เจาะลึก AMD ใน CES 2026 เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือทุกลมหายใจ

สรุป AMD ใน CES 2026 พลิกโลกสู่ยุค Yotta-scale เปิดตัว Helios และ Ryzen AI 400 พร้อมพรีวิวชิป MI500 แรงขึ้น 1,000 เท่า ยกระดับ AI ให้เป็นเรื่องของทุกคน
KEY
POINTS
- AMD ประกาศวิสัยทัศน์ "AI Everywhere" ในงาน CES 2026 พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม Helios สำหรับ Data Center และพรีวิวกราฟิกการ์ด MI500 ที่แรงขึ้น 1,000 เท่า
- AMD เปิดตัว Ryzen AI 400 Series สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มาพร้อมหน่วยประมวลผล NPU ประสิทธิภาพสูง 60 TOPS ทำให้สามารถรันโมเดล AI บนเครื่องได้โดยตรง
- AMD ขยายขอบเขต AI ไปยังอุปกรณ์ฝังตัวด้วย Ryzen AI Embedded สำหรับใช้ในรถยนต์อัจฉริยะ อุปกรณ์การแพทย์ และหุ่นยนต์ Humanoid
- AMD ลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ AI ในห้องเรียนและชุมชน เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่รองรับอนาคต
หากติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงไอทีมาโดยตลอด จะพบว่าปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ AI กำลังแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของโลกดิจิทัลที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวินาที ในงาน CES 2026 ที่มหานครลาสเวกัสปีนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและพลังงานของนวัตกรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวที Keynote ของ Dr. Lisa Su ซีอีโอหญิงแกร่งแห่ง AMD ที่ประกาศวิสัยทัศน์ “AI Everywhere, for Everyone” เป็นดั่งการปูพรมเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไปจนถึงแล็ปท็อปที่เราพกพา เพื่อรองรับผู้ใช้งาน AI ที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 5 พันล้านคนภายในปี 2030
เข้าสู่ยุค Yotta-scale ด้วยแพลตฟอร์ม Helios
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน AI ระดับโลกคือศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ที่ต้องทรงพลัง AMD ได้เผยโฉมแพลตฟอร์มระดับ Rack-scale ที่ชื่อว่า “Helios” ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังใหม่ของวงการไอที โดย Helios ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเทรนโมเดล AI ที่มีความซับซ้อนระดับล้านล้านพารามิเตอร์ ด้วยประสิทธิภาพสูงถึง 3 AI exaflops ในแร็คเดียว
ความเจ๋งคือการออกแบบที่เป็นโมดูลาร์ (Modular) ผสานพลังของกราฟิกการ์ด AMD Instinct MI455X เข้ากับซีพียู EPYC รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า “Venice” และระบบเครือข่ายความเร็วสูง ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันผ่านซอฟต์แวร์ระบบเปิดอย่าง AMD ROCm ทำให้ Helios กลายเป็นพิมพ์เขียวสำหรับโครงสร้างพื้นฐานระดับ Yotta-scale ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน
กราฟิกการ์ดสำหรับองค์กรและการพรีวิวอนาคตที่เร็วขึ้น 1,000 เท่า
สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการนำ AI มาใช้งานจริงในรูปแบบ On-premise หรือติดตั้งเองภายในบริษัท AMD ได้เปิดตัว AMD Instinct MI440X ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในตระกูล MI400 Series การ์ดรุ่นนี้ถูกออกแบบมาในฟอร์มแฟกเตอร์ที่กะทัดรัดแต่ทรงพลัง รองรับทั้งการเทรนโมเดล การปรับจูน (Fine-tuning) และการประมวลผลผลลัพธ์ (Inference) ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่น MI430X ที่เป็นขุมพลังให้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลกอย่าง “Discovery” และ “Alice Recoque” ในฝรั่งเศส
แต่ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคือการที่ Dr. Lisa Su แง้มพรีวิวของกราฟิกการ์ดเจนเนอเรชั่นถัดไปอย่าง AMD Instinct MI500 Series ที่มีแผนจะเปิดตัวในปี 2027 โดยมีการเคลมตัวเลขประสิทธิภาพด้าน AI ที่น่าตกตะลึงว่าจะสูงขึ้นถึง 1,000 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น MI300X ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2023 ด้วยสถาปัตยกรรม CDNA 6 ใหม่ล่าสุดและการผลิตที่ระดับ 2 นาโนเมตร นี่คือสัญญาณที่บอกว่าสงครามชิปประมวลผล AI กำลังจะดุเดือดขึ้นไปอีกขั้น
Ryzen AI 400 Series และขุมพลังสำหรับครีเอเตอร์
ขยับมาที่เรื่องใกล้ตัวเราทุกคนกันบ้าง ในฝั่งของผู้ใช้งานทั่วไป AMD ได้ยกระดับประสบการณ์ PC ให้ฉลาดขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว AMD Ryzen AI 400 Series และ Ryzen AI PRO 400 Series แพลตฟอร์มใหม่นี้มาพร้อมหน่วยประมวลผล NPU ที่มีประสิทธิภาพระดับ 60 TOPS ซึ่งถือว่าแรงพอที่จะรันโมเดล AI ต่างๆ บนเครื่องของเราได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ตลอดเวลา นอกจากจะประหยัดพลังงานมากขึ้นแล้ว ยังรองรับแพลตฟอร์ม ROCm อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักพัฒนาพอร์ตแอปพลิเคชันจากคลาวด์มาลงเครื่อง PC ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยสินค้าล็อตแรกจะเริ่มส่งถึงมือผู้ผลิตในเดือนมกราคม 2026 นี้แล้ว
นอกจากนี้ สายครีเอเตอร์และเกมเมอร์ที่ต้องการความแรงแบบจัดเต็มต้องถูกใจสิ่งนี้ กับการเปิดตัว Ryzen AI Max+ 392 และ Ryzen AI Max+ 388 ที่มาพร้อมหน่วยความจำแบบ Unified ขนาดมหึมาถึง 128GB ซึ่งจุดนี้สำคัญมากเพราะช่วยให้เรารันโมเดล AI ขนาดใหญ่ถึง 1.28 แสนล้านพารามิเตอร์ได้บนโน้ตบุ๊กบางเบาหรือเดสก์ท็อปขนาดเล็ก นี่คือการปลดล็อกขีดจำกัดให้เราสร้างสรรค์เวิร์กโฟลว์คอนเทนต์ระดับโปร หรือเล่นเกมที่ผสานเทคโนโลยี AI ได้อย่างลื่นไหลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
อัจฉริยะในทุกสิ่งด้วย Ryzen AI Embedded
โลกของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่กำลังจะฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์รอบตัวเรา AMD เข้าใจจุดนี้ดีจึงได้เปิดตัว Ryzen AI Embedded ในซีรีส์ P100 และ X100 โปรเซสเซอร์กลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ที่ต้องการความฉลาดที่ขอบข่ายเครือข่าย หรือ Edge ตั้งแต่ระบบหน้าจออัจฉริยะในรถยนต์ (Digital Cockpits) ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัย และที่น่าสนใจคือการนำไปใช้ในหุ่นยนต์ Humanoid หรือหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ ซึ่งโปรเซสเซอร์เหล่านี้จะช่วยให้หุ่นยนต์ประมวลผลและตัดสินใจได้รวดเร็วแม่นยำขึ้น แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน
นำ AI ใส่ห้องเรียน
สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีจะดีแค่ไหนก็ไร้ความหมายหากขาดคนที่จะใช้งาน AMD จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่การขายชิป แต่ยังประกาศความร่วมมือกับทำเนียบขาวในโครงการ Genesis Mission เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ พร้อมกันนี้ยังประกาศทุ่มงบกว่า 150 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำ AI เข้าสู่ห้องเรียนและชุมชนต่างๆ มุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้แบบลงมือทำจริง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนวัตกรกว่า 15,000 คนที่เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของ AMD เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ







