ไลน์บูม ‘มิวสิค สติกเกอร์’ เจาะไทย

ไลน์บูม ‘มิวสิค สติกเกอร์’ เจาะไทย

สร้างสีสันตลาด -คาดครีเอเตอร์เพิ่มอีก 50% หรือ 1.5 แสนราย

“ไลน์” เดินเครื่องทำตลาดไทยต่อเนื่อง ลุยส่ง “มิวสิค สติกเกอร์” บูมตลาด หวังสร้างสีสันเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ตั้งเป้าสิ้นปี 2560 รายได้ธุรกิจสติกเกอร์เพื่อจำหน่ายโต 35% จำนวนครีเอเตอร์เพิ่มอีก 50%

นายกณพ ศุภมานพ หัวหน้าธุรกิจสติกเกอร์ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เปิดตัว “มิวสิค สติกเกอร์” ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นประเทศที่ 2 ต่อจากญี่ปุ่นซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมี.ค.2560

ปัจจุบัน มีจำหน่ายแล้ว 2 ชุด ชุดแรกร่วมกับค่ายจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ประเดิมด้วยสติกเกอร์ตัวอักษรเคลื่อนไหวพร้อมเสียงเพลง และล่าสุดภาพนิ่งพร้อมเพลงโดยศิลปิน “สิงโต นำโชค”

มิวสิค สติกเกอร์สามารถใส่เพลงได้นาน 8 วินาที แผนงานปีนี้เน้นทำงานร่วมกับค่ายเพลง ยังไม่ได้ตั้งเป้าเชิงจำนวน แต่เน้นเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ตอบโจทย์ธุรกิจเพลง และผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 50,000 คนพบว่า ปีนี้ผู้บริโภคให้ความสนใจและมองหาคอนเทนท์ที่มีความหลากหลายมากชึ้น จากเดิมสนใจแต่แนวน่ารัก แต่ระยะหลังหันมาให้ความสนใจสติกเกอร์ที่มีความแตกต่าง แปลกใหม่ แหวกแนว เช่นแนวสนุกสนาน ตลก ที่มีคำพูดฮิตติดกระแส

นอกจากนี้ พบด้วยว่าผู้บริโภคชายมีพฤติกรรมซื้อสติกเกอร์เพิ่มขึ้น จากเดิมสัดส่วนเป็นหญิง 70% ชาย 30% เปลี่ยนเป็น 60% ต่อ 40% เพศหญิงจะชอบแนวน่ารัก ส่วนชายชอบแนวตลก ด้านช่วงอายุที่มีการซื้อมากที่สุดอยู่ที่ระหว่าง 25-35 ปี

ไลน์ เผยว่า ปีที่ผ่านมารวมมีการดาวน์โหลดสติกเกอร์ในไทย 500 ล้านครั้ง โดยเฉลี่ยผู้ใช้งาน 1 รายมีสติกเกอร์ใช้งาน 15 ชุด และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้สติกเกอร์ที่ให้ดาวน์โหลดมี 5 รูปแบบคือ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง ป็อปอัพ และล่าสุดมิวสิคสติกเกอร์

“การส่งสติกเกอร์กลายเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ สามารถใช้แทนคำพูด ความรู้สึกในการสื่อสาร ทั้งเพิ่มอรรถรสในการสนทนาให้สนุกมากขึ้น”

ไลน์เผยว่า แต่ละเดือนมีผู้ซื้อสติกเกอร์รายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นหลักแสนราย การที่เข้าถึงง่ายส่งผลให้เกิดการซื้อที่มากขึ้น คนที่เคยซื้อแล้วเกิดการซื้อซ้ำ

ส่วนของครีเอเตอร์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากภายนอกส่งผลงานเข้ามาร่วมจำหน่าย มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 1 แสนราย ปีนี้มีแผนเพิ่มจำนวนโดยจะเข้าไปส่งเสริมการตลาด เวิร์คช้อป พร้อมทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ตั้งเป้าว่าปีนี้จะเพิ่มครีเอเตอร์อีก 50% หรือเพิ่มไปเป็น 1.5 แสนราย

“เรามุ่งพัฒนาธุรกิจสติกเกอร์ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดสำหรับกลุ่มธุรกิจหลากหลาย รวมถึงบุคคลทั่วไป”

พร้อมกันนี้ มุ่งพัฒนาช่องทางการชำระเงินซื้อสติกเกอร์ให้สะดวกขึ้น เน้นร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เช่นรายเดือน รวมถึงเงินสด
ปัจจุบัน สติกเกอร์เพื่อวางจำหน่ายมีทั้งหมด 4 หมื่นชุด แบ่งเป็นรูปแบบออฟฟิศเชียล 2 พันชุด และจากครีเอเตอร์ 3.8 หมื่นชุด ราคา 30-150 บาทต่อชุด


5 อันดับสติกเกอร์ขายดี

ที่ผ่านมา 5 อันดับ ออฟฟิศเชียลสติกเกอร์ที่ขายดีที่สุดวันแรกที่เปิดจำหน่ายประกอบด้วย 1. Noo-Hin Animated with Sound (หนูหิ่น Animated with Sound) 2. Paopao Bangplee (เจ๊เปาบางพลี) 3. Nong Mind Dukdik v.3 (น้องมาย ดุ๊กดิ๊ก v.3) 4. Pangpond animated with sound (ปังปอนด์: เจี๊ยวจ๊าว ดุ๊กดิ๊ก) 5. GMM hit songs for daily life (GMM ท่อนฮุกเพลงฮิต)

ส่วน5 อันดับ ครีเอเตอร์ สติกเกอร์ ที่ขายดีที่สุดคือ 1.Jazzspkk (แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก) 2. Hello Sunny (ซันนี่ ที่รัก) 3. Circle Dukdik (หัวกลม ดุ๊กดิ๊ก) 4. BearPlease (หมีขอ) 5. Funny Face Collection (คอลเลกชันของหน้าตลก)

ไลน์ตั้งเป้าว่า ปี 2560 ยอดขายของสติกเกอร์เพื่อจำหน่าย จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 35% ปัจจัยมาจากผู้ซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นชัดเจน การเข้าถึงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น อีกทางหนึ่งมีการเชื่อมโยงการทำตลาดคอนเทนท์ที่มากขึ้น เช่นกับไลน์ทีวี และการเข้าไปร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนท์ต่างๆ

ส่วนในภาพรวมรายได้ของไลน์มาจาก 3 ธุรกิจหลักประกอบด้วย สติกเกอร์ เกม และโฆษณา