วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

รื้อ ‘พ.ร.บ.ไปรษณีย์’ ปิดช่องโหว่ตลาด ดึงองค์กรกลางคุมเอกชนปกป้องผู้บริโภค

“ไปรษณีย์ไทย” เผยความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ แต่เร่งปรับให้ทันสมัย แก้ปัญหาสงครามราคาและกลไกตลาดบิดเบือน วางเกณฑ์กำกับผู้ประกอบการทุกรายอย่างเป็นธรรม คาดผลักดันเสร็จภายในปีนี้

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ. … ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเร่งปรับแก้ไขรายละเอียดในประเด็นสำคัญต่างๆ เพื่อปิดช่องโหว่และแก้ปัญหาอุปสรรคทางกฎหมาย

หลังจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับก่อนหน้านี้ ถูกมองว่า ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องปรับปรุงเนื้อหา โดยทางกระทรวงดีอีเป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ ปณท จะเป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดของอุตสาหกรรม ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งของประเทศ

ยืนยันว่าการนำร่างกลับมาปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการปรับแก้ให้มีความสมเหตุสมผล ลดความซับซ้อน และสร้างโครงสร้างกฎหมายที่เป็นภาพรวมที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยทาง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี ก็ได้สั่งการให้เร่งรัดกระบวนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยคาดว่าจะผลักดันให้เสร็จภายในปีนี้

เขา กล่าวอีกว่า เนื่องจากที่ผ่านมา มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ไปรษณีย์ไทยเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด แต่ในข้อเท็จจริง ไปรษณีย์ไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในทุกบริการหรือทุกกลุ่มลูกค้า เนื่องจากตลาดบริการมีความหลากหลายและแต่ละรายมีจุดแข็งแตกต่างกัน

โดยวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับนี้ มีขึ้นเพื่อการันตีให้คนไทยทั้งประเทศสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานเชิงสังคมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ อาทิ จัดตั้งองค์กรกลางกำกับดูแล โดยในส่วนบริการที่ไม่ใช่เชิงสังคม จะมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการ” ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางกำกับดูแลโดยตรง เพื่อให้เกิดความเป็นกลาง และเกิดความเป็นธรรมกับผู้เล่นทุกรายในตลาด

ขณะที่ อัตราค่าบริการเป็นไปตามกลไกตลาด โดยให้สะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริง ไม่ให้มีการบิดเบือนราคาจนตลาดได้รับผลกระทบ เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น หลังจากที่ผ่านมามีการเล่นสงครามราคา บิดเบือนตลาด จนกระทบกับอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์

เขา ย้ำว่า การกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ ที่ผ่านมาผู้ที่ถูกกำกับดูแลมีเพียงไปรษณีย์ไทยเท่านั้น ขณะที่ผู้เล่นเอกชนรายอื่นหรือกลุ่มทุนข้ามชาติ ยังไม่มีการควบคุมดูแลอย่างครอบคลุม ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ ไม่ใช่การจำกัดการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่เป็นการสร้างเกณฑ์การดูแลที่เป็นสากลเหมือนในต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด จนนำไปสู่ความไม่ยั่งยืนของตลาดและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคในท้ายที่สุด