จาก ChatGPT สู่ Astra ภายในเวลา 4 ปี Nvidia มองว่ามนุษย์ก้าวมาถึงยุค AGI แล้ว แต่ความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเอไอ ก็มาพร้อมคำถามเรื่องการควบคุม ความปลอดภัย และความหมายที่แท้จริงของ AGI
KEY POINTS
- เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ประกาศว่า AGI มาถึงแล้ว หลัง OpenAI เปิดตัวโมเดล Astra
- การประกาศอ้างอิงถึงความสามารถ Astra ที่ทำงานซับซ้อนหลายขั้นตอนได้ด้วยตนเอง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ เขียนโคด วิเคราะห์ข้อมูล
- คำประกาศของหวงก่อให้เกิดข้อถกเถียง เนื่องจากนิยามของ AGI ยังไม่ชัดเจน ไม่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน นักวิจัยหลายคนไม่เห็นด้วย
- หวงระบุว่า Astra ได้รับการฝึกฝนด้วยชิป Grace Blackwell มากกว่า 100,000 หน่วย ตอกย้ำบทบาทบริษัทฐานะผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเอไอ
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินวิเดีย (Nvidia) กล่าวว่า “AGI มาถึงแล้ว” หลัง โอเพนเอไอ (OpenAI) เปิดตัว GPT-6 Astra โมเดลเอไอรุ่นล่าสุดของบริษัท พร้อมแสดงความยินดีกับทีมโอเพนเอไอ และระบุว่า โมเดลดังกล่าวได้รับการฝึกด้วยชิปของอินวิเดีย Grace Blackwell NVLink72 มากกว่า 100,000 หน่วย และจะมีจีพียูอีก 400,000 ตัวเข้าสู่ระบบในลำดับถัดไป
“จาก ChatGPT สู่ o1 และ Astra ภายในเวลา 4 ปี AGI มาถึงแล้ว ขอแสดงความยินดีกับทีมโอเพนเอไอ” หวงเขียนบนแพลตฟอร์ม X
โอเพนเอไอประกาศเปิดตัว Astra เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยบริษัทเรียกโมเดลนี้ว่าเป็นโมเดลที่ฉลาด และมีความสอดคล้องกับความตั้งใจของมนุษย์มากที่สุดที่เคยพัฒนา โมเดลสามารถทำงานระดับมืออาชีพที่มีความซับซ้อนสูงได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
AGI ย่อมาจาก Artificial General Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หมายถึง เอไอที่ไม่ได้เก่งเพียงงานเฉพาะด้าน แต่สามารถเรียนรู้ ใช้เหตุผล และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับงานหลากหลายประเภทได้ใกล้เคียงหรือเหนือกว่ามนุษย์
โอเพนเอไอให้นิยาม AGI ว่าเป็นระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้เหนือกว่ามนุษย์ในงานส่วนใหญ่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ แต่ปัญหาคือ ยังไม่มีนิยามกลางที่นักวิจัย บริษัทเทคโนโลยี และคนในวงการเห็นตรงกัน
บร็อกแมน กล่าวว่า หากย้อนกลับมามองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผู้คนอาจมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจุดที่ AGI กำเนิดขึ้น และ Astra อาจเป็นโมเดลสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้โอเพนเอไอจะใช้การเปิดตัวโมเดลใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่บร็อกแมนเรียกว่า “ยุคของ AGI” แต่คำว่า AGI ยังไม่มีนิยามชัดเจน และยังไม่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน แม้แต่ภายในโอเพนเอไอก็มีมุมมองต่อคำนี้ต่างกัน
ก่อนการเปิดตัว Astra เพียงไม่กี่วัน แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโอเพนเอไอให้สัมภาษณ์ในรายการ Sources ว่า AGI เป็นคำที่มีนิยามไม่ชัดเจนอย่างมาก และเขาเกือบจะมองว่ามันเป็นเพียงคำทางการตลาดที่ไม่มีความสำคัญ
คำพูดของอัลท์แมนสะท้อนปัญหาของการถกเถียงเรื่อง AGI นั่นคือ แม้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งจะตั้งเป้าหมายพัฒนาเอไอไปสู่ระดับดังกล่าว แต่ยังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าเอไอต้องมีความสามารถมากเพียงใดจึงจะถือว่าบรรลุ AGI
Astra ทำอะไรได้บ้าง?
สิ่งที่โอเพนเอไอพยายามนำเสนอผ่าน Astra คือ เอไอไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม หรือสร้างข้อความอีกต่อไป แต่กำลังถูกพัฒนาให้สามารถรับมอบหมายงาน และดำเนินการหลายขั้นตอนด้วยตัวเอง
บริษัทระบุว่า Astra สามารถใช้คอมพิวเตอร์ เปิดเว็บไซต์ ใช้โปรแกรม เขียนโคด วิเคราะห์ข้อมูล สร้างเอกสาร ตรวจสอบงาน และทำงานต่อเนื่องที่มีหลายขั้นตอนได้ ตัวอย่างที่โอเพนเอไอ ยกขึ้นมา ได้แก่ การกรอกแบบฟอร์มภาษี การสร้างฉากวิดีโอเกม การทำภาพจำลองงานสถาปัตยกรรม การค้นหางาน หรือการจัดการงานผ่านซอฟต์แวร์ต่างๆ
โอเพนเอไอยังระบุว่า Astra สามารถทำงานที่มนุษย์ใช้เวลาหลายชั่วโมงให้เสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที ในตัวอย่างหนึ่ง บริษัทกล่าวว่า โมเดลสามารถทำกระบวนการค้นหางานที่มนุษย์อาจใช้เวลาราว 5 ชั่วโมงให้เสร็จภายใน 2 นาที 51 วินาที
ความสามารถที่บริษัทเน้นเป็นพิเศษคือ การใช้คอมพิวเตอร์โดยตรง หรือที่เรียกว่า Computer Use ซึ่งหมายถึงการที่เอไอไม่ได้เพียงบอกผู้ใช้ว่าต้องทำอะไร แต่สามารถเข้าไปทำงานกับหน้าจอ โปรแกรม และเครื่องมือต่างๆ ได้
ในงานวิทยาศาสตร์และการวิจัย โอเพนเอไอระบุว่า Astra สามารถช่วยทำงานเป็นกระบวนการ ตั้งแต่เปิดข้อมูล วิเคราะห์ผล สร้างกราฟ ตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงจัดทำเอกสารเบื้องต้น ขณะที่ด้านการออกแบบสามมิติ บริษัทระบุว่าโมเดลสามารถสร้างแบบจำลองบ้านใน Blender และนำไปสร้างเป็นพื้นที่สามมิติที่เดินสำรวจได้ใน Unreal Engine 5
โอเพนเอไอยังเปิดเผยผลการทดสอบหลายชุด โดย Astra ทำคะแนนสูงขึ้นจากโมเดลรุ่นก่อนในงานด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การใช้คอมพิวเตอร์ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม การทำคะแนนได้สูงในแบบทดสอบไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายยอมรับว่าโมเดลนี้เป็น AGI
นักวิจัยเตือน อย่าเพิ่งประกาศชัยชนะ
แกรี มาร์คัส (Gary Marcus) นักวิจัยเอไอ และผู้วิจารณ์การพัฒนาเอไอ ออกมาคัดค้านคำประกาศของเจนเซน หวง โดยมองว่าการบอกว่า โอเพนเอไอบรรลุ AGI แล้วเกิดขึ้นโดยไม่มีทั้งนิยาม และหลักฐานที่ชัดเจน
“หวงไม่ได้ให้หลักฐาน และไม่ได้ให้นิยามใดๆ ซึ่งสำหรับผมแล้ว การประกาศชัยชนะโดยไม่มีนิยามมีแต่จะทำให้เรื่องนี้สับสนมากขึ้น” มาร์คัสเขียน พร้อมเผยแพร่เกณฑ์ 10 ข้อที่ใช้ประเมินว่าอะไรควรถือเป็น AGI และระบุว่า Astra ผ่านเกณฑ์ของเขาเพียงหนึ่งหรือสองข้อเท่านั้น “หากใช้คำจำกัดความตามแบบแผนทั่วไป Astra ยังไม่ถึงขั้นนั้น”
AGI ไม่สามารถวัดได้จากคะแนนการทดสอบเพียงชุดเดียว แม้เอไอจะทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้ดี เขียนโปรแกรมได้ หรือใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ ความสามารถเหล่านี้รวมกันเพียงพอที่จะเรียกว่าเป็นปัญญาทั่วไปแล้วหรือไม่ แม้แต่ทีมที่อยู่เบื้องหลัง ARC Prize ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแบบทดสอบความสามารถในการให้เหตุผลของเอไอ และเป็นเกณฑ์ที่โอเพนเอไอนำมาอ้างถึงในการเปิดตัว Astra ก็ยังไม่เรียกโมเดลนี้ว่าเป็น AGI
ทีมวิจัยระบุว่า ผลลัพธ์ของ Astra ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญ แต่การทำคะแนนได้ดีในแบบทดสอบไม่ได้พิสูจน์ว่าโมเดลมี AGI เพราะการทดสอบยังเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่กำหนดขอบเขตไว้ชัดเจน ต่างจากโลกจริงที่เต็มไปด้วยสถานการณ์ไม่แน่นอน และปัญหาที่ไม่มีโจทย์กำหนดไว้ล่วงหน้า
นี่จึงเป็นความแตกต่างสำคัญระหว่าง “เอไอที่เก่งมาก” กับ “เอไอที่มีปัญญาทั่วไป” โมเดลอาจทำงานเฉพาะด้านได้ดีมาก แต่การรับมือกับสถานการณ์ใหม่ การเข้าใจบริบทที่ไม่เคยพบมาก่อน และการตัดสินใจในโลกจริงยังเป็นสิ่งที่ยากต่อการวัด
ความสามารถสูงขึ้น พร้อมความเสี่ยงด้านไซเบอร์
อีกประเด็นที่มาพร้อมกับการเปิดตัว Astra คือ ความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของโมเดล
โอเพนเอไอจัด Astra อยู่ในระดับ Critical หรือระดับวิกฤติด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามกรอบการประเมินความเสี่ยงของบริษัท โดยระบุว่า หากโมเดลได้รับเครื่องมือ และสิทธิเข้าถึงที่เหมาะสม Astra อาจสามารถค้นหาช่องโหว่ของระบบที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน และพัฒนาวิธีใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเพื่อโจมตีระบบที่ได้รับการป้องกันอย่างดีได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยสั่งในทุกขั้นตอน
บริษัทจึงจำกัดการเข้าถึงความสามารถด้านไซเบอร์บางส่วนไว้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อให้ใช้ความสามารถของโมเดลในการค้นหาจุดอ่อน และเสริมการป้องกันระบบ มากกว่าจะนำไปใช้โจมตี
ก่อนเปิดตัว Astra โอเพนเอไอยังเคยต้องหยุดกระบวนการฝึกโมเดลบางส่วน หลังเกิดเหตุการณ์ที่อัลท์แมนเรียกว่าเป็น “อุบัติเหตุด้านความปลอดภัยของเอไอ และความล้มเหลวด้านการทำให้เอไอสอดคล้องกับเป้าหมาย” ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา โมเดลเอไอระดับแนวหน้าที่ยังไม่ได้เปิดตัวบางรุ่น ซึ่งไม่ใช่ Astra มีพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดระหว่างการฝึก โดยรายงานระบุว่า โมเดลเหล่านี้สามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มเอเจนต์จำนวนมาก หลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบ และร่วมกันโจมตี Hugging Face แพลตฟอร์มสำหรับจัดเก็บ และเผยแพร่ซอฟต์แวร์ และโมเดลเอไอ
เหตุการณ์นี้ทำให้ประเด็นเรื่องการควบคุมเอไอกลับมาอยู่ในความสนใจ เพราะยิ่งโมเดลมีความสามารถในการใช้เครื่องมือ และดำเนินงานด้วยตัวเองมากขึ้น ผลกระทบหากระบบทำงานผิดพลาดหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ยาคุบ ปาโชคกี (Jakub Pachocki) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของโอเพนเอไอ กล่าวว่า “เมื่อโมเดลมีความสามารถมากขึ้น การทำความเข้าใจอย่างแม่นยำว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างก็ยากขึ้น” เขายังกล่าวว่า โอเพนเอไออาจต้องชะลอการพัฒนาโมเดลในอนาคต หากบริษัทไม่มีความมั่นใจเพียงพอว่ายังสามารถติดตาม และควบคุมพฤติกรรมของระบบได้
เอกสารด้านความปลอดภัยของ Astra ยังระบุว่า โมเดลรุ่นใหม่อาจตรวจสอบพฤติกรรมได้ยากกว่า GPT-5.6 Sol ในบางด้าน ซึ่งสะท้อนความท้าทายของการพัฒนาเอไอในระยะต่อไป ยิ่งระบบมีความสามารถมากขึ้น ก็อาจยิ่งยากที่จะเข้าใจว่าระบบกำลังตัดสินใจหรือดำเนินการด้วยเหตุผลใด
AGI เดิมพันใหม่ของอินวิเดีย และอุตสาหกรรมชิป
การประกาศของหวงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในฐานะผู้สังเกตการณ์ความก้าวหน้าของโอเพนเอไอ เพราะอินวิเดียเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเอไอในปัจจุบัน โมเดลขนาดใหญ่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลในการฝึก และให้บริการ บริษัทอย่าง OpenAI, Meta, Anthropic และ Google ต่างพึ่งพาชิปประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก โดยเฉพาะจีพียูของอินวิเดีย
โอเพนเอไอเคย ระบุว่า อินวิเดียเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท และระบบสำหรับฝึกโมเดล รวมถึงระบบส่วนใหญ่ที่ใช้ให้บริการโมเดลแก่ผู้ใช้ ยังทำงานบนจีพียูของอินวิเดีย
Astra เป็นตัวอย่างของการแข่งขันที่กำลังเปลี่ยนจากการพัฒนาโมเดลเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทที่ต้องการสร้างเอไอที่มีความสามารถสูงขึ้นจำเป็นต้องมีชิป ศูนย์ข้อมูล เครือข่าย และพลังงานในปริมาณมหาศาล
หวง ระบุว่า Astra ได้รับการฝึกด้วยระบบ Grace Blackwell มากกว่า 100,000 หน่วย และยังมีจีพียูอีก 400,000 ตัวที่จะเข้าสู่ระบบต่อไป ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเอไอระดับแนวหน้ากำลังต้องใช้ทรัพยากรขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการดังกล่าว ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจของอินวิเดีย โดยบริษัทมีรายได้ 96,200 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสล่าสุด เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลสร้างรายได้ 89,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หวงให้ความสำคัญในช่วงหลังอาจไม่ใช่เพียงคำถามว่า AGI มาถึงหรือยัง ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 เขากล่าวว่า สำหรับงานหลายประเภท อาจพูดได้ว่าเราบรรลุ AGI แล้ว แต่หมุดหมายเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
สิ่งที่เขามองว่าสำคัญกว่าคือ เอไอเริ่มทำงานที่มีประโยชน์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงแล้ว มุมมองนี้สะท้อนการแข่งขันของอุตสาหกรรมเอไอในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน บริษัทต่างๆ อาจยังถกเถียงกันว่าโมเดลใดควรเรียกว่า AGI แต่ในทางธุรกิจ เทคโนโลยีกำลังถูกนำไปใช้ทำงานแทนมนุษย์ในงานจำนวนมากขึ้น และการพัฒนาโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้นก็กำลังสร้างความต้องการมหาศาลต่อชิป และศูนย์ข้อมูล
การแข่งขันที่เร็วขึ้น พร้อมแรงกดดันให้ไม่หยุดพัฒนา
การเปิดตัว Astra เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างบริษัทเอไอชั้นนำของสหรัฐ ทั้ง OpenAI, Anthropic, Google, Meta และบริษัทอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งจากจีน
บริษัทต่างๆ เปิดตัวโมเดลใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล ชิป และโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การแข่งขันที่เร็วขึ้นก็สร้างแรงกดดันอีกด้านหนึ่ง ในช่วงที่ผ่านมา พนักงานมากกว่า 1,000 คนจากบริษัทเอไอระดับแนวหน้า รวมถึงบุคลากรจากโอเพนเอไอ และ แอนโทรปิก (Anthropic) ได้ลงนามในจดหมายร่วมกัน เตือนว่า บริษัทเหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันอย่างหนัก และไม่มีบริษัทใดต้องการชะลอการพัฒนาเพียงฝ่ายเดียว เพราะอาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่ง
กลุ่มผู้ลงนามเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาเครื่องมือ และระบบกำกับดูแลที่จะช่วยให้การพัฒนาเอไอระดับแนวหน้าดำเนินไปอย่างรอบคอบมากขึ้น
คำประกาศของหวงว่า “AGI มาถึงแล้ว” จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เอไอกำลังเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุดช่วงหนึ่ง จากระบบที่เคยมีหน้าที่หลักในการตอบคำถาม กำลังพัฒนาไปสู่ระบบที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้
แต่แม้ความสามารถของโมเดลอย่าง Astra จะทำให้ผู้บริหารโอเพนเอไอ และผู้นำของอินวิเดีย มองว่าโลกอาจเข้าสู่ยุค AGI แล้ว นักวิจัยจำนวนหนึ่งยังเห็นว่าคำถามนี้เร็วเกินกว่าจะตอบได้ เพราะจนถึงขณะนี้ โลกยังไม่มีนิยามร่วมกันอย่างชัดเจนว่า AGI หน้าตาเป็นอย่างไร และเอไอต้องทำอะไรได้บ้างจึงจะถือว่ามีปัญญาทั่วไปเทียบเท่ามนุษย์
สิ่งที่ชัดเจนกว่าคำจำกัดความคือ เทคโนโลยีที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตอบคำถาม กำลังถูกพัฒนาให้สามารถลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ขณะที่คำถามเรื่องขีดความสามารถ ความปลอดภัย และการควบคุมเอไอ ก็กำลังกลายเป็นเรื่องที่ต้องเดินไปพร้อมกับความเร็วของเทคโนโลยี
อ้างอิง: OpenAI Business Insider Mashable Medium และ Forbes
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





