รายได้ของไลน์ในไทยมาจาก 3 กลุ่มหลัก 1.โฆษณาออนไลน์ 2.สติกเกอร์ 3.เกม
ไลน์ แพลตฟอร์มแชทชื่อดัง เปิดตัวในไทยมาราว 5 ปีแล้ว มียอดผู้ใช้งานในไทยกว่า 33 ล้านคน คนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน 83% ใช้บริการไลน์
ปัจจุบันไลน์ มีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจมากมาย ด้วยความสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง จึงเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของแบรนด์ธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ทำให้เราเห็นความเคลื่อนไหวของไลน์ เปิดบริการใหม่ๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแอคเค้าท์อย่างเป็นทางการ (Official Account)ของธุรกิจต่างๆ
รวมถึงบริการอย่าง ไลน์แมน ไลน์ไฟแนนซ์ ไลน์ ทีวี ไลน์ชอป ฯลฯ ขณะที่มีระบบรับชำระเงินของตัวเองอย่างไลน์ เพย์ และบริการฮิตอย่าง “เกม” และ บริการ “สติกเกอร์”
ทั้งนี้ ไลน์ครีเอเตอร์มาร์เก็ต คือ แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สามารถออกแบบและขายสติกเกอร์เองได้ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือน พ.ค. 2557 ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนกว่า 520,000 คน จากทั่วโลก และมีสติกเกอร์กว่า 230,000 เซ็ต
ไลน์จึงนับเป็นแพลตฟอร์มกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารแบบเรียลไทม์ระหว่างผู้ใช้ แบรนด์และบริการต่างๆ
ล่าสุดกับการเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มด้วยบริการ ไลน์ ไฟแนนซ์ เจาะกลุ่มนักลงทุน หุ้น การเงิน จากส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเน้นตลาดแมส
อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชท แต่ไลน์ คือ แพลตฟอร์มหรือระบบปฏิบัติการ (OS) เรียกว่าเป็น แชท แพลตฟอร์ม จะเห็นว่าที่ผ่านมา ไลน์เน้นจับมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อครีเอทบริิการต่างๆ ซึ่งจะไม่เน้นครีเอทเป็นแอพให้ดาวน์โหลด เพราะเชื่อว่าแอพกำลังจะตาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่ม “ขี้เกียจ” โหลดแอพ ด้วยความที่ตลาดของแอพพลิเคชั่นมีมหาศาล แอพสโตร์ 2 รายใหญ่ รวมกันกว่า 2.5 ล้านแอพ
มีแอพพลิเคชั่นมากกว่า 2 ล้านแอพในกูเกิล เพลย์ และแอพสโตร์ ผู้ใช้จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเฉลี่ยประมาณ 39 แอพมีเพียงไม่กี่แอพเท่านั้นที่ผู้ใช้ใช้เป็นประจำ ปัญหานี้ ทำให้ไลน์พัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่าแชทสู่การเป็น สมาร์ท พอร์ทัล แพลตฟอร์มที่รวมทุกบริการที่ผู้ใช้ต้องการมาไว้ในไลน์
“หากเราทำเป็นแอพ เท่ากับว่าเราต้องไปสู้กับ 2 ล้านแอพที่มีอยู่ ซึ่งมันยาก และเชื่อว่าทุกวันนี้คนขี้เกียจโหลดแอพ ไลน์จึงเน้นการสร้างบริการที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดอีก เหมือนอย่างบริการล่าสุดอย่าง ไลน์ ไฟแนนซ์”
อริยะ กล่าวว่า บริการต่างๆ ของไลน์ ที่ทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจ จะใช้โมเดลรายได้แบ่งส่วนแบ่งรายได้กับพาร์ทเนอร์ (revenue sharing) ขณะที่ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของไลน์ในไทยยังมาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.โฆษณาออนไลน์ 2.สติกเกอร์ 3.เกม
ที่ผ่านมา สติกเกอร์มากมายได้ถูกนำมาต่อยอดทางธุรกิจ โดยการผลิตเป็นสินค้า รวมไปถึงการนำมาใช้ในกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ต่างๆ อีกด้วย
"เราไม่ได้เรียงลำดับว่าใน 3 กลุ่มนี้ อะไรสร้างรายได้สูงสุด แต่รายได้ของไลน์ในไทยจะอยู่ใน 3 กลุ่มนี้เป็นหลัก ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานของไลน์ก็เติบโตก้าวกระโดด ปัจจุบันยอดใช้ไลน์คิดเป็นสัดส่วน 83% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทย ถือว่าเติบโตเกือบสุดแล้ว"
อย่างไรก็ตาม หลังเปิดตัวบริการเฉพาะกลุ่มอย่าง ไลน์ ไฟแนนซ์ ผู้บริหาร ไลน์ ประเทศไทย ยืนยันว่า จะมีบริการใหม่ๆ ที่เน้นเฉพาะกลุ่มเกิดขึ้นภายในปีนี้อีกด้วย
"การเปิดบริการใหม่ๆ ของไลน์ และพาร์ทเนอร์ สิ่งที่ทั้งเรา และพาร์ทเนอร์ได้รับ คือ การได้ retain ลูกค้าของเรา ผ่านบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการ"
ล่าสุด ไลน์ ประเทศไทย สานต่อแนวทางเพื่อส่งเสริมนักพัฒนา โดยจัดงาน 'ไลน์ ไทยแลนด์ เดเวลอปเปอร์ 2016' สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจและนักพัฒนาขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้นักพัฒนาไทยเชื่อมต่อหรือพัฒนาบริการใหม่ที่เชื่อมกับไลน์ได้
ข้อมูลของไลน์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ไลน์เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทดลองใช้ LINE BOT API Trial เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2559 ซึ่งภายใน 5 เดือนมีผู้ทดลองพัฒนาประมาณ 20,000 ไลน์ แชทบอต ทำให้ไลน์ได้ส่งตัว DEVELOPER TRAIL, API ใหม่ให้นักพัฒนาได้ทดลองใช้เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมาพร้อมกับประกาศ ไลน์ บอต อวอร์ดให้นักพัฒนาแข่งขันเพื่อชิงรางวัลถึง 10 ล้านเยนซึ่งเปิดรับสมัครแล้วในเดือนนี้
“ไลน์มีผู้ใช้มากกว่า 33 ล้านคนในไทย ซึ่งเมื่อเทียบกับเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้ใช้บนสมาร์ทโฟนเกือบ 4 ชั่วโมงแต่ละวันแล้ว ไลน์กลายเป็นแอพที่คนไทยใช้เวลาสูงสุด ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ของเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้ใช้บนสมาร์ทโฟน ไลน์จึงนำบริการออฟไลน์มาเป็นแบบออนไลน์มากขึ้น คัดสรรบริการที่มาอำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการผู้ใช้ ขณะที่เปิดแพลตฟอร์มให้นักพัฒนา และสตาร์ทอัพสามารถพัฒนาบริการที่เชื่อมต่อกับเอพีไอของไลน์ได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดรับนักพัฒนาเข้าร่วมงานกับไลน์ประเทศไทยด้วย”





