‘ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล’ ยืนยันนั่งควบ 2 ตำแหน่งได้ ไม่จำเป็นต้องลาออกจาก กสทช. ชี้ระเบียบไม่มีข้อห้าม หลัง ครม. เห็นชอบแต่งตั้งเป็นประธานบอร์ด กนอ. เดินหน้าภารกิจดึงต่างชาติลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดาต้า เซ็นเตอร์ ที่กำลังเป็นแม่เหล็กใหม่ของไทย
จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เห็นชอบแต่งตั้ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวจำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมใน กสทช. หรือไม่
ล่าสุด นายไตรรัตน์ ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งใน กสทช. เพื่อไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กนอ. เนื่องจากกฎระเบียบและข้อบังคับของ กสทช. ไม่ได้กำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งในลักษณะดังกล่าว
กรณีนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับข้าราชการทั่วไปที่สามารถได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจได้ โดยก่อนหน้านี้ในปี 2567 ตนเคยดำรงตำแหน่งกรรมการ กนอ. มาแล้ว
สำหรับการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กนอ. ในครั้งนี้ นายไตรรัตน์ ระบุว่า ได้รับการทาบทามและเสนอชื่อโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ตามขั้นตอน
ขณะเดียวกัน ภารกิจสำคัญในฐานะประธานกรรมการ กนอ. จะมุ่งเน้นการผลักดันและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนจากจีนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ในประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทยให้รองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลและการลงทุนเทคโนโลยีรูปแบบใหม่
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มีความเข้มข้นมากขึ้น กนอ.จึงอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม ทั้งการพัฒนาความรู้และศักยภาพของบุคลากร โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงาน เพื่อเรียนรู้แนวทางและเตรียมระบบรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวในอนาคต
การเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการ กนอ. ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกบทบาทที่นายไตรรัตน์ต้องรับผิดชอบควบคู่กับภารกิจในฐานะรองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ท่ามกลางโจทย์สำคัญในการผลักดันไทยให้สามารถแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของภูมิภาค





