การนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายภาคธุรกิจ แต่ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนว่าความพร้อมของบุคลากร การฝึกอบรม และประสบการณ์การทำงาน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI
ผลวิจัยล่าสุดจาก Lark แพลตฟอร์ม AI เวิร์กสเปซสำหรับองค์กร พัฒนาโดย ByteDance ระบุว่า แม้องค์กรในประเทศไทยจะเร่งนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่กลับเผชิญช่องว่างด้านความพร้อมและความเชื่อมั่นของพนักงาน ซึ่งอาจบั่นทอนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร
โอลิเวียร์ อาดัม ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Lark กล่าวว่า องค์กรในอาเซียนกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการนำ AI มาใช้ แต่รากฐานขององค์กรยังไม่แข็งแรงเพียงพอ โดยเฉพาะด้านการเตรียมความพร้อมของบุคลากร ซึ่งพนักงานจำนวนมากยังขาดการฝึกอบรมและไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี
หากองค์กรเร่งนำ AI เข้ามาใช้โดยไม่แก้ไขปัญหาเดิมของระบบการทำงาน อาจทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ การสื่อสารอย่างโปร่งใส การลงทุนพัฒนาทักษะ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เทคโนโลยีทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากร จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ในองค์กรระยะยาว
‘บุคลากร’ มักถูกละเลย
รายงาน "The Paradox of Progress – Why a Broken Employee Experience is Sabotaging Adoption of AI in the Workplace" จัดทำโดยหน่วยงานอิสระและสนับสนุนข้อมูลโดย Lark สำรวจนายจ้าง 900 ราย และพนักงานกว่า 5,000 คน จาก 6 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย
ผลสำรวจพบว่า นายจ้างในไทยกว่า 90% กำลังผลักดันการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อรองรับ AI และลงทุนด้านเครื่องมือดิจิทัลเพิ่มขึ้น แต่มีเพียง 12% ขององค์กรที่มีความพร้อมด้านดิจิทัลในระดับสูง ขณะที่มากกว่าครึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทดลองใช้ AI
แม้ AI จะกลายเป็นวาระสำคัญของผู้บริหาร แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ "ระบบ" มากกว่า "บุคลากร" ส่งผลให้เกิดปัญหาเครื่องมือทำงานที่กระจัดกระจาย พนักงานขาดความผูกพันกับองค์กร และช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงานที่กว้างขึ้น
พนักงานมองผู้บริหาร ‘ไม่เข้าใจ’
ผลสำรวจพบว่า พนักงานไทย 79% รู้สึกว่าผู้บริหารยังไม่เข้าใจความต้องการด้านเครื่องมือดิจิทัลของพนักงาน โดยรายงานชี้ให้เห็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
ประการแรก องค์กรมุ่งลงทุนในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น ฝ่ายไอที (67%) การตลาด (57%) และการเงิน (56%) ขณะที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (46%) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์พนักงาน (49%) ได้รับการลงทุนต่ำกว่า
ประการที่สอง ความซับซ้อนของเครื่องมือดิจิทัล พนักงาน 58% ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการจัดการปัญหาจากการใช้หลายแพลตฟอร์มร่วมกัน ขณะที่ 67% รู้สึกเหนื่อยล้าจากจำนวนแอปพลิเคชันที่ต้องใช้ และ 56% ต้องสลับใช้งานหลายระบบทุกชั่วโมง
ประการที่สาม ช่องว่างด้านการตัดสินใจ แม้นายจ้าง 74% ระบุว่าเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม แต่มีเพียง 36% ของพนักงานที่รู้สึกว่ามีอิสระในการเสนอแนวคิดใหม่ และ 40% ที่สามารถจัดการเครื่องมือการทำงานของตนเองได้ โดยพนักงาน 81% มองว่าการสร้างนวัตกรรมในองค์กรยังขาดความต่อเนื่อง
ประการสุดท้าย คือช่องว่างด้านการพัฒนาทักษะ นายจ้างมีความมั่นใจในการใช้ AI มากกว่าพนักงาน 16% และได้รับการอบรมอย่างเป็นทางการมากกว่า ขณะที่พนักงาน 83% ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการใช้ AI แต่มีเพียง 35% ที่รู้สึกว่าได้รับการฝึกอบรมเพียงพอ
ความเชื่อมั่นต่อ AI ยังเป็นโจทย์สำคัญ
ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นด้านความเชื่อมั่นในการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยมีพนักงานเพียง 21% ที่เชื่อว่าองค์กรมีความโปร่งใสในการนำ AI มาใช้ และ 57% ระบุว่าแนวทางของผู้บริหารเกี่ยวกับ AI ยังไม่ชัดเจน
พบด้วยว่า พนักงาน 62% กังวลว่า AI อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน ขณะที่ 68% กังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อมีการใช้ AI มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม พนักงานไม่ได้ปฏิเสธ AI โดยตรง แต่กำลังอยู่ระหว่างความไม่มั่นใจต่อทั้งเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานแบบเดิม มีพนักงานเพียง 48% ที่ยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าระบบ AI
แม้จะมีความกังวล แต่ผลสำรวจพบว่า พนักงาน 92% ต้องการให้ AI เข้ามาช่วยจัดการงานที่ซ้ำซ้อน พร้อมทั้งต้องการเครื่องมือที่ช่วยลดความยุ่งยากในการทำงาน สนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และเพิ่มเวลาให้กับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
ด้านการพัฒนาทักษะ พนักงานต้องการการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (83%) การทำงานข้ามสายงาน (83%) การจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการทำงาน (SOP) (83%) และการใช้ระบบอัตโนมัติหรือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (82%)
รายงานยังพบว่า องค์กรที่เปลี่ยนจากการใช้หลายแอปพลิเคชันมาเป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดย 90% ระบุว่าการทำงานรวดเร็วขึ้น 89% ระบุว่าปัญหาการสื่อสารลดลง และ 85% ระบุว่าสามารถลดต้นทุนได้
AI จะสำเร็จได้ ต้องเริ่มที่ 'คน'
หากพนักงานมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่าน ได้ใช้เครื่องมือที่ตอบโจทย์การทำงาน และได้รับการสื่อสารอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ เทคโนโลยีจะไม่ใช่ปัจจัยที่สร้างความกังวล แต่จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและดึงศักยภาพของบุคลากรออกมาได้มากขึ้น
โอลิเวียร์ มีมุมมองว่า องค์กรที่จะเป็นผู้นำในก้าวต่อไปของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไม่ใช่ผู้ที่ขับเคลื่อนด้าน AI ได้รวดเร็วที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถพัฒนาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับแนวทางการใช้ AI การลงทุนพัฒนาทักษะของบุคลากรที่ต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ AI ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของพนักงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ AI ทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานของพนักงานอย่างแท้จริง
ศักยภาพของ AI จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองได้รับการเตรียมความพร้อม มีส่วนร่วม และมีความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้


