ยศชนัน ผนึก 5 กระทรวง X กทม. ลุย “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” ซ่อมฟรี! น้ำลดเราช่วยรับจบ เชื่อมหน่วยงานส่งช่างซ่อมบ้าน-เครื่องใช้-ระบบไฟฟ้า-ยานพาหนะถึงที่ แจ้งง่าย ติดตามได้จนจบงาน
KEY POINTS
- เปิดตัวโครงการ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” ช่องทางกลางให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแจ้งขอความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ฟรี
- ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยเพิ่มเพื่อน @TraffyFondue แล้วกรอกรายละเอียดความเสียหาย ซึ่งสามารถติดตามสถานะได้จนจบงาน
- โครงการเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน เช่น ช่างทหาร นักศึกษา และอาสาสมัคร โดยเริ่มนำร่องใน 7 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม (กห.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน (รง.)
นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) และ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
แถลงเปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” เพื่อเป็นช่องทางกลางเชื่อมความต้องการของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกับหน่วยงานช่วยเหลือ ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (ถนนโยธี)
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงแนวคิดของความร่วมมือครั้งนี้ว่า เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือ เรื่องการทำความสะอาดและการซ่อมแซมสิ่งต่างๆ ซึ่งประชาชนบางส่วนอาจไม่มีประกันรองรับ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมสรรพกำลังเข้ามาช่วยเหลือ
โดยได้ขอความอนุเคราะห์จาก ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งดูแลระบบ Traffy Fondue ประกอบกับทาง กทม. มีความคุ้นเคยกับระบบนี้ดีอยู่แล้ว จึงนำมาใช้เป็นฐานตั้งต้นในการทำงาน
เพื่อบูรณาการกำลังคนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงกลุ่มอาชีวศึกษา และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน
นอกจากนี้ สำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือผู้อยู่อาศัยในเคหะที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ด้วยตนเอง ทางกระทรวง พม. จะมีอาสาสมัคร พม. (อพม.) เข้ามาเป็นตัวกลางช่วยนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ทุกคนได้รับการซ่อมแซมอย่างทั่วถึง
โครงการยังเปิดรับจิตอาสาจากภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นๆ ให้สามารถลงทะเบียนเข้ามาทาง Traffy Fondue เพื่อเป็นการระดมกำลังคนไทยทั้งหมดมาช่วยเหลือ กทม. ในครั้งนี้ด้วย
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการ NECTEC อธิบายถึงรูปแบบบริการว่า ครอบคลุมตั้งแต่การซ่อมที่พักอาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟ รถยนต์/จักรยานยนต์ การทำความสะอาด ศูนย์พักพิง อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับศักยภาพของหน่วยงานในพื้นที่
ปัจจุบันได้เปิดจุดบริการนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี สำหรับภาคเอกชนที่สนใจร่วมช่วยเหลือ สามารถสอบถามรายละเอียดผ่าน LINE ได้ที่ @fonduehelp
ขั้นตอนการแจ้งขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ
1.เข้าแอปพลิเคชัน LINE เพิ่มเพื่อน @TraffyFondue และเลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม”
2.เลือกประเภทความช่วยเหลือ
3.กรอกรายละเอียดและแนบภาพถ่ายความเสียหาย
4.แชร์ตำแหน่งสถานที่ (Location) ที่ต้องการให้ช่วยเหลือ
5.ระบบจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถติดตามสถานะได้จนจบงาน
โครงการ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ทำหน้าที่เชื่อมศักยภาพของทุกภาคส่วนให้ทำงานเป็นระบบเดียว เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินหาความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน แต่สามารถเริ่มต้นจากจุดเดียวผ่านแพลตฟอร์ม แล้วให้ภาครัฐเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือที่เหมาะสมไปถึงมือประชาชน
ภายใต้เป้าหมาย “แจ้งง่าย ส่งถึงหน่วยที่ช่วยได้ ติดตามได้ จนจบงาน” ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดและพื้นที่ให้บริการได้จากประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานสถานการณ์พื้นที่ว่า ปัจจุบัน กทม. ยังมีจุดวิกฤติน้ำท่วมขังสูงในหลายเขต ทั้งฝั่งตะวันออก (เช่น ลาดกระบัง หนองจอก ประเวศ) โซนเหนือ (เช่น สายไหม คลองสามวา บางเขน) และโซนอื่น ๆ
ที่ผ่านมากองทัพได้ส่งกำลังพล รถสูง และเรือเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการอพยพผู้ป่วยฉุกเฉินออกจากพื้นที่แล้ว 776 คน
สำหรับระยะต่อไปคือการฟื้นฟูคืนสภาพ ทั้งการทำความสะอาดและซ่อมแซมระบบไฟ-บ้านเรือน โดยจะใช้ระบบ Traffy Fondue เป็นตัวกลางในการผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรอาสา ช่างทหาร และเครือข่ายช่างจากกระทรวงต่างๆ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือในแต่ละจุดอย่างเป็นระบบ.





