วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มมิลเลนเนียลชี้ทิศทางไลฟ์สไตล์โลกดิจิทัลปี 2563

'70% ของเยาวชนกลุ่มนี้เชื่อว่า เทคโนโลยีช่วยแก้ไขปัญหาสังคมได้ อาทิ ความไม่เท่าเทียมกัน โรคภัยบางอย่างและปัญหาสิ่งแวดล้อม'

ผลสำรวจ 'ไมโครซอฟท์' ด้านพฤติกรรมออนไลน์กลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชียยุคโมบายเฟิร์ส คลาวด์เฟิร์ส พบว่า คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มีความเข้าใจดีและตระหนักถึงความเสี่ยงที่มากับโลกไซเบอร์ ทั้งนี้เพราะการใช้อุปกรณ์และบริการด้านดิจิทัล ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ออนไลน์โพลครั้งนี้ ได้สำรวจกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีสัญชาติเอเชียอายุไม่เกิน 25 ปี ทั้งที่ทำงานแล้วและยังศึกษาอยู่ จาก 14 ประเทศที่มีสำนักงานไมโครซอฟท์จัดตั้งอยู่ ได้แก่ ประเทศไทย ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ฮ่องกงและไต้หวัน

ภูมิภาคเอเชียประกอบด้วยเยาวชนกว่า 1.1 พันล้านคน คิดเป็นกว่า 60% ของประชากรเยาวชนทั่วโลก อาจกล่าวได้ว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นผู้กำหนดวิธีการทำงานของแรงงานในอนาคต รวมถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันขึ้นใหม่ ในโลกที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้นทุกขณะ

ผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความนิยมในอุปกรณ์ดิจิทัลของบรรดาคนกลุ่มนี้ ซึ่งผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทุกคนล้วนเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง โดยกลุ่มมิลเลนเนียล เลือกใช้โน้ตบุ๊ค หรือแล็บท็อปเนื่องจากมองว่า เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าเดสก์ท็อป พีซี และแทบเล็ต 

นอกจากนี้กว่า 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังเป็นเจ้าของเครื่องเกมอย่างน้อย 1 เครื่อง ขณะที่ความนิยมในอุปกรณ์ดิจิทัลไฮเทคชนิดสวมใส่ ยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นซึ่งมีเพียง 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอุปกรณ์ดิจิทัลไฮเทคดังกล่าว

ผลสำรวจบ่งบอกอีกว่า กลุ่มมิลเลนเนียลกลุ่มนี้ตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเอง โดยมากกว่า 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้ ต้องการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมากที่สุดเป็นอันดับแรกราว 19.3% ตามด้วยแล็บท็อปและแทบเล็ต 13.3%

ขณะที่ ไลฟ์สไตล์ในแบบดิจิทัลของกลุ่มมิลเลนเนียลชาวเอเชียจากการสำรวจครั้งนี้ พบว่า 1.ต้องการความคล่องตัวสูง เลือกใช้โน้ตบุ๊ค หรือแล็บท็อปเนื่องจากมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพการทำงานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมากกว่าเดสก์ท็อป พีซี และแทบเล็ต

2.ต้องการใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ค อยากให้ทุกอุปกรณ์สามารถใช้จอแบบสัมผัสได้

3. ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์เพื่อความสะดวกกว่าเดิม ต้องการเก็บไฟล์บนคลาวด์เพื่อให้เข้าถึงไฟล์เหล่านี้ได้จากทุกอุปกรณ์และทุกที่

4. ต้องการโลกดิจิทัลที่ปลอดภัยมากขึ้น ผู้ร่วมการสำรวจส่วนใหญ่ไม่ชอบหากขาดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในวิถีชิวิตดิจิทัล ซึ่งความเป็นจริงกว่า 70% ของคนกลุ่มนี้พร้อมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยีที่พวกเขาอยากให้เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ คือ การผสานอุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับเทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ อาทิ การสแกนม่านตา เป็นต้น

5. ต้องการความง่ายในโลกเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ผู้ตอบแบบสอบถาม 610 คน รู้สึกว่าความท้าทายถัดจากเรื่องความปลอดภัยในโลกดิจิทัล คือ การที่ต้องจำรหัสผ่านจำนวนมาก 

6. เชื่อว่า เทคโนโลยีจะทำให้อนาคตพวกเขาดีกว่าเดิม ผลศึกษาพบว่า 70% ของเยาวชนกลุ่มนี้เชื่อว่า เทคโนโลยีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสังคมได้ อาทิ ความไม่เท่าเทียมกัน โรคภัยบางอย่างและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่าง ยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมถึงพัฒนาการของอุปกรณ์ดิจิทัล ที่อยากให้เกิดขึ้นจริงภายในปี 2563 เช่น การแสดงผลด้วยภาพแบบโฮโลกราฟฟิก ผู้ช่วยส่วนตัวเสมือน การสั่งงานอุปกรณ์โดยตรงผ่านความคิด ระบบควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง และซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้ตนก้าวข้ามข้อจำกัดทางภาษา

ขณะที่ แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตแบบดิจิทัลในยุคโมบายเฟิร์ส คลาวด์เฟิร์ส ไมโครซอฟท์ ได้สร้างพันธกิจที่จะสร้างยุคของ “พีซีที่ทำได้มากกว่า” หรือยุคที่เทคโนโลยีมีความเรียบง่ายมากขึ้นแต่ยังคงทรงพลังมากพอที่จะช่วยให้ผู้ใช้ บรรลุศักยภาพของตนเอง โดยชูวินโดวส์ 10 ที่ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถการใช้งานที่หลากหลายให้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเพื่อทำงานหรือเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน พลิกโฉมให้การสั่งงานอุปกรณ์มีความง่ายดาย 

"วินโดวส์ เวอร์ชั่น นี้จะช่วยให้ทุกคนทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้สะดวกรวดเร็วกว่า ด้วยนวัตกรรมอย่าง Cortana, Windows Hello, Microsoft Edge, Continuum, Xbox และอีกมากมาย สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แท็บเล็ต และโทรศัพท์

กุนเทอร์ ไวเมอร์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจวินโดวส์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไมโครซอฟท์กล่าวว่า “ด้วยจำนวนอุปกรณ์มากกว่า 110 ล้านเครื่องที่ใช้วินโดวส์ 10 รวมทั้ง 12 ล้านเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะสำหรับสำนักงาน วินโดวส์ 10 มีอัตราการใช้งานมากกว่าทั้ง วินโดวส์ 7 และวินโดวส์ 8 ซึ่งวินโดวส์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้สามารถตอบโจทย์จินตนาการของกลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลและธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เราตื่นเต้นแทนผู้ใช้งานที่จะได้ค้นพบยุคใหม่ของพีซีที่ทำได้มากกว่าด้วยวินโดวส์ 10 ที่ทำให้การใช้งานข้ามอุปกรณ์หลากหลายมีความคล่องตัว และราบรื่นที่สุด”