ความท้าทายมากที่สุดในการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม คือ การขาดความรู้เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับหลักสูตรการเรียนการสอน
ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์ ประเมินว่า นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ และในอนาคต จะเข้ามาพลิกโฉมระบบการศึกษาโลกไปอย่างสิ้นเชิง
“แอนโทนี่ ซัลซิโต้” รองประธานฝ่ายการศึกษาระดับโลก ไมโครซอฟท์ กล่าวภายในงาน “Bett Asia Summit 2016” ชี้ว่า ภายในปี 2568 เทคโนโลยีจะสร้างความเซอร์ไพร์สให้แก่โลก จนหลายอุตสาหกรรมนิ่งเฉยไม่ได้
ภายในปี 2568 มากกว่า 10% ของรถยนต์ที่ขับขี่บนท้องถนนจะไร้คนขับ (วันนี้เริ่มเห็นแล้ว แต่ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทดสอบ) รวมไปถึงเครื่องใช้ของส่วนตัว อย่างแว่นตาที่เชื่อว่า ราว 10% ของอุตสาหกรรมแว่นตา จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แน่นอนว่าเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ 1 ใน 10 จะเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตเช่นกัน ไม่นับรวม ระบบเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์, แมชชีน เลิร์นนิ่ง จะถูกนำมาใช้ในทุกอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
ไอโอที หรืออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ จะเป็นอีกหนึ่งในแรงขับเคลื่อน เปิดทุกการเชื่อมต่อ แน่นอนว่าผู้คนในอุตสาหกรรมต่างๆ จะตักตวงประโยชน์กันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่ปัจจุบันแต่ละประเทศในโลก กำหนดหลักสูตรการศึกษาที่แตกต่างกันไป
ปัญหาขณะนี้ คือ กว่า 91% วิธีการเรียนการสอน ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานในยุคใหม่ ขาดความสามารถนำดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
ถึงเวลาแล้วที่ครูผู้สอนต้องเปลี่ยนวิธีสอนไปในทิศทางใหม่ๆ มุ่งให้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด วิธีการสื่อสาร ในยุคที่โลกถูกเปลี่ยนผ่านด้วยพลังของข้อมูล
ปฏิรูปการเรียนรู้สู่โลกดิจิทัล
ภายในงานเบทท์ เอเชีย ซัมมิต 2016 ที่จัดขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไมโครซอฟท์ ได้เผยผลสำรวจ ระบุว่า ทักษะแก้ไขปัญหาการทำงานร่วมกัน และความเข้าใจด้านดิจิทัล ‘จำเป็น’ ที่สุดสำหรับนักเรียน นักศึกษา เพื่อปรับตัวเข้ากับรูปแบบการทำงานในอนาคต
ผลสำรวจภาคการศึกษากว่า 1,000 แห่ง บอกเล่าความท้าทาย และโอกาสนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการศึกษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งชี้ว่า การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อโลกดิจิทัลในอนาคต คือ สิ่งจำเป็นในการเตรียมความพร้อมนักเรียน นักศึกษาสำหรับตลาดงานในอนาคต และยังมีความท้าทายในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในห้องเรียน โดยเฉพาะการไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารของสถานศึกษา หรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ
ขณะที่ พบว่า ครูผู้สอน ต้องการมีส่วนร่วม ตั้งแต่การวางกลยุทธ์และการคิดนโยบาย เพราะครูผู้สอน คือ ผู้ที่จะนำไปใช้งานจริงในห้องเรียน
หากสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะปฎิรูปประสบการณ์ด้านการเรียนการสอน และการเรียนรู้ คือ ทักษะและความเชี่ยวชาญของนักวิชาการ และอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการฝึกอบรม เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมในห้องเรียน
ไมโครซอฟท์ ระบุว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า เขาไม่สามารถทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จในอนาคตได้ด้วยหลักสูตรและวิธีการสอนในปัจจุบัน
“หลายๆ สถาบันการศึกษา ให้ความสำคัญกับการอบรมครู และทำให้ครูมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี แต่กลับไม่ได้มองไปถึงแผนระยะยาว ที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของนักเรียน นักศึกษาในอนาคต ทั้งการสร้างพื้นฐานที่มั่นคง และสร้างวิสัยทัศน์แก่สถานศึกษาถึงศักยภาพของตน เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของนักเรียนนักศึกษา อัตราการสำเร็จการศึกษา และความสำเร็จในอนาคต คือ จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุด และเทคโนโลยีคือสิ่งที่จะเข้ามาทำให้พันธกิจนี้บรรลุเป้าหมาย”
ต้องการทักษะใหม่ในยุคดิจิทัล
การเตรียมปัญญาชนให้แก่สังคมที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการทำงาน เป็นประเด็นสำคัญในงานเบทท์ เอเชีย ซัมมิต 2016 ทักษะที่นักวิชาการศึกษาให้ความสำคัญมากที่สุดที่กลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ควรมี คือ ทักษะการแก้ปัญหา คิดเป็น 71% ทักษะด้านการสื่อสาร 68% การทำงานร่วมกับผู้อื่น 61% ความเข้าในด้านสื่อดิจิทัล 57% และการวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงผล 56% และผู้ตอบแบบสอบถาม 91% ยังเชื่อว่านักเรียน นักศึกษาที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในทักษะเหล่านี้จะไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเนื่องจากการขาดความสามารถทางด้านดิจิทัล
“ดอน คาร์ลสัน” หัวหน้าฝ่ายการศึกษา ไมโครซอฟท์เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านชีวิตจากการศึกษาไปสู่การทำงานยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างต่อเนื่องสำหรับเยาวชนโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
“เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการที่เราจะต้องเตรียมพร้อมนักวิชาการศึกษา และครูให้เข้าถึงเครื่องมือที่ถูกต้อง ได้รับการอบรม และนำความท้าทายในด้านการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการปฎิรูปการศึกษาและการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
คาร์ลสัน ย้ำว่า เทคโนโลยีไม่สามารถแทนที่การสอนที่ดีได้ แต่จะช่วยทำให้ครูผู้สอนที่มีความสามารถอยู่แล้วมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
"เราต้องการทำงานกับครู นักเรียน นักศึกษา และผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการศึกษา เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนทั้งในและนอกห้องเรียน”
หลากโซลูชั่นอัจฉริยะหนุนเรียนรู้
ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ มีซอฟต์แวร์ที่เจาะตลาดสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 365 ที่ประกอบด้วยฟีเจอร์ อย่าง "วันโน้ต (OneNote) ซึ่งเวอร์ชั่่นปัจจุบัน คือ วันโน้ต 2016 นักเรียนนักศึกษาและครูสามารถแลกเปลี่ยนแผนการเรียนการสอน บันทึกการสอน ภาพถ่าย วีดีโอ และแนวคิดต่างๆ ได้จากทุกดีไวซ์ สามารถแอสไซน์เม้นท์ แชร์ไฟล์ สนทนา ระหว่างนักเรียน กับครูผู้สอน รวมถึงผู้ปกครองของนักเรียน
คาร์ลสัน กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ ผลักดันโปรแกรมออฟฟิศ 365 เข้าสู่สถาบันการศึกษาให้ใช้ฟรี รวมถึงในประเทศไทยด้วย แน่นอนว่า วันโน้ต ได้รับความนิยม ภาคการศึกษาเป็นหนึ่งในเป้าหมายของไมโครซอฟท์ ที่แต่ละปีทุ่มงบเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาไม่น้อยผ่านโปรแกรม หรือแคมเปญต่างๆ ที่ทำขึ้นในแต่ละประเทศ
“ในไทยเอง เรามีความร่วมมิือกับภาครัฐในการสนับสนุนนำเทคโนโลยีที่ไมโครซอฟท์ เข้าสู่สถาบันการศึกษา รวมถึงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และเรายังคงสานต่อความร่วมมือเหล่านี้ต่อไป”
ไมโครซอฟท์ ไม่ได้รุกภาคการศึกษาแบบไปคนเดียว แต่ได้ดึงพาร์ทเนอร์ที่พัฒนาโซลูชั่นเฉพาะเข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นแบบ เวอร์ช่วล, ซอฟต์แวร์ห้องเรียน3มิติ ที่จำลองความจริงขึ้นมาในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟและเสมือนจริง ให้นักเรียนเข้าใจรูปลักษณ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายยิ่งขึ้น
ระบบการบริหารจัดการการเรียน ที่ช่วยบริหารงานให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยการทำงานร่วมกัน พร้อมเครื่องมือแบ่งงาน แทนที่อาจารย์จะต้องตะโกนสั่งงานในห้อง แจกและเก็บเอกสารจากนักเรียนด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้อาจารย์แค่เพิ่มสิ่งที่ต้องการแจ้งนักเรียนผ่านแอพพลิเคชั่น โหลดเอกสารข้อมูล และสั่งงานง่ายๆ จากการกดผ่านแอพเท่านั้น
ผู้บริหารไมโครซอฟท์ ชี้ว่า การพลิกโฉมด้านดิจิทัลเพื่อการศึกษา เริ่มต้นจากวิธีเรียนรู้ของผู้คน ซึ่งจะวิวัฒนาการไปตามเทคโนโลยีในสังคม โดยเฉพาะวิถีทำงานร่วมกัน การแบ่งปันไอเดีย การติดต่อสื่อสารกับผู้คน และการใช้ข้อมูลที่พบได้ทั่วไปไปต่อยอด
นักวิชาการและครูผู้สอน สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงการเรียนรู้และการศึกษาให้เหมาะแต่ละบุคคล ให้ห้องเรียนนั้นน่าสนใจและสนุกสนานมากขึ้น การพึ่งพาผู้สอนเพียงอย่างเดียว จะนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ได้
ผลสำรวจ เอ็ดดูเทค เซอร์เวย์ 2016 ล่าสุดของไมโครซอฟท์ ยังย้ำว่า ความท้าทายมากที่สุดในการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม คือ การขาดความรู้เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับหลักสูตรการเรียนการสอน
ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ นับเป็นผู้นำในตลาดด้านการศึกษาของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดราว 46% ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่เกรด 1-12 และเติบโตต่อปีราว 6% โดยซอฟต์แวร์หลักๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนในตลาดกลุ่มนี้ของไมโครซอฟท์ คือ วินโดว์ส 10 และโปรแกรมออฟฟิศ 365





