หลายคนอาจมีคำถามว่า การที่ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon, Google หรือ Microsoft มาตั้ง Data Center ในบ้านเรา จะต่างอย่างไรกับการใช้บริการ Data Center จากต่างประเทศ
ต้องทำความเข้าใจว่า ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะจะใช้คำว่า Cloud Region เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งจริงของ Data Center ซึ่งในหนึ่ง Region จะมี Data Center อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมักใช้ระบบไฟฟ้าที่มีแหล่งผลิตต่างที่กัน และอาจต้องมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากหลายจุดป้องกันไม่ให้ Data Center ใน Region ทั้งหมดล่มพร้อมกัน กรณีที่แหล่งผลิตไฟฟ้าและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ Data center มีปัญหา
ตำแหน่งที่ตั้ง Region มีผลต่อองค์กรต่างๆ ที่ต้องให้บริการดิจิทัลกับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ เพราะถ้าตำแหน่ง Region ยิ่งใกล้ผู้ใช้บริการมากเท่าไร จะทำให้ได้ความเร็วและประสบการณ์ที่ดีขึ้น เช่น ถ้าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่อยู่ในไทย การเลือกใช้ Region ที่ตั้งอยู่ในอาเซียนย่อมดีกว่าไปใช้ Region ในสหรัฐอเมริกา
การเลือก Region อาจเป็นกลยุทธ์ทำระบบสำรอง และกู้คืนข้อมูล การเลือก Region ที่มี Data Center หลายแห่ง (บาง Region อาจมี Data Center 4-5 แห่ง) หรือยิ่งกว่านั้น อาจเลือกใช้บริการจากหลาย Region รองรับกรณีฉุกเฉิน
การมี Region ในประเทศจะเป็นประโยชน์กับการใช้บริการคลาวด์สาธารณะหลายด้าน ช่วยลด Latency คือ ความหน่วงรับ-ส่งข้อมูล หรือความเร็วตอบสนองการรับส่งข้อมูล ถ้าตำแหน่ง Region อยู่ใกล้จะมีค่าที่ดีขึ้น การปฏิบัติตามกฎระเบียบและความปลอดภัยข้อมูล ในหลายอุตสาหกรรมหรือบางประเทศ อาจไม่ต้องการให้นำข้อมูลต่างๆ ออกนอกประเทศ การมี Region ภายในประเทศจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ราคาค่าใช้จ่ายการใช้บริการคลาวด์สาธารณะ ในแต่ละ Region อาจแตกต่างกัน ขึ้นกับราคาที่ดิน ค่าพลังงาน และค่าภาษี การนำ Region มาตั้งในประเทศอาจเป็นประโยชน์กับภาครัฐในแง่รายได้จากภาษี การใช้บริการ และอาจยังครอบคลุมไปถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากเม็ดเงินในการลงทุนมหาศาล ส่วนใหญ่เป็นหลักหลายหมื่นหรือแสนล้านบาท
เรามักเจอคำถามเสมอว่า ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะในไทยสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ในต่างประเทศได้หรือไม่ ในปัจจุบันยังเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากเรายังมีบริการต่างๆ ในวงจำกัด ยังเน้นให้บริการเบื้องต้น เช่น บริการด้านเซิร์ฟเวอร์ ด้านสตอเรจ หรือ ด้านฐานข้อมูล แต่ยังขาดบริการที่เป็นนวัตกรรมหรือบริการใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันผู้บริการคลาวด์รายใหญ่จะเน้นบริการใหม่ๆ ที่ล้ำหน้าไปไกลมาก ยากที่รายเล็กๆ จะเข้ามาแข่ง เรื่องนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้รายใหญ่มักจะได้เปรียบเนื่องจากมีทีมงานวิจัยขนาดใหญ่ และมักจะออกบริการนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะรายใหญ่ ยังแข่งกันแบบไร้พรมแดนในด้านราคา เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นต้นทุนก็จะถูกลงและได้ราคาที่ถูกกว่า ทำให้ผู้ให้บริการรายใหญ่ในต่างประเทศ ยังได้เปรียบผู้ให้บริการในประเทศอยู่มาก เพราะจำนวนฐานลูกค้ามีมากกว่า อีกทั้งผู้ให้บริการรายใหญ่จะจัดหาซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เสมอเพราะมีเงินลงทุนที่มากพอ ทำให้ผู้ใช้บริการเห็นความต่างเรื่องประสิทธิภาพของ CPU ในการประมวลผล
ดังนั้นการแข่งขันเรื่องบริการคลาวด์สาธารณะ จึงเป็นเกมที่รายใหญ่เข้ามากินรายเล็กๆ เกิดการผูกขาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกเกือบทั้งหมดถูกผูกขาดโดยผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง 3-4 รายแรก
ปัจจุบันผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะรายใหญ่ จะสนใจมาลงทุนตั้ง Region และบริการคลาวด์ในประเทศต่างๆ ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ดี มีระบบไฟฟ้าที่เสถียร ทั้งนี้ประเทศที่มี Region ของผู้ให้บริการคลาวด์เหล่านั้นจะเสมือนเป็นศูนย์กลางข้อมูลประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่จะเข้ามาใช้บริการ ทั้งควบคุมไม่ให้ข้อมูลออกนอกประเทศได้ และออกกฎระเบียบควบคุมดูแลให้บริการคลาวด์ได้ดีขึ้น ทั้งยังทำให้ประมวลผลได้เร็ว สร้างงาน สร้างนวัตกรรมดิจิทัลให้ประเทศ
การพัฒนา Region ของผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะรายใหญ่ เปรียบเสมือนการสร้างศูนย์กลางของสายการบิน จะมีข้อมูลวิ่งเข้ามามากมาย ทำให้ได้เปรียบทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
หากเราจะสร้างนวัตกรรมในการแข่งขันได้รวดเร็ว อาจต้องพึ่งบริการคลาวด์สาธารณะรายใหญ่ ซึ่งเราต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศให้ดี สร้างมาตรการจูงใจ ให้เขามาลงทุนสร้าง Region ในประเทศเรา แล้วทำให้เกิดการต่อยอดเกิดงานด้านอื่นๆ หรือสร้างนวัตกรรมอื่นๆ สร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศต่อไป





