วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิบอินซอย' วางหมากปีที่ 101 รักษาฐานไอที ขยายธุรกิจเกษตร-พลังงาน

"ยิบอินซอย" ก้าวสู่ปีที่ 101 เร่งปรับโครงสร้างเป็น FV] ลุยต่อยอดรากฐาน 100 ปี ชูเทคโนโลยีไอที เกษตรยั่งยืน และพลังงานสะอาด เดินหน้าพยุง 'Robinhood' ต่อลมหายใจแอปสัญชาติไทย

KEY POINTS

  • ก้าวสู่ปีที่ 101 ‘ยิบอินซอย’ ปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Holding Company
  • ปักธงรักษาฐานธุรกิจไอที ต่อยอดเกษตร-พลังงานสะอาด
  • วางหมากลงทุนรอบคอบ เน้นความคุ้มค่า ควบคุมความเสี่ยง
  • พยุง Robinhood ต่อลมหายใจแพลตฟอร์มสัญชาติไทย

100 ปี คือบทพิสูจน์การปรับตัวขององค์กรที่เติบโตเคียงคู่กับประเทศไทย แต่การรักษาความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอสำหรับการเติบโตในศตวรรษที่สอง โจทย์ที่น่าจับตาจึงอยู่ที่ว่า "ยิบอินซอย" จะนำรากฐานธุรกิจที่สั่งสมมา ต่อยอดสู่โอกาสใหม่และกำหนดทิศทางการเติบโตในปีที่ 101 อย่างไร

ยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย๊คส์ จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจตลอด 100 ปีทำให้องค์กรมีประสบการณ์และองค์ความรู้สะสมจากการผ่านความเปลี่ยนแปลงหลายยุค แต่การเติบโตต่อจากนี้ต้องไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต หากต้องนำรากฐานที่แข็งแกร่งมาต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่

หนึ่งในทิศทางสำคัญคือการปรับโครงสร้างองค์กรเป็น Holding Company เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการบริหารบริษัทในเครือ เปิดทางให้การลงทุนและการสร้างธุรกิจใหม่มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยคาดว่าการเปลี่ยนผ่านระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูกจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี

บทบาทของบริษัทแม่จะเน้นการกำหนดทิศทางการเติบโต การลงทุน การกำกับดูแลกิจการ และการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของธุรกิจในเครือ เพื่อสร้างโอกาสใหม่และต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่ให้เกิด Synergy มากขึ้น

สำหรับการลงทุนในระยะต่อไป ยิบอินซอยยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกรรม พลังงาน และความยั่งยืน โดยใช้แนวทางระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เน้นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว เช่น พลังงานสะอาดและโซลาร์ ขณะที่การลงทุนบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ดาต้าเซนเตอร์ อาจชะลอการตัดสินใจไว้ก่อน

'ยิบอินซอย' วางหมากปีที่ 101 รักษาฐานไอที ขยายธุรกิจเกษตร-พลังงาน

รักษาฐาน 'ไอที' ต่อยอด 'เกษตร' สร้างมูลค่าเพิ่ม

มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจไอทียังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้มากที่สุดของกลุ่ม โดยทิศทางในปีที่ 101 จะเดินหน้าตามแนวโน้มเทคโนโลยี ทั้ง AI คลาวด์ ดาต้าเซนเตอร์ และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ควบคู่กับการขยายโอกาสในธุรกิจเกษตรซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญ

การขยายธุรกิจเกษตรมาจากมุมมองที่ว่าประเทศไทยมีรากฐานเป็นประเทศเกษตรกรรม และอาหารเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่ต้องพัฒนาห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ

ยุพธัชกล่าวว่า การนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาพัฒนาภาคเกษตรต้องช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศและเศรษฐกิจ โดยยิบอินซอยต้องการนำกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ มาต่อยอด พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจอาชีพเกษตรกรรม

ขณะเดียวกัน การพัฒนาอาหารยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรทั่วไปไปสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและอาหารเพื่อสุขภาพ (Medical Food) โดยมองว่าประเทศไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านอาหารต่อยอดทั้งในมิติธุรกิจและความมั่นคงทางอาหาร

มรกตระบุว่า การพัฒนาเกษตรกรรมต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม และภัยแล้ง รวมถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเกษตรกรและทรัพยากรธรรมชาติ เป้าหมายคือการทำให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาด

ปรับกลยุทธ์ลงทุน มองความคุ้มค่าระยะยาว

ส่วนการลงทุนในสตาร์ทอัปมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ยุพธัชมองว่า แม้สตาร์ทอัปไทยมีผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่ยังมีช่องว่างด้านการตลาด การดำเนินธุรกิจ การต่อยอดเชิงพาณิชย์ และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว

จากประสบการณ์การลงทุนที่ผ่านมา การสนับสนุนเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ ยิบอินซอยจึงปรับแนวทางไปสู่การสร้างความร่วมมือหรือ Co-creation โดยนำแนวคิดและความสามารถของสตาร์ทอัปมาผสานกับความเชี่ยวชาญและทรัพยากรขององค์กร เพื่อพัฒนาธุรกิจร่วมกัน

แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดระบบนิเวศธุรกิจ ให้บริษัทในเครือและพันธมิตรสามารถร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ แทนการลงทุนในธุรกิจที่ยังขาดความพร้อมในการดำเนินงานเพียงลำพัง

สำหรับความคืบหน้าของ “ยิบอินซอย เน็กซ์” มรกตระบุว่า การปรับโครงสร้างและจัดระบบการทำงานระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทย่อยยังต้องใช้เวลาอีกราว 2–3 ปี เพื่อให้การบริหารมีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น โดยบริษัทแม่จะทำหน้าที่กำหนดทิศทางการเติบโต วางแผนการลงทุน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และกำกับดูแลธรรมาภิบาลขององค์กร

พยุง Robinhood ต่อลมหายใจแอปสัญชาติไทย

ส่วน Robinhood มรกตเผยว่า จุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากแผนที่จะเข้าสู่ธุรกิจดิลิเวอรีตั้งแต่แรก แต่เป็นความตั้งใจที่จะรักษาพื้นที่ของแพลตฟอร์มไทยไว้ ในช่วงที่เศรษฐกิจดิจิทัลมีการแข่งขันจากแอปพลิเคชันต่างชาติ

ยิบอินซอยเข้ามาพยุงธุรกิจ Robinhood ต่อเนื่องราว 2 ปี แม้การตลาดแบบ B2C จะไม่ใช่ความเชี่ยวชาญหลักขององค์กร แต่บริษัทยังต้องการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของไทยมีพื้นที่แข่งขันในตลาด และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างมองหาพันธมิตรที่มีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนแอปพลิเคชันให้เติบโตต่อไป

'ยิบอินซอย' วางหมากปีที่ 101 รักษาฐานไอที ขยายธุรกิจเกษตร-พลังงาน

100 ปีกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม

ยิบอินซอยยังใช้โอกาสครบรอบ 100 ปีต่อยอดองค์ความรู้และเครือข่ายที่สั่งสมมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน ภายใต้แนวคิด “A Century of Yip In Tsoi Legacy มรดกแห่งความเชื่อมั่น รากฐานแห่งความยั่งยืน” และเจตนารมณ์ “The Country and Society in Return” หรือการตอบแทนคุณแผ่นดิน

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “คลองดี เมืองมีสุข” ซึ่งยิบอินซอยประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ สำนักงานเขต 6 เขตริมคลองผดุงกรุงเกษม ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำ โดยนำ EM Technology และจุลินทรีย์ขยายมาใช้ พร้อมติดตามผลคุณภาพน้ำทางวิทยาศาสตร์ ระยะแรกดำเนินการตั้งแต่สะพานพิทยเสถียรถึงสะพานเจริญสวัสดิ์ 36 และมีแผนขยายผลตลอดแนวคลอง

บริษัทเตรียมต่อยอดพื้นที่ผ่านงาน “สมโภชอาราม สนุกสำราญคลองผดุงฯ” วันที่ 7-8 พ.ย. 2569 ซึ่งเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการในชุมชน โดยมีกิจกรรมการแสดงแสง สี เสียง และศิลปะร่วมสมัย รวมถึงการจัดกิจกรรม Big Cleaning ร่วมกับกรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่ายในวันที่ 5 พ.ย. 2569

สำหรับยิบอินซอย การเข้าสู่ปีที่ 101 จึงเป็นทั้งการต่อยอดธุรกิจหลัก สร้างโอกาสลงทุนใหม่ และนำประสบการณ์ที่สั่งสมตลอดหนึ่งศตวรรษมาใช้พัฒนาธุรกิจและสังคมควบคู่กัน

'ยิบอินซอย' วางหมากปีที่ 101 รักษาฐานไอที ขยายธุรกิจเกษตร-พลังงาน