วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หัวเว่ย’ ชู ‘5จี’ หนุนไทยปฏิรูปสู่อุตสาหกรรม 4.0

“หัวเว่ย” ชี้ 5จี เอไอ ไอโอที ตัวจักรพลิกโฉมประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 เล็งส่งมอบแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ หนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผลักดันการเติบโตแบบยั่งยืน

นายชวพล จริยวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทรนด์สำคัญในด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่ควรจับตามองในปีนี้คือ การมุ่งสู่ยุคแห่ง 5จี และไอโอทีซึ่งจะพลิกประสบการณ์การใช้งานในกลุ่มประชาชนทั่วไป รวมถึงการประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

“การเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะหรือ อุตสาหกรรม 4.0 ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5จี การประมวลผลบนคลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้าด้วยกัน"

‘หัวเว่ย’  ชู ‘5จี’  หนุนไทยปฏิรูปสู่อุตสาหกรรม 4.0

อย่างไรก็ดี การบริการของอุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นการส่งมอบรูปแบบการบริการที่เท่าเทียมและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมจะผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้งานมากขึ้น ทั้งยังช่วยรองรับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ส่วนในด้านทักษะของบุคลากรจะต้องได้รับการยกระดับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี 5จี ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า และคลาวด์ เพื่อรองรับอุปสงค์ของตลาด ขณะเดียวกันในระบบนิเวศของภาคอุตสาหกรรมจะมีความเปิดกว้าง เท่าเทียม และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เขากล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ จะทำให้เกิดประโยชน์ที่จับต้องได้ทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ 5จี ในภูมิภาคอาเซียน และเริ่มมีการนำร่องไปแล้วในหลายภาคส่วนได้แก่ สถานีรถไฟอัจฉริยะ 5จี ในกรุงเทพฯ เขตพื้นที่อัจฉริยะ 5จี ในเชียงใหม่ การเกษตรอัจฉริยะ 5จี ในเชียงราย รวมไปถึงท่าเรืออัจฉริยะ 5จี ที่ชลบุรี ฯลฯ

สำหรับ หัวเว่ยพร้อมสนับสนุนการมุ่งสู่ภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะในประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ “GUIDE” ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ไทย และผลักดันศักยภาพในภาคอุตสาหกรรม

โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะประกอบด้วย 1.โครงการประเภท Gigaverse Initiative เพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการส่งต่อข้อมูลที่มากระดับกิกะบิต 2.ระบบการทำงานอัตโนมัติความเร็วสูง Ultra-Automation เพื่อส่งมอบกระบวนการทำงานแบบดิจิทัลที่คล่องตัวมากขึ้น

ขณะที่ 3.การส่งมอบ Intelligent Computer & Network ในรูปแบบการบริการ ทำให้เกิดเครือข่ายและการประมวลผลดิจิทัลที่ยืดหยุ่น ปรับตัวได้ 4.การส่งมอบประสบการณ์แบบ Differentiated Experience ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ

สุดท้าย 5.การเน้นเรื่อง ESG (Environmental, Social, and Corporate Governance) เพื่อเพิ่มจำนวนบิตและลดการใช้พลังงาน เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน