วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

งานวันนักประดิษฐ์ อวดวิจัยไทยขายได้จริง

ผงข้าวเจ้าอุดห้ามเลือดที่กระดูก, เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับการผ่าตัด, กลไกข้อเข่าเทียมเพื่อผู้พิการขาขาดเหนือเข่า ตัวอย่างผลงานรางวัลประดิษฐ์คิดค้นประจำปี61 มีโอกาสได้รับการพัฒนาสู่ตลาด เมื่อวช. เตรียมงบ 400 ล้านบาทหนุนต่อยอดผลงานต้นแบบ

ผงข้าวเจ้าอุดห้ามเลือดที่กระดูก, เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับการผ่าตัด, กลไกข้อเข่าเทียมเพื่อผู้พิการขาขาดเหนือเข่า ตัวอย่างผลงานรางวัลประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมากประจำปี 2561 มีโอกาสได้รับการพัฒนาสู่ตลาด เมื่อสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เตรียมงบ 400 ล้านบาทหนุนต่อยอดงานผลงานต้นแบบให้ขายได้จริง พร้อมผลักดันมาตรการปลดล็อคสิทธิงานวิจัย หวังกระตุ้นเกิดแรงขับเคลื่อนสู่เชิงพาณิชย์


ทั้งสามผลงานต้นแบบนี้จะจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์ร่วมกับชิ้นงานอื่นๆ กว่า 1,000 ผลงานทั้งระดับเยาวชนนักเรียน นักศึกษา ภาครัฐและเอกชนรวมถึงจากนักประดิษฐ์นานาชาติ ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.นี้ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการประดิษฐ์คิดค้น ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเสวนา อบรมและประชุม สามารถลงทะเบียนและติดตามรายละเอียดได้ที่ www.inventorday.nrct.go.th


สิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์บูม

ผงคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้า ผลงานรางวัลระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ เป็นวัสดุทางการแพทย์คล้ายดินน้ำมันใช้สำหรับอุดห้ามเลือดที่กระดูกระหว่างการผ่าตัด ทดแทนไขผึ้งห้ามเลือดที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ที่สำคัญสามารถย่อยสลายได้ ไม่ก่อเกิดความเป็นพิษต่อเนื้อเยื่อ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวเจ้าไทย


ส่วนผลงานกลไกข้อเข่าเทียมสำหรับผู้พิการขาขาดเหนือเข่า โดยไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และชัชญาพันธ์ วิรุฬห์ศรี เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายข้อเขาจริงตามธรรมชาติ โดยใช้กลไกลชนิดหลายจุดศูนย์กลางหมุน สามารถสร้างและประกอบได้ง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน นักวิจัยได้ศึกษานำข้อดีข้อเสียของกลไกข้อเข่าที่มีอยู่ มาพัฒนาและออกแบบให้มีความเสถียรและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ถือเป็นผลงานที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการดีขึ้นและลดการนำเข้า จึงได้รับรางวัลระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยเช่นกัน


อีกผลงานวิจัยที่น่าสนใจคือ เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับใช้ในการผ่าตัดจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดย ศ.สมชาย วงศ์วิเศษและคณะ ทำให้ได้น้ำแข็งที่มีลักษณะกึ่งของเหลวผสมตามที่ต้องการ ช่วยลดเวลาในการเตรียมน้ำแข็งของแพทย์ผ่าผัด ลดปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อและความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ป่วย ปัจจุบันนำไปใช้ในโรงพยาบาลและกำลังต่อยอดเชิงพาณิชย์


ปลดล็อคสิทธิบัตรวิจัย

นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่ให้การสนับสนุนทุนพัฒนาต่อยอดบัญชีสิ่งประดิษฐ์ 60 ล้านบาท ถือเป็นกลไกทุนกลุ่มใหม่จากเดิมให้เฉพาะทุนทำงานวิจัย เพื่อให้งานวิจัย/สิ่งประดิษฐ์ที่ทำพร้อมนำไปขาย จากเดิมที่ทำต้นแบบได้เพียง 1-2 ชิ้น แต่การที่จะนำต่อยอดได้นั้นต้องมีกระบวนการผลิตที่สามารถทำได้ในปริมาณมาก ถัดมาเป็นเรื่องการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ทั้ง มอก. และ อย. รวมทั้งการทดสอบด้านความปลอดภัยเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนสำหรับตอบโจทย์มากขึ้น


“ทุนบัญชีสิ่งประดิษฐ์เป็นเรื่องใหม่ที่พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายคือ การเปลี่ยนจากชิ้นงานวิจัยตัวอย่างให้พร้อมใช้ได้จริง การพิจารณาให้ทุนจะเน้นความพร้อมที่จะไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ และต้องผ่านงานประกวด ซึ่งเป็นการกลั่นกรองอย่างหนึ่ง เงื่อนไขสำคัญถัดมาคือ ต้องมีผู้ประกอบการสนใจนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์”


ปีนี้ตั้งเป้าเม็ดเงินทุนดังกล่าว 400 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมีสิ่งประดิษฐ์ขึ้นบัญชีไว้ที่ 230 รายการ ทั้งนี้ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่มุ่งเน้นตามยุทธศาสตร์การวิจัย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผลิตภัณฑ์เชิงเศรษฐกิจ สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (นิว เอสเคิร์ฟ) และอุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม (เฟิร์ส เอสเคิร์ฟ) กลุ่มสองเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์เชิงสังคมในแต่ละจังหวัด/ภูมิภาค


“ขณะนี้รัฐบาลมีความพยายามที่จะปลดล็อคข้อจำกัดต่างๆ เช่น จากเจ้าของสิทธิบัตรงานวิจัยคือผู้ให้ทุนหรือองค์กรที่ให้ทุน เปลี่ยนเป็น หน่วยงานวิจัยหรือนักวิจัยเจ้าของผลงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงขับเคลื่อนในการขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง” นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าว