วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘แฮกเกอร์’ ป่วนโลก ‘ไทย’ เร่งตั้งรับ วางเกราะไซเบอร์รับมือภัยควอนตัม

สกมช.) จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) กรอบการเตรียมความพร้อมสู่ความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ.2569-2578 (Quantum Security Framework 2569-2578) เพื่อกำหนดทิศทางการกำกับดูแลและวางมาตรการรองรับภัยคุกคามยุคใหม่ ก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถถอดรหัสระบบเข้ารหัสที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

KEY POINTS

  • สกมช. เตรียมรับมือภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ที่สามารถถอดรหัสระบบความปลอดภัยไซเบอร์ในปัจจุบันได้
  • เปิดตัวโรดแมป “Quantum-Ready 2030” และร่างกรอบความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ. 2569-2578 เพื่อเป็นเกราะป้องกันประเทศ
  • เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography - PQC) ที่ทนทานต่อการโจมตี
  • แผนดำเนินงาน 10 ปี แบ่งเป็น 4 ระยะ ตั้งแต่การสำรวจ ประเมินความเสี่ยง ทดลองใช้ และขยายผลการใช้งาน PQC ในระบบสำคัญให้เต็มรูปแบบภายในปี 2578
  • เตรียมจัดตั้ง “Quanta Center” เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร เพื่อรับมือวิกฤติไซเบอร์ยุคควอนตัมที่เรียกว่า “Y2Q”

เทคโนโลยีควอนตัมกำลังเปลี่ยนโฉมโลกดิจิทัล พร้อมสร้างความเสี่ยงใหม่ต่อระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นร่างกรอบความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ.2569-2578 วางโรดแมปเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography พร้อมผลักดันนโยบาย “Quantum-Ready 2030” ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์ไทย รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและความเชื่อมั่นด้านการค้าในอนาคต

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยี Quantum Computing หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัม กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนถูกมองว่าจะพลิกโฉมการประมวลผลของโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะเปิดโอกาสใหม่ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเงิน และอุตสาหกรรม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) กรอบการเตรียมความพร้อมสู่ความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ.2569-2578 (Quantum Security Framework 2569-2578) เพื่อกำหนดทิศทางการกำกับดูแลและวางมาตรการรองรับภัยคุกคามยุคใหม่ ก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถถอดรหัสระบบเข้ารหัสที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

รับมือภัยไซเบอร์ยุคหลังควอนตัม

หัวใจสำคัญของความท้าทายครั้งนี้ คือระบบเข้ารหัสข้อมูลแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น RSA, Diffie-Hellman และ Elliptic Curve Cryptography (ECC) ซึ่งเป็นรากฐานของการรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต การทำธุรกรรมออนไลน์ ระบบธนาคาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อาจไม่สามารถต้านทานศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ในอนาคต

หากเทคโนโลยีควอนตัมพัฒนาไปถึงระดับที่สามารถถอดรหัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลสำคัญของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน อาจตกอยู่ในความเสี่ยง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ การลงทุน และความมั่นคงของประเทศ

ด้วยเหตุนี้ สกมช.จึงกำหนดแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Cryptography (PQC) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้สามารถต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด และสามารถทยอยปรับปรุงผ่านซอฟต์แวร์ได้

วางโรดแมปเปลี่ยนผ่าน 4 ระยะ

ร่างกรอบ Quantum Security Framework กำหนดแผนดำเนินงานระยะยาว 10 ปี แบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย

ระยะที่ 0 (ปี 2569) จัดตั้งกลไกขับเคลื่อนและประเมินความพร้อมของประเทศ

ระยะที่ 1 (2569-2570) สำรวจสินทรัพย์ด้านการเข้ารหัส (Crypto Inventory) และประเมินความเสี่ยงของระบบ

ระยะที่ 2 (2570-2573) ทดลองใช้งานระบบแบบ Hybrid ระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับมาตรฐาน PQC

ระยะที่ 3 (2573-2578) ขยายผลการใช้งาน PQC ในระบบสำคัญของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินความเสี่ยงด้านการเข้ารหัสได้อย่างเป็นระบบ วางแผนการเปลี่ยนผ่านตามมาตรฐานสากล และลดผลกระทบต่อระบบบริการที่สำคัญของประเทศ

เปิดนโยบาย ‘Quantum-Ready 2030’

สกมช. ระบุว่า ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมต่อสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า “Y2Q” หรือวิกฤติด้านความมั่นคงไซเบอร์จากยุคควอนตัม ซึ่งอาจสร้างผลกระทบกว้างขวางยิ่งกว่าวิกฤติ Y2K เมื่อกว่า 20 ปีก่อน

นโยบาย “Quantum-Ready 2030” จึงถูกวางขึ้นเพื่อให้ทุกหน่วยงานเริ่มสำรวจระบบเข้ารหัสที่ใช้งานอยู่ ประเมินความเสี่ยง จัดทำแผนเปลี่ยนผ่าน ทดลองใช้งานจริง และทยอยปรับระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาเป็นเวลานานให้รองรับมาตรฐานใหม่

พร้อมกันนี้ สกมช.ยังเตรียมจัดตั้ง Quanta Center เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ การทดสอบ การประเมินความพร้อม และการพัฒนาบุคลากรด้าน Post-Quantum Cryptography ของประเทศ สนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้สามารถวางแผนเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น การจัดทำกรอบ Quantum Security Framework 2569-2578 จึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับคอมพิวเตอร์ควอนตัมเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานการกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของประเทศในระยะยาว เพื่อรักษาความมั่นคงของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าระหว่างประเทศ ในวันที่เทคโนโลยีควอนตัมกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลโลกอย่างเต็มรูปแบบ