เถาเป่า (Taobao) เผยตลาดไทยโตสองหลักทั้งจำนวนผู้ใช้และมูลค่าซื้อขาย โดยยอดสั่งซื้อสกุชชี่เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยอดค้นหาสินค้าจากเกมและแอนิเมชันจีนเพิ่มขึ้น 3 เท่า ขณะเดียวกันยังขยายบริการชำระเงินและจัดส่งสินค้า พร้อมใช้เอไอช่วยแนะนำสินค้าให้ตรงกับความสนใจของผู้บริโภค
KEY POINTS
- เถาเป่าเปิดเผยว่า ยอดคำสั่งซื้อของเล่นคลายเครียด ‘สกุชชี่’ ในไทยโตขึ้น 3 เท่า ซึ่งเป็นสินค้าตามกระแสที่ผู้บริโภคพบเห็นจากโซเชียลมีเดีย
- สินค้าคาแรกเตอร์จากเกมและแอนิเมชันของจีนได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมีปริมาณการค้นหาบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 3 เท่า จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคำค้นหายอดนิยม
- สินค้ากลุ่มทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชันจีน รวมถึงสินค้าประเภทกล่องสุ่ม (Blind Box) ก็มียอดเติบโตขึ้น 3 เท่าเช่นกัน
เถาเป่า (Taobao) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครือ Alibaba International Digital Commerce Group เปิดเผยว่า ไทยเป็นตลาดต่างประเทศที่มีการเติบโตของผู้ใช้งานเร็วที่สุดในกลุ่มตลาดที่รองรับหลายภาษา โดยในปี 2569 ทั้งจำนวนผู้ใช้งานที่ยังคงใช้งานอยู่ และมูลค่าสินค้ารวมที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มเติบโตในระดับเลขสองหลัก ท่ามกลางการขยายบริการให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ซื้อสินค้าจากจีนผ่านช่องทางออนไลน์
เถาเป่าเริ่มให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 โดยในช่วงแรกให้บริการผ่านแอปพลิเคชันภาษาอังกฤษ ก่อนเปิดตัวแอปพลิเคชันภาษาไทยในเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกขึ้น
คอร่า ไช่ ผู้บริหารเถาเป่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริโภคชาวไทยคุ้นเคยกับการใช้งานผ่านมือถือ และให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์มากกว่าเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว โดยหันมาใส่ใจกับคุณภาพ ความโดดเด่น และสินค้าที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของตนเองมากยิ่งขึ้น
“เมื่อเทียบกับตลาดอื่นที่มีแอปพลิเคชันหลายภาษา ประเทศไทยเติบโตเร็วที่สุด ทั้งยอดขายและจำนวนผู้ใช้งาน” ไช่กล่าว พร้อมระบุว่า ปัจจุบันเถาเป่ารองรับภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษามาเลย์ รวมถึงภาษาอื่นๆ อีกประมาณ 4-5 ภาษา โดยให้บริการในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และเวียดนาม รวมถึงตลาดฮ่องกงและไต้หวัน
แฟชั่น อิเล็กทรอนิกส์ และของแต่งบ้านยังเป็นหมวดหลัก
ข้อมูลการใช้จ่ายที่เถาเป่าเปิดเผยระบุว่า มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อที่ใช้จ่ายมากกว่า 500 หยวน หรือประมาณ 2,450 บาท ต่อคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลักในช่วง 11.11 ปี 2568 บริษัทมองว่า เป็นสัญญาณที่ผู้บริโภคให้น้ำหนักกับคุณภาพและมูลค่ามากขึ้น
ไช่กล่าวว่า สินค้าจากแบรนด์จีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อไทย เป็นคำค้นหาอันดับหนึ่งบนแพลตฟอร์ม ขณะที่หมวดสินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แฟชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ส่วนหมวดที่เติบโตเร็วคือ สินค้ากีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์
สำหรับสินค้ากีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง ไช่มองว่า ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความสนใจเรื่องการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้น ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์เป็นอีกหมวดที่มีโอกาสเติบโต เนื่องจากไทยมีการใช้งานยานยนต์หลายประเภท ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยมีสินค้าที่ออกแบบมาสำหรับรถพวงมาลัยขวาให้เลือกซื้อด้วย
ไช่กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคไทยจำนวนหนึ่งรู้จักสินค้าและเทรนด์ใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนค้นหาและสั่งซื้อสินค้าบนเถาเป่า ตัวอย่างหนึ่งคือ กระแสสกุชชี่ (Squishies) ของเล่นเนื้อนุ่มที่สามารถบีบเพื่อคลายเครียด ซึ่งบริษัทระบุว่า ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 3 เท่า
นอกจากสินค้าตามกระแสแล้ว สินค้าคาแรกเตอร์จากเกมและแอนิเมชันจีนยังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยบริษัทระบุว่าปริมาณการค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 3 เท่า และกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคำค้นหายอดนิยม
ไช่ยังกล่าวถึงการเติบโตของสินค้ากลุ่มทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชันจีน รวมถึงสินค้าประเภทกล่องสุ่ม ซึ่งบริษัทระบุว่าเติบโตขึ้น 3 เท่าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย โดยไม่ได้ระบุฐานเปรียบเทียบหรือช่วงเวลาของสินค้าทุกกลุ่มอย่างละเอียด
ส่วนสินค้าตามฤดูกาลก็เริ่มได้รับความสนใจล่วงหน้า โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม ผู้ซื้อเริ่มค้นหาเสื้อฮู้ด เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อโค้ต และรองเท้าบูตเพิ่มขึ้น ขณะที่เสื้อขนเป็ดติดอันดับสินค้าที่มียอดสั่งซื้อสูง นอกจากนี้ ต้นคริสต์มาสและของตกแต่งเทศกาลยังติดอันดับคำค้นหายอดนิยมตั้งแต่เดือนตุลาคม หรือประมาณสองเดือนก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส
เพิ่มช่องทางชำระเงินและบริการส่งสินค้าขนาดใหญ่
เป้าหมายของเถาเป่าคือ ลดข้อจำกัดในการซื้อสินค้าข้ามประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงสินค้าจากจีนได้สะดวกขึ้น โดยหนึ่งในการปรับบริการสำหรับตลาดไทยคือ ช่องทางชำระเงินเป็นเงินบาทผ่านพร้อมเพย์ ช่วยให้ผู้ซื้อชำระเงินได้สะดวกโดยไม่ต้องจัดการเรื่องสกุลเงินต่างประเทศด้วยตนเอง บริษัทยังระบุว่า ได้สนับสนุนภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าข้ามประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม 2569
อีกบริการที่เถาเป่าขยายคือ การจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการขนส่งมากกว่าสินค้าทั่วไป ระยะเวลาจัดส่งหลังผู้ขายในจีนส่งสินค้าอยู่ที่ประมาณ 7-10 วัน โดยระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งและขั้นตอนการผ่านศุลกากร
อย่างไรก็ตาม แม้จะขยายบริการจัดส่งสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่เถาเป่ายังไม่มีแผนเปิดคลังสินค้าในประเทศไทยในขณะนี้ การจัดส่งจึงยังเป็นรูปแบบข้ามพรมแดนจากจีน โดยบริษัททำงานร่วมกับผู้ให้บริการขนส่งและผู้ให้บริการชำระเงินเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากผู้บริโภคไทย
ใช้เอไอช่วยแนะนำสินค้า เตรียมพัฒนาระบบค้นหาภาษาไทย
นอกเหนือจากการขยายหมวดสินค้า เถาเป่ายังพัฒนาวิธีนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ ผ่านช่อง DISCOVER ซึ่งแบ่งการแนะนำสินค้าออกเป็น 6 หมวด ได้แก่ Quality, Taste, Lifestyle, Trendy, Smart และ Surprise โดยใช้เอไอวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้ร่วมกับการคัดเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อค้นพบสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระบบค้นหาที่รองรับการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษร่วมกันยังอยู่ในแผนพัฒนา ขณะที่ฟังก์ชันค้นหาด้วยเอไอในปัจจุบันมีให้ใช้งานบนแอปพลิเคชันภาษาจีนและภาษาอังกฤษ จึงยังต้องติดตามว่าเถาเป่าจะขยายความสามารถดังกล่าวมายังผู้ใช้ภาษาไทยเมื่อใด
ด้านการทำตลาดในประเทศไทย เถาเป่าแต่งตั้ง จาง หลิงเฮ่อ นักแสดงชาวจีน เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยบริษัทระบุว่า การค้นหาชื่อของเขาในไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 70 เท่าในช่วงหนึ่งสัปดาห์ พร้อมทำโฆษณาบนรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิทและสีลม รวมถึงจอดิจิทัลใน 60 สถานี และจอมากกว่า 4,000 จอ
ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการในไทย ย้ำสินค้าต้องเป็นไปตามกฎหมาย
สำหรับประเด็นมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ผู้บริหารระบุว่า สินค้าที่จำหน่ายต้องเป็นไปตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถูกถามถึงโอกาสของผู้ประกอบการไทย ไช่กล่าวว่า มองได้ทั้งในมุมของผู้บริโภคและเศรษฐกิจ โดยในมุมผู้บริโภค เถาเป่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับการซื้อสินค้าข้ามประเทศ โดยเฉพาะสินค้าบางประเภทที่อาจไม่มีจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอื่นในไทย
ส่วนในมุมเศรษฐกิจ ไช่ระบุว่า ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยหลายกลุ่ม ทั้งผู้ให้บริการขนส่งอย่างแฟลช (Flash) ผู้ให้บริการชำระเงินอย่างพร้อมเพย์และทรูมันนี่ ตลอดจนบริษัทบริหารจัดการครีเอเตอร์ (MCN) และผู้สร้างคอนเทนต์หรืออินฟลูเอนเซอร์ (KOL) ที่ร่วมประชาสัมพันธ์แคมเปญ
ไช่มองว่า ความร่วมมือเหล่านี้ช่วยสร้างโอกาสด้านอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการในไทย อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือรายได้ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม





