วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดชี้ปมฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เปิดทางผู้บริโภคดึงแพลตฟอร์ม รับผิดชอบภัยออนไลน์

สภาผู้บริโภคเดินหน้าฟ้อง Meta และแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ หวังสร้างบรรทัดฐานความรับผิดชอบ หลังครึ่งปีแรก 2569 คนไทยเสียหายเกือบ 9,000 ล้านบาท พบเฟซบุ๊กเป็นช่องทางก่อเหตุสูงสุดกว่า 61% จับตาศาลนัดพร้อมอีก 9 คดี วันที่ 9 และ 23 พ.ย. นี้

KEY POINTS

  • ศาลแพ่งนัดพร้อมวันที่ 9 พ.ย. เพื่อพิจารณาคดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องเฟซบุ๊กให้ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายจากภัยหลอกลวงออนไลน์
  • ประเด็นสำคัญของคดีคือการต่อสู้ทางกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล หลังจากจำเลยโต้แย้งว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแพ่ง ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลอุทธรณ์
  • เป้าหมายของการฟ้องร้องครั้งนี้คือการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมาย เพื่อกำหนดความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ไม่ใช่แค่การเรียกร้องค่าเสียหาย
  • คดีนี้สะท้อนปัญหาร้ายแรง โดยเฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงผู้บริโภคมากที่สุด คิดเป็นกว่า 61% ของคดีทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายเกือบ 9,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปี
  • สภาผู้บริโภคเสนอให้แพลตฟอร์มต้องมีมาตรการป้องกันเชิงรุก เช่น การคัดกรองโฆษณา ใช้ AI ตรวจจับความเสี่ยง และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแอปพลิเคชัน

ความคืบหน้า คดีฟ้องร้อง บริษัท เมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล แอปพลิเคชัน รวมถึงสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้บริโภค กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญอีกครั้ง โดยวันที่ 9 พ.ย. 2569 ศาลฯมีกำหนดนัดพร้อมเพื่อพิจารณาคดีที่ สภาผู้บริโภค ยื่นฟ้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาว่าจะมีความคืบหน้าในประเด็นข้อกฎหมายและเขตอำนาจศาลอย่างไร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้นัดพร้อมครั้งที่ 2 ในคดีแรกจากทั้งหมด 10 คดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องศาล โดยเปิดโอกาสให้คู่ความยื่นคำร้องและคำคัดค้านเพิ่มเติม หลังจำเลยบางรายยื่นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสถานะของคดีว่าเข้าข่ายคดีผู้บริโภค หรืออยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่

ขยายเวลายื่นคำคัดค้าน ส่งศาลอุทธรณ์ชี้ขาด

นายพิเชษฐ์ เคยอาษา ทนายความ เปิดเผยว่า การนัดพร้อมเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา มีจำเลยบางรายยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาล ขณะที่ศาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายโจทก์ยื่นเอกสารและคำชี้แจงเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ก่อนรวบรวมคำร้องและคำคัดค้านของคู่ความทุกฝ่ายส่งให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษวินิจฉัย

เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว ศาลจะแจ้งให้สภาผู้บริโภคและทนายความทราบ เพื่อกำหนดแนวทางและวันนัดพิจารณาคดีในขั้นตอนต่อไป

จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดชี้ปมฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เปิดทางผู้บริโภคดึงแพลตฟอร์ม รับผิดชอบภัยออนไลน์

 

ด้านนายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ในเดือน พ.ย. ยังมีนัดหมายสำคัญอีก 2 รอบ ได้แก่ วันที่ 9 พ.ย. 2569 ณ ศาลแพ่งรัชดา และวันที่ 23 พ.ย. 2569 ณ ศาลแพ่งกรุงเทพ รวม 9 คดี โดยเป็นการติดตามคำสั่งศาลในประเด็นที่คู่ความยื่นคำร้องไว้ ตลอดจนตรวจสอบว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นเอกสารหรือคำคัดค้านเพิ่มเติมอีกหรือไม่

สภาฯผู้บริโภค เตรียมรวบรวมข้อมูลจากการพิจารณาแต่ละครั้งเพื่อแถลงต่อศาล พร้อมเสนอแนวทางกำหนดกรอบเวลาและกระบวนการพิจารณาคดีให้กระชับและมีประสิทธิภาพ โดยยืนยันว่าจะใช้สิทธิคัดค้านทุกประเด็นที่ฝ่ายจำเลยหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้คดีเดินหน้าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย

จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดชี้ปมฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เปิดทางผู้บริโภคดึงแพลตฟอร์ม รับผิดชอบภัยออนไลน์

เปิดตัวเลขความเสียหายเกือบ 9,000 ล้าน เฟซบุ๊กช่องทางหลอกลวงอันดับ 1

ความสำคัญของคดีดังกล่าวยิ่งสะท้อนชัดขึ้น เมื่อพิจารณาจาก สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ ในประเทศไทย โดยข้อมูลช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2569 พบคนไทยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์มากกว่า 170,000 คดี มีมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกว่า 52,000 บาทต่อคดี

ที่น่ากังวลคือ เฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่พบการหลอกลวงมากที่สุด คิดเป็นกว่า 61% ของคดีทั้งหมด ครอบคลุมทั้งเพจปลอม บัญชีปลอม โฆษณาหลอกลงทุน การซื้อขายสินค้า และการแอบอ้างบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ

สำหรับคดีที่สภาฯผู้บริโภคยื่นฟ้อง มีจุดเริ่มต้นจากผู้บริโภคพบเห็นโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนถูกชักชวนให้ติดต่อพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบ Android และ App Store จนนำไปสู่ความเสียหาย

จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดชี้ปมฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เปิดทางผู้บริโภคดึงแพลตฟอร์ม รับผิดชอบภัยออนไลน์

ไม่ใช่แค่เยียวยา แต่ต้องสร้างบรรทัดฐานแพลตฟอร์มรับผิดชอบ

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค ระบุว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภค 10 รายแรก แต่ต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และสร้างคำตอบว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลควรมีความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด

จำเลยบางรายใช้สิทธิตามกฎหมายโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาล โดยเห็นว่าคดีไม่เข้าข่ายคดีผู้บริโภค แต่เราพร้อมต่อสู้ และเตรียมรวบรวมแนวทางคำพิพากษาคดีลักษณะใกล้เคียงกันในต่างประเทศ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามข้อเสนอแนะของศาล

ทั้งนี้ ข้อเสนอสำคัญคือ แพลตฟอร์มต้องยกระดับมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่การคัดกรองและระงับโฆษณาหลอกลวง การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาตรวจจับข้อความหรือพฤติกรรมชักชวนลงทุนที่มีความเสี่ยง ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแอปพลิเคชันบน App Store และ Play Store เพื่อสกัดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้เข้าถึงประชาชน

จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดชี้ปมฟ้อง “เฟซบุ๊ก” เปิดทางผู้บริโภคดึงแพลตฟอร์ม รับผิดชอบภัยออนไลน์

ขณะที่นางบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ย้ำว่า การดำเนินคดีมีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ไม่ใช่การสร้างกระแสหรือชื่อเสียงให้แก่องค์กร เนื่องจากปัจจุบันประชาชนจำนวนมากไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณา ข้อความ หรือบัญชีที่พบเห็นบนแพลตฟอร์มเป็นข้อมูลจริงหรือเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ

สภาผู้บริโภค จึงต้องการให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้ามามีส่วนรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการป้องกันและการเยียวยา เพื่อสร้างระบบนิเวศการคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection Ecosystem) ที่ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์เพียงฝ่ายเดียว

ดังนั้น กรณีที่ศาลฯ นัดหมายวันที่ 9 พ.ย. นี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของคดีที่ต้องจับตา เพราะไม่เพียงเกี่ยวข้องกับข้อโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อกำหนดบรรทัดฐานว่า แพลตฟอร์มออนไลน์และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของผู้บริโภคจากภัยออนไลน์ในระดับใด