อัดงบเพิ่มแต่ยังไม่ตอบโจทย์! แคสเปอร์สกี้เผย 81% ขององค์กรใน APAC ทุ่มงบไซเบอร์ซีเคียวริตี้เพิ่ม แต่ยังคงติดล็อค "ช่องว่างทางทักษะ" ของบุคลากร ทั้งการเขียนโปรแกรม การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซ้ำร้ายผู้เชี่ยวชาญเกือบครึ่งยอมรับเคยพลาดช่วงเริ่มอาชีพเพราะขาดความรู้
การลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้น แต่การพัฒนาบุคลากรยังเป็นโจทย์สำคัญ ทั้งทักษะทางเทคนิค การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ซึ่งล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพการรับมือภัยคุกคาม
แคสเปอร์สกี้ เผยว่า บุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเผชิญช่องว่างด้านทักษะ แม้องค์กรจะเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรและระบบรักษาความปลอดภัยไอที โดยทักษะที่ขาดแคลนครอบคลุมทั้งความสามารถทางเทคนิค การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา
ข้อมูลจาก แคสเปอร์สกี้ ระบุว่า ทักษะทางเทคนิค (Hard Skills) ที่เป็นช่องว่างสำคัญ ได้แก่ การเขียนโปรแกรมระบบ 62% ความรู้เกี่ยวกับเฟรมเวิร์ก 61% และเทคโนโลยีเครือข่าย 46% ส่วนทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) ที่ยังขาด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ 48% การแก้ปัญหา 43% และการทำงานเป็นทีม 41%
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิก 25% มองว่าการศึกษาในระบบมีประโยชน์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีประโยชน์ต่อการทำงานประจำวันในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์หรือความปลอดภัยของข้อมูล
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาค 48% ยอมรับว่าเคยทำผิดพลาดในช่วงเริ่มต้นอาชีพเนื่องจากขาดความรู้ โดยข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่ การละเลยการสำรองข้อมูล 43% การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ล้าสมัย 43% และการไม่ดำเนินมาตรการปกป้องข้อมูลระบุตัวตน 36%
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ภูมิภาคต้องการบุคลากรที่ผสานความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ากับทักษะการวิเคราะห์และการแก้ปัญหา โดยจำเป็นต้องมีแนวทางพัฒนาทักษะที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่อาศัยเพียงประสบการณ์จากการทำงาน
ผลสำรวจของแคสเปอร์สกี้ยังพบว่า องค์กรในเอเชียแปซิฟิก 81% เพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยทางไอที โดยเวียดนามมีสัดส่วนสูงสุด 94% ตามด้วยอินโดนีเซีย 87% มาเลเซีย 83% และอินเดีย 83%
การฝึกอบรมที่เป็นระบบและนำไปใช้ได้จริงจึงเป็นอีกแนวทางในการลดช่องว่างทักษะ ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้บุคลากรสามารถใช้งานและดูแลระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในระยะยาว





