วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

ปี 65 ธุรกิจอวกาศโต 30 ล้านบาท เอ็นไอเอเร่งปั้นสตาร์ตอัปไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ

ปี 65 ธุรกิจอวกาศโต 30 ล้านบาท เอ็นไอเอเร่งปั้นสตาร์ตอัปไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ

NIA เผยปี 65 ธุรกิจอวกาศจะทำมูลค่าทางตลาดได้ถึง 30 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าส่ง 15 สตาร์ตอัปหน้าใหม่รับการระดมทุน ผ่านโปรเจกต์ “Space Economy: Lifting Off 2022” ปั้นสตาร์ตอัปไทยให้ไปสู่ระดับโลก

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เดินหน้าสานต่อโครงการ Space Economy: Lifting Off 2022 ปีที่ 2 เปิดเวทีให้สตาร์ตอัปสายอวกาศ (SpaceTech) พัฒนาโมเดลธุรกิจร่วมกับหน่วยงานชั้นนำในอุตสาหกรรมอวกาศระดับประเทศ พร้อมโอกาสรับการลงทุนเพื่อต่อยอดและขยายตลาด ซึ่งปีนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมพัฒนาโซลูชันด้านอวกาศกว่า 120 ราย แต่ผ่านการคัดเลือก 15 ราย เพื่อร่วมนำเสนอโมเดลธุรกิจกับนักลงทุน โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มเทคโนโลยีระยะเริ่มต้น และระยะพัฒนาต้นแบบ 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า ในปีนี้การวิจัยและคิดค้นเทคโนโลยีด้านอวกาศกลายเป็นกระแสที่มาแรงและอยู่ในความสนใจของหลายประเทศทั่วโลก ไม่ต่างจากเทคโนโลยีโลกเสมือน หรือเมตาเวิร์ส ซึ่งประเทศไทยได้บรรจุให้กิจการอวกาศเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องเร่งขับเคลื่อนและพัฒนา

ด้วยการต่อยอดศักยภาพเดิมให้มุ่งหน้าไปสู่การพัฒนาดาวเทียมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล การสื่อสาร ความมั่นคง และงานวิจัยชั้นสูง รวมทั้งมีนโยบายเปิดโอกาสให้ด้านอวกาศได้เข้ามาร่วมพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับประเทศในวงกว้างทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

ปี 65 ธุรกิจอวกาศโต 30 ล้านบาท เอ็นไอเอเร่งปั้นสตาร์ตอัปไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และการผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่คือ เส้นทางสำคัญของการก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เนื่องจากการสร้างเศรษฐกิจอวกาศรูปแบบใหม่นั้นจะมีเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ต่างจากเศรษฐกิจอวกาศเดิมที่มีรัฐบาลหรือองค์กรของรัฐเป็นผู้ดำเนินงานเท่านั้น นอกจากนี้ การสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับอวกาศยังสามารถเพิ่มมูลค่าในภาคการผลิต และเป็นกลไกที่ช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมอื่นของประเทศเติบโตไปพร้อมกันได้

เช่น อุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์ เกษตร และอาหาร ตลอดจนกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือ New S - Curve ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติกว่า 4 - 5 แสนล้านบาทต่อปี เช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมดิจิทัลได้อีกด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอวกาศมากว่า 1,000 ราย อยู่ในธุรกิจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 30,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมหลายสิบโรงงาน รวมถึงมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บางส่วนที่เริ่มสนใจปรับเปลี่ยนกระบวนการมาผลิตชิ้นส่วนดาวเทียมแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อให้นวัตกรรมดังกล่าวถูกพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขึ้น NIA จึงร่วมกับภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) ดำเนินการจัด “โครงการ Space Economy: Lifting Off 2022” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

 

ปี 65 ธุรกิจอวกาศโต 30 ล้านบาท เอ็นไอเอเร่งปั้นสตาร์ตอัปไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ

เพื่อพัฒนาสตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านดังกล่าวให้สามารถขยายผลด้านเทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานชั้นนำในอุตสาหกรรมอวกาศ เปิดโอกาสให้นำผลิตภัณฑ์ และบริการที่กำลังพัฒนามาทดสอบแนวความคิดให้มีความพร้อมต่อการนำไปใช้ และก้าวสู่การแข่งขันในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมุ่งเป็นสะพานเชื่อมการระดมทุนจากกลุ่มนักลงทุนที่สนใจ ซึ่งปีที่ผ่านมานั้น เงินลงทุนในสตาร์ตอัปและธุรกิจด้านอวกาศเติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 50 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 ของเงินลงทุนทั้งหมดจาก VC ทั้งนี้ การได้รับการระดมทุนจะช่วยให้สตาร์ตอัปแต่ละรายสามารถขยายตลาดและพัฒนาสิ่งใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเป็นตัวเร่งให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสู่อุตสาหกรรมนี้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

โครงการ Space Economy: Lifting Off มีเป้าหมายในการสร้างผู้ประกอบการสตาร์ตอัปด้านเศรษฐกิจอวกาศเข้าสู่ภาคธุรกิจ ทำให้เกิดห่วงโซ่อุปทานของผู้พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมอวกาศขึ้นในประเทศ และเมื่อประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้ก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนของเทคโนโลยีต่ำลง และภาคเศรษฐกิจของไทยโดยรวมก็จะสามารถพัฒนาได้รวดเร็ว

ทั้งนี้ เป้าหมายการสร้างสตาร์ตอัปอวกาศของ NIA จะสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่สามารถส่งดาวเทียมไปโคจรรอบดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ซึ่งจะทำให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของอุตสาหกรรมอวกาศโลกที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และมีโอกาสสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอีกมหาศาล ทั้งนี้ ในปีแรก NIA ได้สร้างสตาร์ตอัปด้านเศรษฐกิจอวกาศรายใหม่จำนวน 10 ราย จากผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย 

สำหรับกิจกรรมในปีที่ 2 นี้ ได้รับความสนใจจากสตาร์ตอัปในหลากสาขามากขึ้น และมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 120 ราย ครอบคลุมทั้งกลุ่มเทคโนโลยีระยะเริ่มต้น และระยะพัฒนาต้นแบบ และมีองค์กรภาคเอกชนทั้งในอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพสตาร์ตอัปเหล่านี้มากกว่า 20 องค์กร โดยมีผลงานที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกเพื่อรับโอกาสการระดมทุนจำนวน 15 ราย

  • สำหรับกลุ่มเทคโนโลยีระยะเริ่มต้น รางวัลทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Solutions Maker รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม LINK Application รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Advance Space Composite 
  • ส่วนเทคโนโลยีระยะพัฒนาต้นแบบ รางวัลทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Gaorai รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม Intech รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม VAAM และรางวัลป๊อปปูล่าโหวต ได้แก่ ทีม Spacedox ทั้งนี้ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากทั้ง 2 สาขา และรางวัลป๊อปปูล่าโหวต จะได้มีโอกาสเข้าร่วมนำเสนอนวัตกรรมในงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023 หรือ SITE2023 เพื่อโอกาสในการงทุนและการเติบโตต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์