Synology มองมาตรฐาน ISO 27001 กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือด้าน Compliance สู่กรอบบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ช่วยสร้าง Cyber Resilience และ Business Continuity ท่ามกลางภัยคุกคามไซเบอร์และการใช้งาน AI ที่ซับซ้อนขึ้น พร้อมเตือนองค์กรไทยยังมีช่องว่างด้านการกู้คืนระบบ แม้ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วก็ตาม
โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ได้กระทบเฉพาะระบบไอที แต่ลุกลามไปสู่ความต่อเนื่องของธุรกิจ รายได้ และความเชื่อมั่นของลูกค้า ทำให้แนวคิดด้านภัยไซเบอร์ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการมุ่ง “ป้องกันการโจมตี” ไปสู่การสร้าง Cyber Resilience หรือความสามารถในการรับมือ ฟื้นฟู และดำเนินธุรกิจต่อได้แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด
บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology) ระบุว่า ทิศทางดังกล่าวส่งผลให้มาตรฐาน ISO 27001 กำลังเปลี่ยนบทบาทจากมาตรฐานเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ไปสู่กรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ที่เชื่อมโยงการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
ข้อมูลจาก World Economic Forum’s Global Cybersecurity Outlook 2025 สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยพบว่า 72% ขององค์กรทั่วโลกมองว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ 71% ของผู้บริหารด้านบริหารความเสี่ยง (Chief Risk Officers) เชื่อว่าภัยไซเบอร์จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้องค์กรต้องเร่งลงทุนด้าน Cyber Resilience และ Business Continuity มากขึ้น
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ตอกย้ำความสำคัญของการฟื้นฟูระบบ คือกรณีระบบไอทีล่มจากเหตุการณ์ CrowdStrike ในปี 2024 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสายการบิน โรงพยาบาล ธนาคาร และองค์กรธุรกิจทั่วโลก สะท้อนว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากการโจมตีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการไม่สามารถกู้คืนระบบกลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจ OpenText Global Ransomware Survey 2025 ระบุว่า 52% ขององค์กรทั่วโลกมีแผนเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีสำรองข้อมูลในปี 2026 เพื่อรับมือภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเทคโนโลยีอย่าง Immutable Backup, Air-gapped Protection และ Cyber Recovery กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ปกป้องข้อมูลยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม แม้องค์กรจำนวนมากจะมีระบบสำรองข้อมูล แต่ปัญหาที่พบคือยังไม่สามารถกู้คืนระบบได้ภายในเวลาที่ธุรกิจยอมรับได้ ทำให้ “ความสามารถในการกู้คืน” กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความพร้อมองค์กรในยุคดิจิทัล
นายรหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรชั้นนำทั่วโลกไม่ได้มอง ISO 27001 เป็นเพียงใบรับรองมาตรฐานอีกต่อไป แต่ใช้เป็นกรอบบริหารความเสี่ยงที่เชื่อมโยงการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
อีกปัจจัยสำคัญที่องค์กรต้องรับมือ คือการเติบโตของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ AI โดยเฉพาะ Agentic AI หรือระบบ AI ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินงานได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติธุรกรรม การบริหารซัพพลายเชน หรือการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ซึ่งสร้างความเสี่ยงรูปแบบใหม่ภายในองค์กร
ซินโนโลจี มองว่า AI ควรถูกกำหนดให้เป็น “ผู้ใช้งานประเภทใหม่” ที่ต้องได้รับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยเช่นเดียวกับบุคลากร หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม AI อาจเข้าถึงข้อมูลเกินสิทธิ์ ใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือดำเนินการผิดพลาดจนสร้างความเสียหายต่อธุรกิจได้
ภายใต้กรอบ ISO 27001 องค์กรจึงควรวางหลักการกำกับดูแล AI ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่
- การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (Identity & Access Boundaries)
- การรับรองความถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับของข้อมูล (Data Provenance & Integrity)
- การเตรียมความพร้อมในการย้อนคืนระบบเมื่อ AI ทำงานผิดพลาด (Systemic Recovery)
- การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
นายรหัท ระบุเพิ่มเติมว่า แม้องค์กรจำนวนมากจะได้รับการรับรอง ISO 27001 แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพร้อมรับมือเหตุการณ์จริงเสมอไป เนื่องจากยังพบช่องว่างหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลสำรองไว้ในระบบเดียวกับระบบหลัก ทำให้ Backup ถูกโจมตีไปพร้อมกัน การไม่ทดสอบการกู้คืนระบบเป็นประจำ หรือการใช้เวลาฟื้นฟูนานเกินเป้าหมายทางธุรกิจ (Recovery Time Objective: RTO)
ด้วยเหตุนี้ องค์กรชั้นนำจึงให้ความสำคัญกับการใช้ Immutable Backup เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลสำรองโดยไม่ได้รับอนุญาต การแยกระบบสำรองออกจากระบบหลักด้วย Air-gapped Protection การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทดสอบการกู้คืนระบบเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำระบบกลับมาใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวซินโนโลจี ได้พัฒนา ActiveProtect Appliance ซึ่งรวมเทคโนโลยี Immutable Backup (WORM), Logical Air-gap และ Automated Backup Verification ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้จากศูนย์กลาง ลดระยะเวลาการกู้คืนระบบ และสนับสนุนการปฏิบัติตามแนวทางของ ISO 27001 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซินโนโลจี มองว่า ในยุคที่ภัยไซเบอร์และความเสี่ยงจาก AI ทวีความซับซ้อนขึ้น ISO 27001 ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงใบรับรองมาตรฐาน แต่เป็นรากฐานของการบริหารความเสี่ยงและความอยู่รอดขององค์กร เพราะความสามารถในการปกป้องข้อมูลและกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต


