วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปี 59 ‘ไทย’ละเมิดซอฟต์แวร์ลดเหลือ 69%

อีกหนึ่งปีของการต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ กำลังจะผ่านพ้นไป บก.ปอศ. มีผลงานที่แสดงความก้าวหน้าในเรื่องนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อคุ้มครองผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

พ.ต.อ.วินัย วงษ์บุบผา รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)กล่าวว่า ปีนี้ได้เข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายหลายพันรายการ ซอฟต์แวร์ผิดกฏหมายส่วนมากมีความเชื่อมโยงกับมัลแวร์และอาชญากรรมไซเบอร์ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฏหมาย


ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการป้องปรามและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2559 การเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายเกือบ 300 แห่ง และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น ที่สามารถลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลงได้ดีกว่าประเทศไทย


"อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของไทยลดลงจาก 80% ในปี 2549 มาอยู่ที่ 69% ในปัจจุบัน มีเพียงสองหรือสามประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่สามารถลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลงได้มากกว่านี้"

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งตำรวจและกรมทรัพย์สินทางปัญญาย่อมไม่อาจแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ จำเป็นต้องให้ความร่วมมือ ในเรื่องการควบคุมและบริการขัดการการใช้ซอฟต์แวร์ โดยผู้นำองค์กรต้องควบคุมและบริหารจัดการการใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร ให้ใช้สิทธิถูกต้อง มีสัญญาอนุญาติสำหรับองค์กรธุรกิจหลายแห่ง โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ยิ่งจำเป็นต้องควบคุมและบริหารจัดการการใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานสากล เพราะมีสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ที่ต้องควบคุมและบริหารจัดการเป็นจำนวนมากตามขนาดขององค์กร

พ.ต.อ.วินัย กล่าวว่า ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ รัฐบาลกล่าวถึงเรื่องประเทศไทย 4.0 หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ของประเทศ และความสำคัญที่นวัตกรรมจะนำพาไปสู่ผลสำเร็จเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลจะสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอื่นๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นและจะทำให้ประเทศไทย 4.0 ประสบความสำเร็จ คือ ความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์กรธุรกิจไทยหลายแห่งเป็นบริษัทที่ใหญ่และดีที่สุดในภูมิภาค บริษัทเหล่านี้ควรแสดงความเป็นผู้นำเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาธุรกิจ และเป็นการส่งเสริมชื่อเสียงของประเทศไทยจะดีขึ้นในเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

"เห็นความก้าวหน้าเป็นอย่างมากช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งเชื่อว่า ภาคธุรกิจไทยจะทำหน้าที่ให้ดีขึ้น บริษัทในประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดภาคธุรกิจไทย จะเป็นตัวอย่างในเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในเรื่องการแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และจะร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่างต่อไป" พ.ต.อ.วินัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจชื่อ “Seizing Opportunity Through License Compliance” ของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) พบว่า จำนวนซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์อย่างถูกต้องในประเทศไทย ยังมีอยู่ 69% ลดลง 2 จุด เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อปี 2556

อัตราที่ลดลงดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากการเติบโตที่ลดลงของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั้งในกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นองค์กรธุรกิจและกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นบุคคลทั่วไป แต่การเติบโตที่ลดลงดังกล่าว กลับพบว่าสัดส่วนของผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไปขยายตัวเพิ่มขึ้น
สภาวะดังกล่าวมีผลทำให้อัตราการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ลดลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ที่เข้มข้นมาก

“สิ่งที่สำคัญมากสำหรับองค์กรธุรกิจ คือ ต้องรู้ว่ามีซอฟต์แวร์อะไรบ้างที่ติดตั้งและใช้งานอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กร” นางสาววิคตอเรีย เอสไพเนล ประธานและเจ้าหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงของบีเอสเอกล่าว


พร้อมระบุว่า ซีไอโอ (CIO) จำนวนมากไม่ทราบเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กรหรือไม่ทราบด้วยำว่าซอฟต์แวร์นั้นถูกกฎหมายหรือไม่

ผลสำรวจซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไป ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผู้ใช้ที่เป็นองค์กรธุรกิจพิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ยังคงอยู่ในอัตราที่สูง และผู้ใช้งานทั้งที่เป็นบุคคลทั่วไปและองค์กรธุรกิจกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการถูกจู่โจมทางไซเบอร์และการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับสัญญาอนุญาต

ที่ใดที่ใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดมีโอกาสสูงมากที่จะถูกมัลแวร์จู่โจมและต้นทุนที่ต้องใช้ไปกับการจัดการในกรณีถูกมัลแวร์จู่โจม อาจสูงเกินความคาดหมาย เฉพาะเมื่อปี 2558 องค์กรธุรกิจมีต้นทุนที่เป็นค่าใช้จ่ายสูงกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สำหรับจัดการกับกรณีที่ถูกจู่โจมทางไซเบอร์