Google, Temasek และ Bain & Company เผยรายงาน “e-Conomy SEA 2026” คาดเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2569 แตะ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 19% จากปีก่อน โดยมีอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โต 20% ขณะที่ AI และบริการการเงินดิจิทัลหนุนการเติบโต ด้านผู้บริโภคไทยมีความพร้อมใช้ AI Agent สูงสุดในอาเซียน
KEY POINTS
- เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2569 คาดแตะ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.43 ล้านล้านบาท) เติบโต 19%
- อีคอมเมิร์ซ แรงขับเคลื่อนหลัก GMV 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 20%
- AI มาแรง คนไทยใช้ AI เฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงสุดในอาเซียน
- การเงินดิจิทัลโตต่อเนื่อง ชำระเงินแตะ 2.15 แสนล้านดอลลาร์ สินเชื่อโต 24% แตะ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์
รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ e-Conomy SEA 2026 จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value: GMV) 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 (ประมาณ 2.43 ล้านล้านบาท) เติบโต 19% จากปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ
รายงานระบุว่า ไทยมีรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับนโยบายสนับสนุนการพัฒนา AI ของภาครัฐ โดยแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติครอบคลุมทั้งอธิปไตยทางดิจิทัล ธรรมาภิบาล AI การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ในระยะยาว คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่า 1.04 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 และ 1.67 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 10%
'อีคอมเมิร์ซ' แรงขับเคลื่อนหลัก โต 20%
ข้อมูลระบุว่า ตลาดดิจิทัลไทยกำลังเข้าสู่ระยะที่ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้และความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น แพลตฟอร์มต่างๆ ปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้จากบริการ รวมถึงการเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการนำ AI มาใช้ในวงกว้าง
อีคอมเมิร์ซ ยังคงเป็นธุรกิจหลัก มีมูลค่า GMV 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 เติบโต 20% จากปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.02 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 10%
ท่องเที่ยวออนไลน์ มีมูลค่า GMV 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 12% ในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตลาดจุดหมายปลายทางและบริการจองการเดินทางออนไลน์
สื่อออนไลน์ เติบโต 21% มีมูลค่า GMV 9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2578
ส่วน บริการเรียกรถและจัดส่งอาหาร มีมูลค่า GMV 7 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 19% ในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% โดยได้แรงหนุนจากการควบรวมตลาดและการมุ่งเน้นผลกำไร
คนไทยใช้ AI ถี่สุดในอาเซียน
ข้อมูลระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้ Generative AI (GenAI) 31 ล้านคน หรือ 63% ของประชากรวัยทำงาน โดยมีการสอบถาม AI รวม 2.1 หมื่นล้านครั้งต่อปี และมีปริมาณการใช้งาน AI เฉลี่ย 15 ล้านโทเค็นต่อผู้ใช้หนึ่งคน ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาคด้านปริมาณการใช้งานต่อคน
ในด้านความถี่ ไทยอยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียน โดยประชาชนใช้ AI เฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันและธุรกรรมออนไลน์ ขณะที่ 22% ของประชากรวัยทำงานใช้ GenAI ในชีวิตประจำวัน ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 2 ของภูมิภาค
พฤติกรรมการใช้ AI ของคนไทยเน้นการใช้งานจริง โดยประมาณหนึ่งในสามของพรอมต์เป็นคำถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการค้นหาข้อมูล ส่วนหมวดหมู่ที่มีการใช้งานมาก ได้แก่ การทำงาน การศึกษา และการช็อปปิ้งออนไลน์ รองลงมาคือสุขภาพและการเดินทาง
รายงานยังชี้ว่า 41% ของเส้นทางผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มต้นบนแพลตฟอร์ม AI ขณะที่ผู้ใช้ 75% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นใน AI มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และกว่า 80% พร้อมมอบหมายให้ Agentic AI ช่วยตัดสินใจซื้อสินค้าหรือจัดการงานที่ซับซ้อนแทน
นอกจากนี้ 78% ของการสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาโมเดลภาษาที่เข้าใจภาษาและบริบทท้องถิ่น เพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้าง
ราฟาเอล ซิสโลว์สกี ผู้จัดการประจำประเทศไทย Google กล่าวว่า ไทยมีความแข็งแกร่งทั้งด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการใช้งาน AI โดยประชาชนและธุรกิจนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในงานและชีวิตประจำวัน ขณะที่ผู้บริโภคกว่า 80% พร้อมมอบหมายงานให้ AI Agent
ประเทศไทยได้ตอกย้ำจุดยืนอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน AI ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป็นผู้นำของภูมิภาคด้านความถี่ในการใช้งาน AI เฉลี่ยเกือบ 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์
Google จึงมุ่งร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรในไทย เพื่อเปลี่ยนความเชื่อมั่นของผู้ใช้ให้เป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน
วิลลี ชาง Partner, Bain & Company กล่าวว่า คนไทยเปิดรับและใช้ GenAI อย่างแพร่หลาย โดยมีความถี่ในการใช้งานในชีวิตประจำวันสูงที่สุดในภูมิภาค สอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางดิจิทัล ธรรมาภิบาล AI การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และอุตสาหกรรมภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงยังอยู่ที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงระดับการนำ AI มาใช้ โดยธุรกิจที่ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้มี AI เป็นแกนหลัก มีโอกาสเปลี่ยนการใช้งานเทคโนโลยีให้เป็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม
'ชำระเงินดิจิทัล' แตะ 2.15 แสนล้านดอลลาร์ สินเชื่อโต 24%
บริการทางการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services: DFS) ยังเติบโตในระดับเลข 2 หลัก โดยมีทั้งการชำระเงิน สินเชื่อ และประกันภัยดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
- การชำระเงินดิจิทัล มีมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value: GTV) 2.15 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2569 เติบโต 19% จากปีก่อน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.23 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2573 และ 4.25 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2578
- สินเชื่อดิจิทัล เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด โดยยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 24% เป็น 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573 และ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2578 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการออกใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งมุ่งให้บริการลูกค้ารายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน
- ประกันภัยดิจิทัล มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums: GWP) และเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (Annual Premium Equivalent: APE) รวม 1.10 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 เติบโต 11% จากปีก่อน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.93 พันล้านดอลลาร์ในปี 2573 และ 3.25 พันล้านดอลลาร์ในปี 2578 โดยมีแรงหนุนจากข้อกำหนดใหม่ที่ให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
เงินลงทุนเอกชนครึ่งปีแรกสะพัด 200 ล้านดอลลาร์
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การจัดหาเงินทุนภาคเอกชน (Private Funding) ของไทยมีมูลค่ารวม 200 ล้านดอลลาร์ จาก 11 ดีล โดยมีการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลเป็นแรงสนับสนุน
ตัวเลขดังกล่าวประเมินจากรอบระดมทุนที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว และไม่ครอบคลุมการลงทุนระยะยาวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในรูปแบบรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure: CapEx) ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อขยายขีดความสามารถด้านคลาวด์และ AI ในประเทศไทย





