ไปรษณีย์ไทย เปิดเกมรุกแข่งคุณภาพ 'ราคา - บริการ'ต้องไปด้วยกัน

ไปรษณีย์ไทย เปิดเกมรุกแข่งคุณภาพ 'ราคา - บริการ'ต้องไปด้วยกัน

สิ่งที่ไปรษณีย์ไทยคิดคือเหนือกว่าเรื่องราคาคือเรื่องคุณภาพบริการที่ลูกค้าควรได้รับการส่งมอบอย่างดีที่สุด ในตลาดโลจิสติกส์ที่มีการแข่งขันรุนแรง

เกมรุกธุรกิจในตลาดส่งด่วนที่ฟาดฟันกันด้วยกลยุทธ์การแข่งขันราคาที่ดุเดือดที่สุดในรอบทศวรรษ ภาคธุรกิจขนส่งเอกชนหลากสี สู้กันหมัดต่อหมัด ด้วยการลดค่าบริการส่งพัสดุต่อชิ้น จากราคามาตรฐานโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 35 บาท ทุบราคาลดลงไปกว่า 50% ดิ่งลงไปเหลือเพียง 15 บาท 

หากกลยุทธ์ดังกล่าวอาจเป็นอาวุธดาบสองคม ที่ใช้ได้แค่ในระยะเวลาสั้นๆ จึงเป็นที่มาของคำถามว่า “หากร่วมลงแข่งในสนามราคาแล้วจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างยั่งยืนได้หรือไม่"

สงครามราคาอาจยังไม่จบ

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าการสู้ศึกบริการส่งพัสดุด้วยวิสัยทัศน์ที่ยืนหยัดแนวคิดการพัฒนาคุณภาพในหลากมิติ ปัจจุบันนี้เกี่ยวพันกับตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นสำคัญ ซึ่งขณะนี้เรียกว่าเป็นยุคเศรษฐกิจระยะหลังการระบาดโควิด-19 ที่กระแสพฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้น อาจไม่ได้เติบโตเห็นเป็นตัวเลขกราฟที่พุ่งสูงเท่าช่วงแพร่ระบาดในระยะแรกๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน และนิยมสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางช่องทางออนไลน์ 

ไปรษณีย์ไทย เปิดเกมรุกแข่งคุณภาพ 'ราคา - บริการ'ต้องไปด้วยกัน

แตกต่างกับทุกวันนี้ ที่ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลเริ่มคิดการใช้ชีวิตนอกบ้าน บวกกับช่วงหลังที่เริ่มมีมาตรการคลายล็อกของภาครัฐบาลเข้ามาส่งเสริม และกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าทำให้ทิศทางการจับจ่ายใช้สอยนอกบ้านเพิ่มสูงขึ้น พฤติกรรมดังกล่าว ตรงกับหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ที่เรียกว่า “Pent-Up Demand” หรืออุปสงค์ความต้องการของผู้บริโภคต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จึงไม่แปลกที่ตลาดธุรกิจส่งด่วนหรือธุรกิจดิลิเวอรี รวมถึงภาคขนส่ง-โลจิสติกส์ครบวงจรจะมีการแย่งชิงส่วนแบ่งชิ้นเค้กกันอย่างหนักหน่วง เนื่องด้วยสัดส่วนของปริมาณชิ้นงานที่ไม่ถล่มทลายมากเท่ากับช่วงก่อน และยังได้รับผลกระทบจากอัตราราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงทำให้มือสมัครเล่นรายใหม่ ตลอดจนถึงรายใหญ่ ต่างก็เจ็บตัวจากการขาดทุนในสมรภูมิแข่งขัน และยังต้องเผชิญกับสงครามราคาอยู่เช่นนี้อย่างไม่รู้จบ

ไปรษณีย์ไทย เปิดเกมรุกแข่งคุณภาพ 'ราคา - บริการ'ต้องไปด้วยกัน

มุ่งสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ

หากกล่าวถึงเกมสมรภูมิราคาที่ใช้กลยุทธ์ในเรด โอเชียน ในแวดวงการแข่งขันของตลาดส่งพัสดุ ไปรษณีย์ไทยยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความเป็นรัฐวิสาหกิจที่ใส่ใจและจริงใจต่อประชาชนโดยไม่ได้แสวงหาผลกำไรเป็นปัจจัยหลัก ผ่านการนำเสนอสินค้า - บริการในราคายุติธรรมที่คงไว้ด้วยคุณภาพมาตรฐาน และยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง 

“เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เหนือกว่าเรื่องราคาคือเรื่องคุณภาพบริการที่ลูกค้าควรได้รับการส่งมอบอย่างดีที่สุด จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่เราใช้เป็นทั้งจุดแข็งและโอกาสในการสร้างจุดขายใหม่ ๆ ของแบรนด์อย่างมีเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย ๆ”

ไปรษณีย์ไทย เปิดเกมรุกแข่งคุณภาพ 'ราคา - บริการ'ต้องไปด้วยกัน

เพราะสิ่งของทุกรูปแบบไม่สามารถถูกจัดส่งผ่านกระบวนการโลจิสติกส์ในรูปแบบเดียวกันได้ทั้งหมด เราจึงให้ความสำคัญของกระบวนการจัดส่งด้วยกลยุทธ์ Parcel Centric ที่คำนึงถึงห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่นิยามคำว่า “โลจิสติกส์” สำหรับไปรษณีย์ไทย โดยได้มีการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด 

ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ กระบวนการคัดแยกสินค้าตลอดจนถึงขั้นตอนนำจ่าย ซึ่งเรียกได้ว่าโจทย์สำคัญที่เป็นภารกิจหลักของเราคือการจัดส่งพัสดุและไปรษณีย์ภัณฑ์ให้ไปถึงตามเวลาที่คาดหมายในสภาพสมบูรณ์ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการรู้สึกคุ้มค่า กลับมาใช้ซ้ำ และเกิดเป็นแบรนด์รอยัลตี้ ที่ไม่เพียงแต่ใช้กลยุทธ์ลดราคาแบบผิวเผิน

สยายปีกสู่ “โมเดิร์นเทรด”

สำหรับปี 2565 นี้ ไปรษณีย์ไทย มีเป้าหมายที่จะให้ผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน สามารถเข้าถึงบริการของเราได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนการขยายเครือข่ายสาขาของไปรษณีย์ที่สู่กลุ่มธุรกิจโมเดิร์นเทรด รวมถึงการให้บริการผ่านกลุ่มพันธมิตร ร้านค้าปลีกในรูปแบบของจุดบริการฝากส่งด่วนพิเศษ “EMS Point” เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการอำนวยความสะดวก และอีกสิ่งหนึ่งที่เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการบริหารจัดการหลังบ้านสำหรับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ไม่ว่าร้านค้าจะอยู่ในแพลตฟอร์มใด

ดนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไปรษณีย์ไทยทำหน้าที่มากกว่าการจัดส่งพัสดุตามคอนเซ็ปต์ “Beyond Logistics” จึงได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก ผ่านการใช้ช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์