วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

กสทช.ประชุมล่มครั้งที่ 9 ‘193 วาระค้าง’ สภาผู้บริโภคจี้เร่งเคลียร์ หวั่นกระทบอุตสาหกรรม

บอร์ดกสทช. นัดประชุมครั้งที่ 25/2569 ยังล่ม หลังกรรมการเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม สะสมประชุมไม่สำเร็จแล้ว 9 ครั้ง ขณะที่มีวาระค้าง 148 เรื่อง และวาระสำคัญรอพิจารณาอีก 193 วาระ ภาคผู้บริโภค-ทีวีดิจิทัลจี้เร่งปลดล็อก หวั่นกระทบการกำกับดูแลและแผนอนาคตอุตสาหกรรมที่ใบอนุญาตหมดอายุปี 2572

KEY POINTS

  • การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกัน เนื่องจากกรรมการเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาวาระต่างๆ ได้
  • ส่งผลให้มีวาระสำคัญและเร่งด่วนค้างการพิจารณากว่า 193 เรื่อง ซึ่งรวมถึงการอนุมัติเข้าร่วมประชุม ITU, สิทธิวงโคจรดาวเทียม, และการแก้ไขปัญหาผู้บริโภค
  • สภาผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลแสดงความกังวลและเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหา เนื่องจากความล่าช้าส่งผลกระทบต่อประชาชนและอนาคตของอุตสาหกรรม

สถานการณ์ความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงส่งผลต่อการทำงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ซึ่งมีวาระสำคัญและเร่งด่วนจำนวนมาก ไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากกรรมการเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่บอร์ด กสทช. ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาวาระได้ หลังการประชุมล่มก่อนหน้านี้แล้ว 8 ครั้ง ส่งผลให้หลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณายังคงค้างอยู่ และเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว

สำหรับการประชุมครั้งที่ 25/2569 สำนักงาน กสทช. มีการเสนอวาระเข้าสู่การพิจารณาจำนวน 82 เรื่อง รวม 193 วาระ ครอบคลุมทั้งเรื่องที่มีความจำเป็นต้องตัดสินใจในระดับนโยบาย ตลอดจนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานและภารกิจเร่งด่วนของสำนักงาน

หนึ่งในวาระสำคัญ คือ การเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติการเดินทางเข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-27 พ.ย. 2569 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รวมถึงเรื่องสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม 119.5 องศาตะวันออก ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาระทางการเงินของสำนักงาน กสทช. โดยสำนักงานมีภาระต้องชำระเงินจำนวน 10 ล้านบาทให้แก่บริษัทเอกชน ตามคำพิพากษาคดีที่สำนักงานเป็นฝ่ายแพ้คดี และเตรียมเสนอขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา

148 วาระค้าง กระทบภารกิจประชาชน

ขณะที่ข้อมูลจากภาคผู้บริโภคระบุว่า ปัจจุบัน กสทช. มีวาระค้างพิจารณาอยู่ประมาณ 148 เรื่อง ครอบคลุมปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ทั้งภัยคุกคามจาก SMS หลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับค่าบริการโทรศัพท์และโทรคมนาคม

ก่อนหน้านี้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค และนายชาคริต ดิเรกวัฒนะชัย อุปนายก สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เรียกร้องให้สำนักงานเร่งอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมบอร์ด เพื่อให้สามารถพิจารณาและลงมติในเรื่องต่างๆ ได้ตามกฎหมาย

น.ส.สุภิญญา ระบุว่า ไม่ควรปล่อยให้การประชุม กสทช. ล่มซ้ำ เพราะกรรมการที่เหลือยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ โดยกรรมการแต่ละคนมีสิทธิออกเสียงคนละ 1 เสียง และหากมีกรรมการเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 4 คน ก็สามารถดำเนินการประชุมและลงมติได้

พร้อมยกกรณีในปี 2560 ที่ตำแหน่งประธาน กสทช. ว่างลงจากการพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปี แต่กรรมการที่เหลือร่วมกับสำนักงาน กสทช. สามารถจัดประชุมวาระพิเศษเพื่อเลือกประธานคนใหม่ได้ทันที โดยองค์กรไม่ได้หยุดชะงัก

ทีวีดิจิทัลเร่งโรดแมปก่อนใบอนุญาตหมดปี 2572

อีกประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมกังวล คือ อนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินและโครงข่ายฟรีทีวี ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางหลังใบอนุญาตประกอบกิจการจะทยอยหมดอายุในปี 2572

นายชาคริต กล่าวว่า โทรทัศน์ดิจิทัลและโครงข่ายฟรีทีวีมีความสำคัญในฐานะช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ

ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องการให้ กสทช. เร่งจัดทำแผนแม่บทและโรดแมปที่ชัดเจน ทั้งแนวทางต่ออายุใบอนุญาต ทิศทางอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการโครงข่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนลงทุนและปรับตัวได้ล่วงหน้า

นายชาคริต ระบุว่า สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเรื่องยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการประชุมของบอร์ด จึงต้องการให้สำนักงานเร่งอำนวยความสะดวกและเปิดทางให้คณะกรรมการกลับมาทำหน้าที่ได้โดยเร็ว

ประชุมไม่ครบ 30 นาที ก่อนเลื่อน 10 ก.ย.

สำหรับบรรยากาศการประชุมวันที่ 9 ก.ย. 2569 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินทางถึงสำนักงาน กสทช. ในเวลา 09.50 น. ก่อนที่เวลา 10.15 น. เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากกรรมการเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม

กรรมการที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมประชุมมี 3 คน ได้แก่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ทำหนังสือแจ้งลาป่วยตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.

ส่วนกรรมการอีก 3 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ไม่ได้แจ้งเข้าร่วมประชุม

เมื่อครบกำหนด 30 นาทีแล้วยังไม่สามารถรวบรวมกรรมการให้ครบองค์ประชุม เจ้าหน้าที่จึงเสนอให้ประธานใช้อำนาจตามข้อ 28 เพื่อสั่งเลื่อนหรือเลิกการประชุม ก่อนที่ประธานจะมีคำสั่งเลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 10 ก.ย. เวลา 09.30 น.

ทั้งนี้ กสทช. กำหนดตารางประชุมประจำเดือน ก.ย. 2569 ไว้ในวันที่ 2, 3, 9, 10, 16, 17 และ 23 ก.ย. แต่จากปัญหาการประชุมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ทำให้หลายวาระสำคัญยังคงรอการตัดสินใจ

สถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในของบอร์ด กสทช. แต่เริ่มขยายผลไปถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ผู้ประกอบการ และนโยบายโทรคมนาคม-สื่อสารของประเทศ โดยเฉพาะวาระที่มีกรอบเวลาชัดเจน ทั้งการประชุมระหว่างประเทศ การบริหารทรัพยากรดาวเทียม ภาระตามคำพิพากษา ตลอดจนการวางอนาคตทีวีดิจิทัลก่อนใบอนุญาตหมดอายุในปี 2572