วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

จากเกมสู่การ์ดโปเกมอน ‘ดีอี’ รื้อกติกาใหม่ เล็งคุม Trading Card-ต่อยอด IP ไทย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. … ว่า ขณะนี้ได้ตั้งทีมขึ้นมาทบทวน และปรับรายละเอียดของกฎหมายใหม่ หลังเห็นว่าร่างเดิมให้น้ำหนักกับการกำกับดูแล และควบคุมมากกว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรม ขณะที่รายละเอียดบางส่วนยังไม่ครอบคลุมรูปแบบธุรกิจเกม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน

การทบทวนครั้งนี้จึงไม่ได้มองเพียง “วิดีโอเกม” แต่ต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่นิยามของคำว่า “เกม” ว่าควรครอบคลุมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องมากน้อยเพียงใด ตั้งแต่บอร์ดเกม ไปจนถึง การ์ดสะสม โดยตอนนี้ที่เห็นก็มี โปเกมอน เทรดดิงการ์ดเกม ที่มีระบบการเล่น รวมถึงกิจกรรม และธุรกิจที่ต่อยอดจากเกม เพื่อให้กฎหมายตามทันพัฒนาการของอุตสาหกรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกมบนหน้าจออีกต่อไป

นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องการผลักดัน พ.ร.บ.เกม ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าร่างที่ปรับใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อใด โดยยอมรับว่ายังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าจากทีมงานหลังมอบนโยบายไป และจะกลับไปตรวจสอบสถานะของงานอีกครั้ง

ขอไปรีเช็กอัปเดตก่อน เรื่องนี้เรียนตามตรงว่าตั้งแต่เตรียมนโยบาย มอบนโยบายกับทางทีมไป ก็วุ่นกับหลายเรื่องอื่นๆ ยังไม่ได้ติดตามเลย

สำหรับสาระที่ต้องการปรับ นายไชยชนก เห็นว่า ร่างเดิมยังขาดรายละเอียดในหลายจุด โดยเฉพาะนิยามของคำว่าเกม ว่าจะครอบคลุมเพียงวิดีโอเกม หรือรวมถึงบอร์ดเกม เทรดดิงการ์ด และกิจกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเกมด้วย เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมมีระบบนิเวศที่กว้างกว่าการพัฒนาเกมเพียงอย่างเดียว ทั้งยังเชื่อมโยงกับคอนเทนต์ คาแรกเตอร์ สินค้า และทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบต่างๆ

แนวคิดดังกล่าวทำให้การ์ดสะสม ซึ่งมีทั้งมิติของการสะสม การเล่น การแข่งขัน และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ถูกนำกลับมาพิจารณาว่า ควรอยู่ในขอบเขตของกฎหมายส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมหรือไม่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีฐานมาจาก เกมหรือคาแรกเตอร์ยอดนิยม เช่น การ์ดโปเกมอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจเกมในปัจจุบันสามารถขยายออกจากจอไปสู่สินค้ารูปแบบอื่นได้อย่างกว้างขวาง

อีกประเด็นสำคัญคือ การเพิ่มมิติด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เข้าไปในกฎหมาย โดยมองว่า หากไทยต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างจริงจัง จำเป็นต้องสร้าง และต่อยอด IP ของไทยให้แข็งแรง ทั้งจากวัฒนธรรม คอนเทนต์ และอัตลักษณ์ของประเทศ ไม่ใช่เพียงสนับสนุนให้ไทยเป็นฐานผลิตหรือเป็นตลาดของเกม และคอนเทนต์จากต่างประเทศ

นายไชยชนก มองว่า ญี่ปุ่น และจีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำ IP มาต่อยอดเป็นระบบ ตั้งแต่การ์ตูน คาแรกเตอร์ และคอนเทนต์ ไปสู่เกม สินค้า และบริการอื่นๆ จนสามารถสร้างฐานผู้ใช้งาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับอุตสาหกรรมของประเทศ

หากต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างจริงจัง กฎหมายควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา และต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของไทย เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับอุตสาหกรรมเกมในประเทศ และเพิ่มโอกาสนำ IP ไทยไปพัฒนาเป็นคอนเทนต์หรือผลิตภัณฑ์อื่น

ทั้งนี้ แนวคิดการขยายขอบเขตของกฎหมายไม่ได้หมายความว่าจะนำผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับเกมเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลทั้งหมด แต่เป็นการทบทวนว่า หากกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อ “ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม” ก็ควรมีนิยาม และกลไกที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมจริง ตั้งแต่ผู้พัฒนาเกม ผู้สร้างคอนเทนต์ เจ้าของ IP ไปจนถึงธุรกิจที่เกิดจากการต่อยอดเกม และคาแรกเตอร์

นายไชยชนก กล่าวว่า แนวทางของกฎหมายใหม่ต้องวางการกำกับดูแล และการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เดินไปด้วยกัน โดยมองว่าไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพทั้งโปรแกรมเมอร์ เกมเมอร์ และผู้พัฒนาเกม แต่ปัจจุบันยังพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่คนเก่งจำนวนหนึ่งเลือกไปทำงานต่างประเทศ เพราะสภาพแวดล้อมในประเทศยังไม่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมมากพอ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องการเห็นจากกฎหมายฉบับใหม่จึงไม่ใช่เพียงการกำหนดข้อห้ามหรือสร้างกลไกควบคุม แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้ประกอบการไทย สามารถพัฒนาผลงาน สร้างธุรกิจ และเติบโตในตลาดโลกได้ รวมถึงทำให้บุคลากรที่มีความสามารถมีแรงจูงใจที่จะอยู่ และสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ

สำหรับข้อสงสัยว่าความล่าช้าของร่าง พ.ร.บ.เกม เกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ยังไม่มีผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่หรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง และเป็นผลจากการนำร่างกฎหมายกลับมาทบทวน และปรับเนื้อหาเท่านั้น ขณะที่กระบวนการสรรหายังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.เกม ถูกผลักดันมาตั้งแต่สมัยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยกระทรวงดีอีมอบหมายให้ดีป้าเป็นเจ้าภาพจัดทำร่างตั้งแต่เดือนต.ค.2567 ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการในเดือนม.ค.2568 ซึ่งขณะนั้นตั้งเป้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเม.ย. และให้กฎหมายมีผลใช้ช่วงปลายปี 2568

ต่อมาในเดือนมี.ค.2568 ร่างกฎหมายถูกบรรจุในกลุ่มกฎหมาย Fast-track เพื่อเร่งเสนอ ครม. แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ และถูกนำกลับมาทบทวนเนื้อหาอีกครั้งในสมัยนายไชยชนก หลังเห็นว่าร่างเดิมให้น้ำหนักด้านการกำกับดูแลมากกว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรม

การรื้อร่างครั้งใหม่จึงเป็นการเปลี่ยนโจทย์จาก “กฎหมายเพื่อคุมเกม” ไปสู่ “กฎหมายเพื่อสร้างเกม” โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การกำหนดนิยามให้ทันกับอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่เกมดิจิทัล บอร์ดเกม Trading Card ไปจนถึงการสร้าง และต่อยอด IP ไทย เพื่อให้กฎหมายไม่ได้วิ่งตามอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างมูลค่าใหม่จากเกม และคอนเทนต์ได้ในระยะยาว

ขณะที่เป้าหมายของกระทรวงดีอียังคงต้องการเห็น พ.ร.บ.เกมมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 แต่รายละเอียดของร่างฉบับใหม่ รวมถึงขอบเขตสุดท้ายของนิยาม “เกม” ว่าจะครอบคลุม Trading Card และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในระดับใด ยังต้องรอการทบทวนจากทีมงานก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดทำร่าง และรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์