วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอโอที-เอไอพาเข้าสู่ยุคแห่งการหลอมรวมเทคโนโลยี

จากการคาดการณ์ของหลายสำนัก ระบุว่า ในปี 2565 เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) จะมีมูลค่าถึง 6.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับการใช้งานของผู้บริโภคในประเทศที่กำลังพัฒนา เริ่มมีความเชื่อมั่นในการเก็บข้อมูลบนคลาวด์เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมจะได้เห็นหุ่นยนต์ส่วนบุคคล และหุ่นยนต์ทางการพาณิชย์ จะมีการใช้งานที่โตมากขึ้นถึง 2000% จากปี 2558 ถึงปี 2573 และมันมีความเป็นไปได้ว่าจะมีมูลค่าในเศรษฐกิจถึง 190,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เกิดดิสรัปชั่นธุรกิจเดิม

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มองว่าในปี 2561 นี้ จะเป็นปีที่ชัดเจนอย่างมากของการหลอมรวมเทคโนโลยี ระหว่างอุตสาหกรรมสื่อ และโทรคมนาคมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งทั้งสองอุตสาหกรรมออกจากกันได้ นั่นหมายความว่า ธุรกิจโทรทัศน์แบบดั้งเดิม และสื่อรูปแบบกระดาษจะถูกสื่อรูปแบบใหม่บนโอเวอร์ เดอะ ท๊อป (โอทีที แพลตฟอร์ม) เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคโดยเฉพาะสื่อโซเชี่ยลมีเดียนั้น จะมีวิธีการสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างแยบยล ผ่านการใช้เครื่องมือ การวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย

“ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จนทำให้สามารถส่งคอนเทนต์เฉพาะบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดอย่างที่ไม่เคยมีสื่อรูปแบบเดิมๆ ทำได้มาก่อน ซึ่งเป็นที่แน่ชัดอย่างมากว่าโอทีที โพรวายเดอร์ต่างๆ จะเกิดขึ้นและพัฒนาขึ้นอย่างมากจะเกิดการดิสรัปชั่นในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงรูปแบบเดิมๆ”

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของกสทช.ระบุว่า อีก 5 ปีข้างหน้า กว่า 90% ในไอโอทีจะย้ายไปอยู่ในคลาวด์ ซึ่งจะลดความซับซ้อนในการดูแลการเก็บรวบรวมข้อมูลขององค์กร ดังนั้นความสำเร็จในอนาคตขององค์กรนั้นขึ้นอยู่กับว่า องค์กรจะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการทำงานโดยการคิดค้นปรับใช้ในเรื่องของกลยุทธ์, วัฒนธรรมองค์กรและความสามารถของพนักงานในองค์กรอย่างไร และองค์กรไหนสามารถปรับตัวได้ดีกว่ากัน

ไอโอทีเชื่อม“บิ๊กดาต้า”

นักวิเคราะห์หลายฝ่าย คาดการณ์ว่า ในปี 2561 ข้อมูลที่ถูกสร้างจากเครื่องมือไอโอทีจะมีมากถึง 403 ล้านล้านกิกกะไบท์ต่อปี ส่งผลให้งานที่ใช้แรงงานคนในการผลิต ลดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จน ณ ขณะนี้เหลือเพียง 14% ของงานทั้งหมด โดยในสหรัฐอเมริกานั้น พบว่าปี 2562 ประมาณหนึ่งในสี่ของคนที่ทำงานในสหรัฐอเมริกาจะเป็นคนทำงานฟรีแลนซ์ โดยพวกเขาสามารถหารายได้จากแพลตฟอร์มต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งคนในยุคเจน แซด จะใช้เพียงแค่โทรศัพท์มือถือ 

นอกจากนี้ 87% ของบริษัทและองค์กรใหญ่ๆ อยากให้พนักงานของพวกเขา มีวัฒนธรรมในองค์กรดิจิทัลที่ดี แต่มีเพียงไม่ถึงครึ่งที่มีวัฒนธรรมองค์กรดิจิทัลที่ดีจริง ธุรกิจไม่ใช่การสร้าง แบรนด์ด้วยตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการร่วมกันสร้างแบรนด์กับผู้บริโภค การแชร์ประสบการณ์ และสามารถกำหนดได้โดยการเสิร์ช ออนไลน์ และการสนทนาต่างๆ บนโลกไซเบอร์ ผู้บริโภคชาวจีนและอินเดียมักจะใช้โทรศัพท์ของเขาซื้อของมากกว่าผู้บริโภคที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมันและฝรั่งเศสเป็น 2 เท่า

ภายในปี 2563 ในแต่ละเดือนพบว่า ประชากรโลกมากกว่าสองพันล้านคนใช้แอพลิเคชั่นวอชแอพ,วีแชท ,เฟสบุ๊ค แมสเซ็นเจอร์ และ ไลน์ ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งจะทำให้ไอโอทีต่างๆที่ถูกเชื่อโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ตและเชื่อมกับบิ๊กดาต้า จะมีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจ จาก 4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ถึง 11 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายในปี 5 ปี นอกจกนี้ จะมีการการใช้ระบบเซ็นเซอร์จะเพิ่มขึ้นมากถึง 700,000% ด้วย