วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างเนคเทค 5.0 โจทย์หลัก ‘ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย’

“เนคเทค 5.0” เสริมแกร่งฐานรากเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขั้นสูงของประเทศ วิสัยทัศน์ของ “ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย” ผู้อำนวยการคนใหม่เนคเทค พร้อมเปิดตัว 2 ศูนย์ใหม่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์-ซีพีเอส รับเทรนด์บิ๊กดาต้าและระบบไซเบอร์กายภาพ

“การเข้ามารับตำแหน่งนี้ ทำให้มองเห็นความต้องการจากโจทย์วิจัยจำนวนมากและหลากหลาย กับจำนวนบุคลากรที่เนคเทคมีอยู่ จึงจำเป็นต้องจัดกระบวนทัพใหม่ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ในการจัดทำฐานรากทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ” ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าว

วางรากฐานให้ประเทศ​

ฐานรากหรือโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศ ชัย กล่าวว่า นอกจากเรื่องของอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย ยุคที่กำลังมาคือ ข้อมูลหรือ Data ซึ่งต้องเตรียมพร้อมเพื่อที่จะไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ ตกอยู่ในมือของต่างชาติ จึงจำเป็นต้องสร้างแพลตฟอร์มที่จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศ

ในขณะเดียวกัน งานวิจัยนานาชนิดที่มี บางครั้งทำแล้วขึ้นค้างหิ้ง ต้องการระบบนิเวศที่จะผลักดันไปสู่ผู้ใช้ เป้าหมายต่อไปของเนคเทคคือ การร่วมกับพันธมิตร ทั้งในเชิงการลงทุนขั้นต้นและกลุ่มผู้ใช้ ผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการใช้เทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนาขึ้น จนถึงเป้าหมายสำคัญสุดท้ายคือ การเตรียมความพร้อมงานวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

“ความเชี่ยวชาญของเราคือ ระบบไซเบอร์ทางกายภาพ (Cyber-Physical System : CPS) ซึ่งเป็นระบบทางวิศวกรรมที่บูรณาการโลกกายภาพ ประกอบด้วย อุปกรณ์ เครื่องจักร วัสดุ สภาพแวดล้อม หรือสิ่งต่างๆที่จับต้องได้ รวมทั้งมนุษย์ เข้ากับโลกไซเบอร์ หรือโลกดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และข้อมูล เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยน คำนวณ และวิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยบริหารจัดการในส่วนต่างๆ มีทั้งระบบเซนเซอร์ ระบบและเครือข่าย ปัญญาประดิษฐ์และบิ๊กดาต้า ที่นำไปสู่การประยุกต์ใช้ที่หลากหลายใน 8 เป้าหมายหลักของเนคเทค 5.0

8 เป้าหมายหลักที่กล่าวถึง ได้แก่ การบูรณาการข้อมูลประชากร เกษตรแม่นยำ อุตสาหกรรมอัจฉริยะ เอไอสัญชาติไทย เซนเซอร์คุณภาพสูง ไอทีเพื่อสุขภาพ การศึกษาอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะ

นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะเปิด 2 ศูนย์บริการใหม่รองรับแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ขานรับเทรนด์ของเอไอและบิ๊กดาต้า ที่ปัจจุบันใช้กูเกิลคลาวด์หรือโปรแกรมของอเมซอนในการคำนวณข้อมูลปริมาณมาก แต่บางครั้งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหรือเป็นความลับก็ไม่ควรจะอยู่ในมือต่างชาติ

จึงได้ยื่นของบ 800 ล้านบาท สำหรับจัดตั้งศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยได้รับอนุมัติงบจัดซื้อก้อนแรก 110 ล้านบาท (2562-2563) ตั้งเป้าประมวลผลข้อมูล 150 ล้านคอร์อาวน์ (core hour) ใน 3 ปี คาดว่าจะพร้อมบริการแบบเต็มศักยภาพในปี 2563 มีผู้ใช้งานเป็นกลุ่มนักวิจัยและภาคีโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติด้าน e-Science

ตามมาด้วยศูนย์ซีพีเอส หรือระบบไซเบอร์ทางกายภาพ งบ 300 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นฐานการทดสอบบูรณาการโลกกายภาพและดิจิทัลสำหรับเอกชน และเป็นแหล่งให้คำปรึกษาจากความเชี่ยวชาญของเนคเทค รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้กับเอกชน โดยตั้งเป้าสร้างคนให้ได้ 200 คนใน 3 ปี

5 งานวิจัยแห่งอนาคต

“ในส่วนของบุคลากร ปัจจุบันเนคเทคมีสายวิจัย 400 คน และสายสนับสนุน 100 คน เมื่อเทียบกับโจทย์วิจัยที่เข้ามานั้นนับว่าไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในการเพิ่มบุคลากร ที่ทำได้ในรูปของพนักงานชั่วคราว ซึ่งเพดานเงินเดือนต่ำเมื่อเทียบกับเอกชน และไม่มีคนพอเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้ผลิตคนในประเทศไม่เพียงพอ ต้องหาบุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศเข้ามา”

ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จึงปูทางสู่งานวิจัยแห่งอนาคต 5 เรื่องคือ เทคโนโลยีเทราเฮิร์ตส์ (Terahertz Technology) ซึ่งเป็นคลื่นย่านความถี่ใหม่ที่สามารถทะลุทะลวงทุกพื้นผิวโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อ สำหรับประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์ และเทคโนโลยีควอนตัมที่มาแรง แต่ยังขาดบุคลากร จึงเตรียมสร้างโปรแกรมให้ทุนด้านนี้เพื่อพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญ

นอกเหนือจากการพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร ยังมีเรื่องของการต่อยอดสู่ผู้ใช้ทั้งในลักษณะของการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการร่วมวิจัยและรับจ้างวิจัย ปี 2561 มีสัญญารับถ่ายทอดเทคโนโลยีกว่า 141 สัญญา และเตรียมที่จะทำโมเดลนำเทคโนโลยีลงหิ้งในรูปของสาธารณูปโภคแบบเปิด ในลักษณะของ Solution Service บนคลาวด์ให้เอกชนเข้ามาใช้งานฟรี เพื่อเร่งการใช้งานเทคโนโลยีนั้นๆ ให้มากที่สุด ลดการค้างบนหิ้ง และเมื่อเกิดการใช้งานจนเกิดรายได้หรือกำไร ก็จะคืนกลับมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นหรือเทคโนโลยีใหม่ต่อไป