มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดตัว “CMU RiverWatch” แผนวิจัยเชิงพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก บูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเสียงจากชุมชน เชื่อมสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างเป็นระบบ
KEY POINTS
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดตัว “CMU RiverWatch” แผนบูรณาการวิจัยเชิงพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก
- เชื่อมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับประสบการณ์ของชุมชนและข้อเสนอเชิงนโยบาย ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม และการบริหารจัดการทรัพยากร
- เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อรับมือปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก โดยจัดการประชุมเปิดตัว โครงการ “CMU RiverWatch” ภายใต้แผนบูรณาการการวิจัยและการจัดการปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Science • Community • Policy” มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับเสียงสะท้อนจากชุมชนและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาแนวทางจัดการปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ตลอดจนผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการที่นำเสนอข้อมูลสถานการณ์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก
รศ.ดร.วินิตา บุณโยดม ประธานคณะทำงานโครงการ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของแผนงานบูรณาการวิจัยเชิงพื้นที่ จากนั้น ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งร่วมแสดงทัศนะและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่
นอกจากนี้ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) หรือผู้แทน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “แนะนำยุทธศาสตร์ 8 เป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม : พัฒนาความมั่นคงทางน้ำ” เพื่อเชื่อมโยงทิศทางการวิจัยกับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำในระดับประเทศ
ด้าน รศ.ดร.จิรัฏฐ์ แสนทน หัวหน้าโครงการ CMU RiverWatch นำเสนอความเป็นมา สถานการณ์ และความสำคัญของปัญหาสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มน้ำกก พร้อมเปิดเผยภาพรวมแผนบูรณาการการวิจัยและการจัดการปัญหาสารปนเปื้อน รวมถึงแนะนำคณะผู้ร่วมวิจัยจากหลากหลายสาขาวิชา ซึ่งจะร่วมลงพื้นที่และทำงานเคียงข้างชุมชน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางจัดการปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งมิติด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม และการกำหนดนโยบาย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือ เวทีเสวนา “ความคาดหวังต่อการจัดการปัญหาสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก : จากข้อมูลสู่การปฏิบัติ” ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.วรางคณา นาคเสน โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน และนางสาวแสงระวี สุวีการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อสถานการณ์ในพื้นที่
เวทีเสวนาเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายและภาคประชาสังคมสะท้อนทั้งความกังวล ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ความคาดหวังต่อการดำเนินงานของโครงการ ตลอดจนบทบาทของแต่ละภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนการจัดการปัญหา ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมยังสามารถซักถาม แลกเปลี่ยนข้อมูล และเสนอความคิดเห็นจากมุมมองของคนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการทำงานที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
หัวหน้าโครงการ CMU RiverWatch ระบุด้วยว่า สำหรับ “CMU RiverWatch” ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลไปสู่การปฏิบัติ โดยเชื่อมโยง 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
“Science” คือองค์ความรู้และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ “Community” คือประสบการณ์ ความกังวล และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และ “Policy” คือการผลักดันองค์ความรู้และข้อเสนอไปสู่แนวทางและกลไกเชิงนโยบาย
ทั้ง 3 องค์ประกอบจะทำงานเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การสร้างและรวบรวมข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน การวิเคราะห์ปัญหา ไปจนถึงการพัฒนาแนวทางจัดการและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้การจัดการปัญหาสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำกกมีความเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
บูรณาการงานวิจัยเชิงพื้นที่ เชื่อมข้อมูล–ชุมชน–นโยบาย
หัวหน้าโครงการ CMU RiverWatch ระบุด้วยว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักว่า การดูแลและจัดการปัญหาลุ่มน้ำกกไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง เนื่องจากปัญหามีความเชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม และการบริหารจัดการทรัพยากร การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจึงเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงพื้นที่
ข้อคิดเห็น ข้อมูล และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ จะถูกนำไปถอดบทเรียนและใช้ประกอบการกำหนดทิศทางการวิจัย รวมถึงการประสานความร่วมมือด้านนโยบายกับชุมชนและภาคีเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของพื้นที่มากที่สุด
การเปิดตัว CMU RiverWatch จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการนำงานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการ สู่พื้นที่จริง โดยมุ่งเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ เปลี่ยนเสียงสะท้อนของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิจัย และเชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่การกำหนดแนวทางเชิงนโยบาย เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกการจัดการปัญหาสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก ตลอดจนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว





