2 นวัตกรรมเด่นคว้า “เหรียญเงิน–เหรียญทองแดง” พร้อมรางวัล วช. ตอกย้ำศักยภาพงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์ระดับนานาชาติ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เดินหน้าผลักดันศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมสู่เวทีนานาชาติ ส่งผลงานจากคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา เยาวชนนักนวัตกร และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมจัดแสดงและนำเสนอในงาน “The 12th International Exhibition of Inventions (IEI 2026)” ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 ณ China Import and Export Fair Complex นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนคว้ารางวัลจากผลงานที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรชีวภาพ อาหาร สุขภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการพัฒนาองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการและงานวิจัยไปสู่ “นวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง” โดยเฉพาะการนำทรัพยากรและองค์ความรู้ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การเข้าร่วมเวที IEI 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำผลงานวิจัยไปจัดแสดงในต่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยและนักนวัตกรไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจจากนานาประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “วิจัย–นวัตกรรม–การใช้ประโยชน์” เพื่อให้ผลงานสามารถก้าวออกจากภาควิชาการไปสู่การสร้างคุณค่าในภาคสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัลมาจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งส่งผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 2 ผลงาน โดยมี ผศ.ดร.ว่าน วิริยา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และสามารถคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติได้ทั้ง 2 ผลงาน
ผลงานแรกคือ “SAPOPURE: Natural Saponin Deodorizer Innovation for Animal Spaces” นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ลดกลิ่นสำหรับพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่พัฒนาจากสารซาโปนินธรรมชาติ โดยมุ่งตอบโจทย์ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ และนำองค์ประกอบจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมดังกล่าวได้รับ รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) พร้อม NRCT Honorable Mention Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ส่วนผลงานที่สอง “Beeotic: Stingless Bee Honey Jelly Beads from Bio-Composite Plywood Hives Enhanced with Local Fruit Antioxidants for Vulnerable Groups” เป็นนวัตกรรมเม็ดเจลลีน้ำผึ้งชันโรงที่พัฒนาจากแนวคิดการใช้รังไม้อัดชีวภาพ และเสริมสารต้านอนุมูลอิสระจากผลไม้ท้องถิ่น โดยมุ่งพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการนำทรัพยากรชีวภาพและวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมคำนึงถึงการใช้ประโยชน์สำหรับกลุ่มเปราะบาง
ผลงานดังกล่าวได้รับ รางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Medal) และ NRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของงานวิจัยที่สามารถผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรชีวภาพ เทคโนโลยีอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน
ความสำเร็จของนักวิจัยและนักนวัตกรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่บนเวที IEI 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนงานวิจัยจาก “องค์ความรู้” ไปสู่ “นวัตกรรม” และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการนำทรัพยากรในพื้นที่มาพัฒนาให้เกิดคุณค่าใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว





