วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

Microsoft ชี้ ไทยกำลังไต่ขึ้นบนแผนที่เอไอโลก จากผู้ใช้สู่ผู้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

การแข่งขันด้านเอไอของโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แข่งขันกันพัฒนาโมเดลให้มีความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สู่ยุคที่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีเอไอที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นประเทศใด องค์กรใด หรือเศรษฐกิจใด ที่สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปสร้างมูลค่าได้จริงมากที่สุด

ในช่วงแรกของกระแส Generative AI ความสนใจส่วนใหญ่มุ่งไปที่ศักยภาพของโมเดลใหม่ๆ ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ หรือเขียนโปรแกรมได้ใกล้เคียงมนุษย์ แต่เมื่อเทคโนโลยีเริ่มถูกใช้งานจริงในภาคธุรกิจ การศึกษา และภาครัฐ การแข่งขันจึงเริ่มขยับจากสนามของนวัตกรรมไปสู่สนามของการประยุกต์ใช้

ข้อมูลจากรายงาน Global AI Diffusion ไตรมาสแรกปี 2569 ของไมโครซอฟท์ พบว่า เอเชียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของการใช้งานเอไอรวดเร็วที่สุดในโลก และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังถูกจับตามอง

เควิน ไวต์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาการข้อมูล และการสร้างภาพข้อมูลของ Microsoft AI for Good Lab ให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากช่วงของการทดลองใช้เทคโนโลยี ไปสู่ช่วงที่องค์กร และภาคส่วนต่างๆ เริ่มนำเอไอมาใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ และสังคมที่จับต้องได้

เอเชียกลายเป็นพื้นที่เติบโตสำคัญของเอไอ

ข้อมูลของไมโครซอฟท์ระบุว่า 12 จาก 15 ประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการใช้งานเอไอสูงที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2568 อยู่ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม และไทย

สำหรับประเทศไทย อัตราการใช้งานเอไอเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569 แม้ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว แต่ถือว่าเติบโตในอัตราที่ค่อนข้างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

เควินอธิบายว่า ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาของโมเดลเอไอที่สามารถเข้าใจภาษาในท้องถิ่นได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ที่ผ่านมา ระบบเอไอจำนวนมากถูกพัฒนาบนข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ใช้งานในประเทศที่ใช้ภาษาอื่นอาจเผชิญข้อจำกัดด้านคุณภาพ และความแม่นยำ แต่เมื่อเทคโนโลยีสามารถประมวลผลภาษาในแต่ละภูมิภาคได้ดีขึ้น อุปสรรคดังกล่าวจึงเริ่มลดลง และทำให้ผู้คนเข้าถึงการใช้งานได้ง่ายขึ้น

นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ประเทศไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง อัตราการใช้สมาร์ตโฟนในระดับสูง และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เควินมองว่าการวัดผลจากจำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ รูปแบบการใช้งานที่กำลังเปลี่ยนแปลง

จากเดิมที่เอไอมักถูกใช้ในฐานะแชตบอตหรือเครื่องมือค้นหาข้อมูล ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากเริ่มนำเอไอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำเอกสาร การให้บริการลูกค้า และการช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ

“สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่แค่คนใช้เอไอมากขึ้น แต่เป็นการที่เอไอเริ่มเข้าไปอยู่ในงานจริง” เขากล่าว

เอไอเปลี่ยนวิธีสร้างซอฟต์แวร์

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ การพัฒนาซอฟต์แวร์

รายงานของไมโครซอฟท์ระบุว่า เครื่องมือช่วยเขียนโคดด้วยเอไอกำลังเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยจำนวนโครงการใหม่บน GitHub เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กิจกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้เอไอช่วยก็เติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลในรายงานพบว่า จำนวนคำขอรวมโคดเข้าสู่ระบบหลักที่เกี่ยวข้องกับเอไอเอเจนต์บน GitHub เพิ่มขึ้นจากประมาณ 83,000 ครั้งในเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นมากกว่า 2.3 ล้านครั้งในเดือนมีนาคม 2569 หรือเพิ่มขึ้นราว 28 เท่าภายในเวลา 10 เดือน

เควินมองว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ทำได้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนการสร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัลก็ลดลง องค์กรสามารถทดลองแนวคิดใหม่ เปิดตัวบริการใหม่ และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ได้บ่อยขึ้น

ในอดีต การสร้างแอปพลิเคชันหรือระบบดิจิทัลอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี แต่ปัจจุบันเอไอสามารถช่วยในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเขียนโคด การทดสอบระบบ ไปจนถึงการตรวจสอบข้อผิดพลาด

ขณะเดียวกัน การเติบโตของเทคโนโลยีก็ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อการจ้างงาน โดยเฉพาะในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานความรู้ และงานด้านดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม รายงานของไมโครซอฟท์ระบุว่า จำนวนผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ในสหรัฐอเมริกายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประมาณ 2.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ข้อมูลช่วงต้นปี 2569 ยังสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของการจ้างงานในสาขาดังกล่าว

เควิน กล่าวว่า เมื่อเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน ต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์จะลดลง และอาจส่งผลให้องค์กรสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความต้องการแรงงานในรูปแบบใหม่ตามมา

จากธุรกิจสู่การแก้ปัญหาสาธารณะ

นอกเหนือจากการใช้งานในภาคธุรกิจ AI for Good Lab ยังทำงานด้านการนำเอไอมาใช้แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

เควินมองว่า ประเทศไทยมีหลายประเด็นที่เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเข้ามามีบทบาทได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การรับมือภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการวางแผนเมือง

เขาอธิบายว่า ปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมหาศาลจากดาวเทียม สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ เซนเซอร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ความท้าทายสำคัญคือ การนำข้อมูลเหล่านั้นมาแปลงเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง

เอไอจึงถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ค้นหารูปแบบที่ซ่อนอยู่ และช่วยคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต เช่น การประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม การคาดการณ์ผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง หรือการวิเคราะห์รูปแบบการจราจรในเมือง

“เอไอมีคุณค่ามากที่สุดเมื่อช่วยให้ผู้คนตัดสินใจได้ดีขึ้น” เควิน กล่าว

โจทย์สำคัญคือ การพัฒนาทักษะคน

แม้ประเทศไทยยังไม่ใช่ประเทศผู้นำด้านเอไอในระดับโลก แต่เควินมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านเอไอของภูมิภาคอาเซียน

ปัจจัยสนับสนุนไม่ได้มีเพียงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหรือการลงทุนจากภาคเอกชน แต่ยังรวมถึงประชากรที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และภาคธุรกิจที่เริ่มมองเห็นประโยชน์ของการนำเอไอไปใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปอาจไม่ใช่เรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องการพัฒนาทักษะของแรงงานให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เขามองว่า ประเทศที่สามารถพัฒนาทักษะดิจิทัลของประชากรได้รวดเร็วกว่า จะมีโอกาสสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากเอไอได้มากกว่าเช่นกัน

ในมุมมองของเควิน การแข่งขันด้านเอไอในทศวรรษหน้าอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีโมเดลที่ก้าวหน้าที่สุด แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจ และสังคมได้มากเพียงใด

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก ประเทศไทยจึงกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การแสวงหาวิธีใช้เอไอเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แก้ปัญหาสาธารณะ และพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานในระยะยาว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์