เป็นจังหวะดี ที่องค์กรได้ปัดฝุ่นแผนบริหารธุรกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช็คเทคโนโลยีเดิม เติมเทคโนโลยีใหม่
รวมถึงแนวทางการใช้ รับมือ ข้อมูลและแอพพลิเคชั่น จากการทำงานนอกสำนักงาน โดยอุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน ปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มการทำงานและการจัดการธุรกิจบนคลาวด์ให้เลือกใช้ได้ตามงบประมาณ มีความปลอดภัยสูงในรูปแบบการให้บริการไอที (SaaS) บริการแพลตฟอร์ม (PaaS) แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์โมบาย หรือเว็บแอพพลิเคชั่น
หลากเทคฯดิจิทัลหนุนการทำงาน
ขณะที่ ปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ช่วยใช้งานบริการไอที แอพพลิเคชั่นบนเว็บหรืออุปกรณ์มือถือ หรือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กร ผ่านอุปกรณ์บีวายโอดี ยืดหยุ่น ปลอดภัยหลายแพลตฟอร์ม ทำให้พนักงานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำงานจากที่ไหนก็ได้
การจัดแพลตฟอร์มการสื่อสาร ที่ปลอดภัยหลายช่องทางให้เลือกใช้ในการติดต่อทางธุรกิจระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า และลูกค้า อย่าง อีเมล์ ระบบส่งข้อความแบบทันที ระบบประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ หรือ เว็บ คอนเฟอเรนซ์ เพิ่มช่องทางสื่อสารเฉพาะกลุ่มทำงาน เช่น กรุ๊ปไลน์ ห้องแชทเฉพาะทีม รวมถึงดึงเอาศักยภาพของเครื่องมือดิจิทัล เช่น ไอโอที เอไอ วีอาร์ มาเสริมกิจกรรมการขายและสื่อสารการตลาด นำเสนอสินค้าและบริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อทดแทนการที่เราไม่สามารถเข้าถึงตัวลูกค้าได้
"ปริมาณของข้อมูลที่มีมาก การเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากขึ้น ประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย จึงต้องรวดเร็ว โดยเฉพาะเแบนด์วิธ อาจไต่ระดับไปถึงการใช้เทคโนโลยี 5จี จึงจัดสรรแบนด์วิธให้เหมาะกับข้อมูลและงานแต่ละประเภท เช่น ช่องแบนด์วิธที่ไม่สูงมากเอาไว้สำหรับการส่งไฟล์งานเอกสารทั่วไป ส่วนแบนด์วิธสูงๆ เอาไว้สำหรับการประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ การนำเสนอไฟล์พรีเซ็นเตชัน การใช้งานวีอาร์ หรือ เอไอ" นายสุภัค กล่าว
ขณะที่ ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ องค์กรควรมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการระบุตัวตน สิทธิการเข้าถึงระบบธุรกิจหลัก หรือ ศูนย์ข้อมูลขององค์กรเฉพาะที่จำเป็นต่อการทำงาน และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่มาจากการใช้งานอุปกรณ์บีวายโอดีของพนักงานสามารถเจาะเข้าสู่ระบบไอทีขององค์กรในทุกทาง





