำงานที่อาจได้รับรังสี
• การตรวจวัดก๊าซเรดอนในพื้นที่ฝุ่น PM2.5 สูง: ก๊าซเรดอนสามารถสลายตัวและเกาะติดกับฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ปอด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดรองจากการสูบบุหรี่ ปส. จึงริเริ่มโครงการวัดเรดอนในที่พักอาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาและเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งทางเดินหายใจของประชาชน
• ฐานข้อมูลรังสีคอสมิกสำหรับลูกเรือสายการบินไทย: การศึกษาแบบจำลองเชิงประจักษ์ (Empirical Modeling) และเชิงฟิสิกส์ (Physical Modeling) ทำให้ได้ฐานข้อมูลการได้รับรังสีคอสมิกของลูกเรือสายการบินพาณิชย์ของไทยตามมาตรฐาน ICRP ข้อมูลรายเส้นทางนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติลดความเสี่ยงในระยะยาว
5. ด้านการพึ่งพาตนเองและลดการนำเข้า นวัตกรรมเพื่อความคุ้มค่าและพึ่งพาตนเองเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ปส.
• การผลิตเครื่องสำรวจรังสี (Survey Meter) หัววัด GM ภายในประเทศ: จากเดิมที่ต้องนำเข้าเครื่องสำรวจรังสีในราคาสูงถึง 60,000-130,000+ บาทต่อเครื่อง กลุ่มวิศวกรรม ปส. ได้ออกแบบและประกอบเครื่อง Survey Meter เอง โดยนำเข้าเฉพาะหัววัดชนิด Geiger-Müller จากสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้นทุนลดลงเหลือเพียง 10,000-15,000 บาทต่อเครื่อง
ผลงานนี้ช่วยลดการนำเข้า ลดเงินตราไหลออกนอกประเทศ ทำให้สามารถจัดหาเครื่องมือได้มากขึ้นเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน และยังส่งเสริมให้สามารถซ่อมบำรุงและสอบเทียบเครื่องมือได้ด้วยหน่วยงานเอง
ในนามของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรามุ่งมั่นที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีมาประยุกต์ใช้เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวไทยทุกคน พร้อมทั้งก้าวสู่การเป็นหน่วยงานกำกับดูแลระดับมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืนต่อไป





