เผยสถานีฐานใหม่ติดตั้งครบ 77 จังหวัดแล้วตั้งแต่ เม.ย.
เอไอเอส ยันโควิด-19 ไม่กระทบแผนขยายเครือข่าย 5จี เดินหน้าขยายต่อเนื่อง ล่าสุดติดตั้งไปแล้ว 1,000 แห่งครบทั่วประเทศ เพิ่มคาปาซิตี้ในการใช้งานได้มากขึ้น 8-10 เท่า เผยหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติจะเกิดรูปแบบธุรกิจใหม่บนโครงข่ายดิจิทัลมากขึ้น
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนขยายเครือข่ายการให้บริการ 5จี ของบริษัทแต่อย่างใด โดยปัจจุบันบริษัทได้ขยายเครือข่าย 5จี ไปแล้วกว่า 1,000 สถานีฐาน ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
“เรายังขยายโครงข่าย 5จี เหมือนเดิม ทุกอย่างยังดำเนินการไปตามแผน ครบ 77 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2563 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงข่าย 5จี แพงกว่า 4จี แต่ให้คาปาซิตี้มากกว่า 4จี ถึง 8-10 เท่า ส่วนจำนวนลูกค้า 5จี ในปัจจุบันยังมีไม่มากนัก ประมาณหลักแสนราย ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าที่อยู่บนเครือข่าย 4จี และ 5จี” นายสมชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน จากวิกฤตโควิด-19 จะทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่อยู่บนดิจิทัลมากขึ้น เช่น ในช่วงเกิดโควิด-19 พนักงานคอลเซ็นเตอร์ของเอไอเอส ก็มีบางส่วนที่ทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home ได้ขอทำงาน 3 ชม.จากเดิม 8 ชม.ทำให้บริษัทได้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน จากชั่วโมงการทำงานที่ลดลง ส่วนพนักงานก็ได้ดูแลครอบครัวไปด้วยขณะทำงานจากที่บ้าน ส่งผลดีทั้งบริษัทและพนักงาน
ส่วนการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ซึ่งจากการพิจารณาในต่างประทศมี 7-8 เรื่องที่สามารถทำได้ ส่วนใหญ่เน้นไปที่ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ต้องนำมาประยุกต์ให้เข้ากับประเทศไทยด้วย เนื่องจากประเทศไทยยังมีลักษณะเฉพาะที่ติดออฟไลน์อยู่ คงไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้แบบต่างประเทศในทันที ส่วนเรื่องของผลประกอบการหรือรายได้นั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเท่าไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าโควิด-19 เป็นปัจจัยลบของอุตสาหกรรมสำคัญในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เอไอเอส เคยระบุก่อนหน้านี้ ได้ประมาณการงบลงทุนเบื้องต้นจำนวน 10,000-15,000 ล้านบาท ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อจัดให้มีเครือข่ายการให้บริการ 5จี ในพื้นที่สำคัญต่างๆ หลังจากบริษัทชนะการประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ , 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ รวม1310 เมกะเฮิรตซ์
โดยการวางเครือข่าย 5จี ในเฟสแรก ประกอบด้วย ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อาทิ จตุจักร, อารีย์, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พญาไท, สยาม, สามย่าน, สีลม, สาทร, ชิดลม, นานา, อโศก, สุขุมวิท และศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, เซ็นทรัลเวิลด์ รวมไปถึง เอไอเอส ช้อป 15 สาขา
ส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ณ ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่, ภาคใต้ ณ อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จ.ภูเก็ต, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานย่าโม จ.นครราชสีมา, ภาคตะวันออก ณ แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี และภาคกลาง ณ พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม
ขณะที่ในเฟสต่อไป จะขยายเครือข่าย 5จี สู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน รวมถึงศูนย์การค้าด้วย อาทิ ไอคอนสยาม, เอ็มควอเทียร์, สยามสแควร์วัน, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 9, สามย่านมิตรทาวน์, เดอะมอลล์บางกะปิ เป็นต้น และศูนย์การค้า ใน 5 หัวเมืองต่างจังหวัด อาทิ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา นครปฐม, เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต, เดอะมอลล์ โคราช และโรบินสัน อมตะชลบุรี เป็นต้น





