วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘แอดไวซ์’ มองไอทีครึ่งปีหลัง มั่นใจ ‘โต’ สวนกระแสวิกฤติ

ครึ่งปีแรกทุกหมวดสินค้าเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทั้งเชิงมูลค่าและยอดขาย

ธุรกิจโตสวนทางวิกฤติ

เขากล่าวว่า หากมองถึงเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ส่วนตัวมีมุมมองว่าไม่ดี เนื่องจากผลพวงของวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก และบางธุรกิจต้องปิดกิจการลง ด้านการกลับมาใช้จ่ายแบบปกติอาจต้องใช้เวลา เพราะช่วงเวลาหนึ่งผู้บริโภคมีความกังวลในการจับจ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่ค่อยๆ ดีขึ้น มาตรการภาครัฐที่มีการผ่อนคลาย รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่ปรับเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขเพื่อป้องกันและระวังการแพร่ระบาด คาดว่าภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศน่าจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่จะเร็ว หรือ ช้านั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภาพรวมของโรค รวมถึงสถานการณ์สินค้าและบริการต่างๆ ในแต่ละธุรกิจที่แตกต่างกันไป

สำหรับแอดไวซ์ ครึ่งปีแรกการขายออฟไลน์หน้าร้านเติบโตขึ้นอย่างมากในทุกหมวดสินค้า โดยสามารถเติบโตได้เป็นตัวเลขสองหลักทั้งเชิงมูลค่าและยอดขาย เนื่องจากสาขาส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด นอกห้างสรรพสรรพสินค้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์

ส่วนออนไลน์ค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สอดคล้องไปกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากปีก่อนที่รายได้จากออนไลน์ของบริษัทมีสัดส่วน 12% ขณะนี้เพิ่มมาถึง 18% และคาดว่าจะเติบโตอย่างชัดเจนภายในปี 2565 ที่ผ่านมาสินค้าที่ขายดีบนออนไลน์ ได้แก่ หูฟัง บลูทูธสปีคเกอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ส่วนพีซี หรือที่ชิ้นใหญ่ๆ ลูกค้ายังต้องการไปเลือกซื้อที่หน้าร้าน

ปูทางลุยตลาดองค์กร

ผู้บริหารแอดไวซ์เผยว่า ปีนี้มีแผนรุกหนักตลาดคอร์ปอเรทมากขึ้น โดยได้เริ่มสร้างทีมงานเฉพาะขึ้นมาเพื่อให้บริการตามความต้องการที่ต่างจากคอนซูเมอร์ มีการร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิต รวมถึงพัฒนาหน้าเว็บไซต์สำหรับการขายกลุ่มบีทูบีโดยเฉพาะ

สำหรับสินค้าที่จะจำหน่ายตลาดองค์กร เบื้องต้นยังคงเป็นกลุ่มพีซีทั้งโน็ตบุ๊ค เดสก์ท็อป เครื่องพิมพ์ ลูกค้าที่โฟกัสคือกลุ่มการศึกษา และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ

ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของแอดไวซ์มาจากธุรกิจค้าปลีก 65% ค้าส่ง 35% จากค้าปลีกทั้งหมดสัดส่วนรายได้ที่มาจากออนไลน์มี 18% ที่เหลือยังเป็นออฟไลน์ ด้านสัดส่วนรายได้จากกลุ่มองค์กรยังมีอยู่น้อยมาก

ด้านแผนการขยายฐานตลาดบนออนไลน์ อยู่ในแผนที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งได้เพิ่มนำ้หนักการทำตลาดบนโซเชียลคอมเมิร์ซเพื่อปูทางการขายรองรับพฤติกรรมใหม่ผู้บริโภค

“พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้เราต้องกำหนดตำแหน่งของกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากการขายผ่านช่องทางเว็บไซต์ของแอดไวซ์เอง เราได้วางยุทธศาสตร์ใหม่โดยการเพิ่มโฟกัสช่องทางมาร์เก็ตเพลสและได้ร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำทั้งช้อปปี้ ลาซาด้า เอสซีจี และเจดีเซ็นทรัล”

ลุ้นรายได้ 2 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบัน แอดไวซ์มีสาขาครอบคลุมกว่า 350 สาขาทั่วประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปีนี้ได้เปิดสาขาเปิดใหม่ที่ชลบุรีและและระยองจังหวัดละ 1 สาขา ช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 นี้ เตรียมปรับขนาดร้าน 6 สาขาให้ใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับการบริการลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่แอดไวซ์เพาเวอร์บาย ปัจจุบันมี 10 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา

พร้อมระบุว่า จากปีที่ผ่านมาที่แอดไวซ์มีรายได้ราว 1.2 หมื่นล้านบาท ปีนี้มั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนของตลาดคอร์ปอเรทถ้าสามารถทำได้ดีอาจได้เห็นสัดส่วนถึง 10%

สำหรับแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2564 แอดไวซ์ตั้งเป้าไว้ว่า หลังเข้าตลาดไปแล้ว 1 ปี จะมีรายได้แตะ 2 หมื่นล้านบาท