วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ไชยชนก” แจงงบ “ดีอี” เพิ่ม 33% ใช้ยกระดับ “เศรษฐกิจ-รัฐบาลดิจิทัล”

ไชยชนก” แจงงบ “ดีอี” เพิ่ม 33% เหตุใช้ยกระดับเศรษฐกิจ – รัฐบาลดิจิทัล - การป้องกันภัยพิบัติ เชื่อมั่น 4 ปี เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

KEY POINTS

  • งบประมาณที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ใช้สำหรับพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยเป็นการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ที่ช่วยประหยัดงบได้กว่า 30%
  • จัดสรรงบประมาณ 1,209 ล้านบาท ให้กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า และเทคโนโลยีด้านพยากรณ์อากาศ และป้องกันไฟป่า
  • นอกจากการใช้งบประมาณ รัฐบาลยังส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการบูรณาการข้อมูล และผลักดันด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance)

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวชี้แจงประเด็นกระทรวงดีอีได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 33.18% ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก ว่า ในส่วนของงบประมาณที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นงบประมาณด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ที่เพิ่มขึ้นจำนวน 2,654 ล้านบาท

สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์กลางของประเทศนั้น มีความสำคัญในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเป็นรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นรวมศูนย์ในที่เดียว ซึ่งจะมีราคาที่ถูกลงมากกว่า 30% จากการลงทุนแยกเป็นแต่ละหน่วยงาน ทำให้รัฐสามารถลดรายจ่ายด้านบุคลากร ลดงบประมาณ ในการประชุมจัดซื้อจัดจ้างได้กว่า 100 ล้านบาท ลดปัญหาการจัดทำระเบียบการหลักเกณฑ์ในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเพียงพอ

“ไชยชนก” แจงงบ “ดีอี” เพิ่ม 33% ใช้ยกระดับ “เศรษฐกิจ-รัฐบาลดิจิทัล”

ขณะที่หลายฝ่ายมีข้อสงสัยว่าเหตุใด โครงการ GDCC จึงไม่รวมการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐบาลทั้งหมด โดยมีเหตุผลแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

1.กลุ่มที่มีการจัดซื้อจัดจ้างก่อนแล้ว และเป็นงบผูกพัน

2.กลุ่มที่มีการใช้งานระบบฟังก์ชันต่างกัน เช่น กระทรวงการคลัง

3.กลุ่มที่ต้องจัดเก็บข้อมูลจำเป็นเฉพาะ เพื่อความมั่นคงปลอดภัย เช่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในส่วนของ กรมอุตุนิยมวิทยา มีการเพิ่มเติมงบประมาณโครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (Earthquake Early Warning) รวมทั้งเทคโนโลยีด้านการพยากรณ์อากาศ และการป้องกันไฟป่า จำนวน 1,209 ล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่ายังไม่มีเทคโนโลยีใดในโลกที่มีความเสถียรมากพอที่จะคาดการณ์การเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว และส่งสัญญาณแจ้งเตือนมายังประเทศไทยล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็น แม้จะเป็นการแจ้งเตือนเพียงไม่กี่วินาที แต่ช่วยให้สามารถลดความสูญเสียได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และการป้องกันในส่วนของภัยพิบัติ ซึ่งมีการดำเนินการทั้งการใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ โดยการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่าง ในส่วนการไม่ใช่งบประมาณ เช่น การบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ การพัฒนาเรื่องธรรมาภิบาล AI ความร่วมมือด้าน AI Governance กับนานาชาติ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน AI Governance Week 2026 (AIGW 2026) พร้อมผลักดันการจัดตั้ง ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Center: AIGC) ในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างการบูรณาการข้อมูลด้านการป้องกันภัยพิบัติ เช่น การเกิดน้ำท่วม ฝนตกหนักที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งกระทรวงดีอี โดยกรมอุตุฯ และกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับติดตามการก่อตัวของมวลฝน จนช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิต และทรัพย์สิน รวมทั้งการปรับวิธีการป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติ โดยมีการฝึกซ้อมการปฏิบัติงานในภาคเหนือ และภาคใต้ ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ

 

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์