วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

‘สรณ’ วอนบอร์ด กสทช. กลับเข้าประชุม ชี้คดีคุณสมบัติยังไม่สิ้นสุด ปัดใช้วาระด่วนเป็นตัวประกัน

วิกฤติบอร์ด กสทช. ยังไร้ทางออก หลังกรรมการ 4 คนไม่ร่วมประชุม ทำองค์ประชุมล่มต่อเนื่อง ‘นพ.สรณ’ ขอความร่วมมือกลับมาทำหน้าที่เพื่อไม่ให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับผลกระทบ ย้ำศาลปกครองรับฟ้องแล้ว แต่คดียังไม่ถึงที่สุด ขณะที่ ‘ไตรรัตน์’ ยืนยันสำนักงานไม่ได้ใช้วาระเร่งด่วนกว่า 30 เรื่องเป็นเครื่องต่อรอง แต่เป็นภารกิจที่ต้องเดินหน้าตามกรอบกฎหมาย

KEY POINTS

  • ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. วอนกรรมการที่ขาดประชุมให้กลับเข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีวาระเร่งด่วนจำนวนมากที่รอการพิจารณา หลังการประชุมล่มเพราะองค์ประชุมไม่ครบ
  • นพ.สรณ ยืนยันว่าตนยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ประธานต่อไป เนื่องจากได้ยื่นฟ้องคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเรื่องคุณสมบัติต่อศาลปกครองแล้ว ซึ่งถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด
  • รักษาการเลขาธิการ กสทช. ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าสำนักงานฯ ใช้วาระสำคัญกว่า 30 เรื่องเป็นตัวประกันเพื่อกดดันกรรมการ โดยชี้แจงว่าเป็นไปตามกระบวนการปกติ
  • การประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากกรรมการ 4 คนไม่เข้าร่วมประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบตามระเบียบ
  • ความล่าช้าในการประชุมส่งผลให้วาระสำคัญ เช่น การต่ออายุใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม 4 และการอนุมัติเลขหมายโทรศัพท์ 4 หลักสำหรับภาคธุรกิจ ต้องค้างการพิจารณา

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงยืดเยื้อ หลังการประชุม กสทช. ครั้งที่ 23/2569 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากกรรมการ 4 คนไม่เข้าร่วมประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบตามระเบียบ

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมล่มว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการนัดหมายล่วงหน้าและดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน แต่เมื่อพ้นเวลา 30 นาทีแล้วยังมีกรรมการเข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม จึงจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 6 ส.ค.

‘สรณ’ วอนบอร์ดกลับเข้าประชุม

นพ.สรณ ระบุว่า ปัจจุบัน กสทช. มีวาระสำคัญเร่งด่วนจำนวนมากที่รอการพิจารณา จึงขอความร่วมมือจากกรรมการทุกคนกลับเข้าประชุม เพื่อให้ภารกิจที่กระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าต่อได้

ผมขอความร่วมมือจากใจจริงให้กรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุม เพราะเราทุกคนได้รับการคัดเลือกมาเพื่อทำงานให้ประชาชน

‘สรณ’ วอนบอร์ด กสทช. กลับเข้าประชุม ชี้คดีคุณสมบัติยังไม่สิ้นสุด ปัดใช้วาระด่วนเป็นตัวประกัน

เขาย้ำว่า ตามกฎหมายยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ 'ประธาน กสทช.' เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติให้นำอำนาจหน้าที่ของประธานไปมอบหมายให้บุคคลอื่นปฏิบัติแทนได้ และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประเด็นข้อพิพาทเรื่องคุณสมบัติจะมีข้อยุติทางกฎหมาย

สำหรับกรณีที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่าประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามและถือว่าสละสิทธิ์ตั้งแต่ต้นนั้น นพ.สรณ ระบุว่า ได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแล้ว และศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณา ขณะที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเองก็ระบุว่า ผู้ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิทางศาลได้ จึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด

ปัดใช้วาระประชุมกดดันกรรมการ

ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตว่า สำนักงาน กสทช. นำวาระสำคัญกว่า 30 เรื่องเข้าสู่การประชุมเพื่อกดดันกรรมการว่า ไม่เป็นความจริง

เขาระบุว่า การจัดทำระเบียบวาระเป็นไปตามกระบวนการปกติ และทุกเรื่องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ซึ่งกรรมการ กสทช. เป็นผู้แต่งตั้งและเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเอง

สำนักงานไม่ได้เอาวาระเป็นตัวประกัน แต่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย วาระที่เสนอเข้ามาล้วนเป็นเรื่องที่อนุกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องให้บอร์ดพิจารณา

นายไตรรัตน์ ยกตัวอย่างวาระสำคัญ เช่น การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม 4 และการอนุมัติการใช้เลขหมายโทรศัพท์ 4 หลักสำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการและมีกรอบเวลาตามกฎหมาย

วาระค้างจำนวนมาก รอการตัดสินใจ

รักษาการเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงานได้กำหนดประชุมบอร์ดไว้ล่วงหน้าในวันที่ 5-6, 11, 13 และ 19-20 สิงหาคม 2569 และจะยังคงเตรียมการประชุมตามหน้าที่ในฐานะเลขานุการ กสทช. เพื่อให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อองค์ประชุมครบ

ปัจจุบันยังมีระเบียบวาระเร่งด่วนจำนวนมากที่รอการพิจารณา หลายเรื่องมีกรอบเวลาตามกฎหมาย หากไม่สามารถประชุมได้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม การกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ รวมถึงภาคธุรกิจที่รอการอนุมัติจากบอร์ด กสทช.

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การประชุมในวันที่ 6 สิงหาคม ถูกจับตาว่าจะสามารถเปิดประชุมได้หรือไม่ ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องสถานะการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ที่ยังต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลปกครองเป็นข้อยุติต่อไป