ผู้อ่านบางท่านอาจเห็นบทความที่กล่าวถึงรายงาน Future of Jobs 2023 ที่จัดทำโดย World Economic Forum ซึ่งออกมาเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานี้ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตลาดงานและทักษะในอนาคต
ผู้อ่านบางท่านอาจเห็นบทความที่กล่าวถึงรายงาน Future of Jobs 2023 ที่จัดทำโดย World Economic Forum ซึ่งออกมาเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานี้ ในรายงานได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตลาดงานและทักษะในอนาคต แต่ในบทความนี้ผมจะเน้นถึงผลกระทบการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่จะมีผลต่อตลาดงานในอนาคตที่ระบุไว้ในรายงาน
รายงาน Future of Jobs 2023 เป็นการรวบรวมมุมมองบริษัท 803 แห่ง ครอบคลุมแรงงานมากกว่า 11.3 ล้านคน ในกลุ่มอุตสาหกรรม 27 กลุ่ม จากทุกภูมิภาคทั่วโลก การสำรวจครอบคลุมเรื่องแรงงาน แนวโน้มเทคโนโลยี ผลกระทบด้านแรงงาน ผลกระทบทักษะ และกลยุทธ์ธุรกิจต่างๆ ในการปรับเปลี่ยนกำลังในองค์กร ในช่วงปี2023-2027
การเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในปี 2023 ในรายงานระบุว่า มีปัจจัยหลัก 3 ประการซึ่ง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนของโลก (Green Transition) ที่เน้นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดตำแหน่งใหม่ๆ ที่เน้นเรื่องความยั่งยืน และก็อาจเกิดผลกระทบทำให้ตำแหน่งงานที่สร้างผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมลดลงไปด้วย
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโดยเฉพาะทางด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะทำให้เกิดการสร้างงานใหม่ๆ และตำแหน่งงานบางประเภทหายไป
แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลทำให้เริ่มมีการจ้างงานน้อยลงในประเทศที่มีรายได้สูง และในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางก็อาจมีอัตราว่างงานที่สูงขึ้น รวมถึงวิกฤติค่าครองชีพที่ทำให้ค่าจ้างต่ำลง อาจทำให้มีความคาดหวังต่อแรงงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
ในด้านเทคโนโลยี ผลสำรวจองค์กรต่างๆ จะนำเทคโนโลยีด้านใดมาประยุกต์ใช้มากที่สุดใน 5 ปีข้างหน้าจะพบว่า 10 อันดับแรก คือ แพลตฟอร์มดิจิทัล และแอปพลิเคชัน 86.4% เทคโนโลยีการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาแรงงาน 80.9% การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) 80.0% อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)76.8% คลาวด์คอมพิวติ้ง 76.6% ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 75.6% อีคอมเมิรซ์ 75.3% ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) 74.9% เทคโนโลยีจัดการสิ่งแวดล้อม 64.5% และเทคโนโลยีบรรเทาผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 62.8%
นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจ ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับการจ้างงานเมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ที่พบว่า ทุกเทคโนโลยีน่าจะมีผลทำให้มีการจ้างงานมากขึ้น ยกเว้นสองด้าน คือ หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ และระบบออโตเมชั่นอื่นๆ เช่น โดรน หรือหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมที่น่าจะทำให้ตำแหน่งงานหายไปมากกว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
สำหรับเทคโนโลยีที่จะมีผลกระทบต่อการจ้างงาน และทำให้มีการสร้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก คือ วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ 58.0% เทคโนโลยีการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 49.5% เทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อม 45.8% ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 43.3% และเทคโนโลยีชีวภาพ 42.9%
ในด้านตำแหน่งงานอีก 5 ปี ข้างหน้า คาดการณ์ว่า จากตำแหน่งงานจำนวนคน 673 ล้านตำแหน่ง จะมีตำแหน่งงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไป 23% โดยจะมีงานที่หายไป 83 ล้านตำแหน่ง และมีงานที่จะถูกสร้างขึ้นใหม่ 69 ล้านตำแหน่ง ซึ่งหมายถึงจำนวนงาน 14 ล้านตำแหน่ง หรือประมาณ 2% จะถูกลดลงไป และยังคาดการณ์ว่าในปี 2027 จะมีงานที่ถูกทำโดยมนุษย์เหลือเพียง 57% เท่านั้น ส่วนงานอีก 43% จะเป็นงานที่ถูกทดแทนโดยเครื่องจักร หรือระบบอัตโนมัติ เมื่อเทียบในปี 2022 ที่ 66% ของงานถูกทำโดยมนุษย์
ทั้งนี้ ตำแหน่งงานใหม่ที่จะถูกสร้างขึ้นมามากที่สุด 10 อันดับแรกมี ดังนี้
- ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning
- ผู้ชำนาญการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน
- นักวิเคราะห์ธุรกิจอัจฉริยะ
- นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ
- วิศวกรด้านฟินเทค
- นักวิเคราะห์และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
- วิศวกรหุ่นยนต์
- ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่
- นักควบคุมอุปกรณ์ทางการเกษตร
- ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation
ส่วนตำแหน่งงานที่จะสูญหายไปมากที่สุด โดยมากจะเป็นงานที่สามารถใช้เทคโนโลยีมาทำแทนได้ เช่นพนักงานรับฝาก-ถอนเงินในธนาคาร งานธุรการและเลขานุการ เจ้าหน้าที่บัญชีแคชเชียร์และพนักงานขายตั๋ว และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น
ในรายงานนี้มีการระบุถึงทักษะในการทำงานที่จำเป็นในอนาคต ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นทักษะด้าน “Soft Skill” เช่นการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ความยืดหยุ่น และความคล่องตัว ภาวะผู้นำและอิทธิพลในการนำสังคม และความตระหนักรู้และการผลักดันตัวเอง แต่ขณะเดียวกันทักษะหนึ่งที่สำคัญอย่างมากคือ ทักษะด้านเทคโนโลยี ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเข้าใจ เข้าถึง และใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายรายงานได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการพัฒนากำลังคนขององค์กร ทั้งในแง่ที่จะตัองลงทุนในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานของบุคลากรมากขึ้น รวมถึงการสร้างแรงจูงใจที่จะดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีทักษะใหม่ๆ เข้ามาทำงาน รวมถึงความจำเป็นที่อาจต้องปรับขั้นตอนการทำงานให้มีความอัตโนมัติมากขึ้นด้วย





