วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอบีเอ็มทุ่มแสนล้านเปิดเกมลุยหนักไอโอที

ไอบีเอ็ม เร่งเครื่องตลาดไอโอที เทงบลงทุนหลักแสนล้าน พัฒนาเทคโนโลยี - ดึงค็อกนิทิฟต่อยอด ล่าสุดดันแพลตฟอร์มคลาวด์ “วัตสัน ไอโอที” ปักหมุดไทย

นายดิออน นิวแมน รองประธานฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจวัตสัน ไอโอที ไอบีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้พร้อมเต็มที่ที่จะบุกหนักตลาดอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์ “วัตสัน ไอโอที” ในประเทศไทย 

“เราหวังเข้าไปช่วยภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีไอโอทีไปยกระดับศักยภาพองค์กร พร้อมผลักดันให้เกิดการพลิกโฉมอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการ”


ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีค็อกนิทิฟ โดยไอบีเอ็มใช้งบการลงทุนไปไม่น้อยกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 105,600 ล้านบาท) ทั้งได้ตั้งสำนักงานใหญ่วัตสัน ไอโอทีที่มิวนิก เยอรมนี

ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 6,000 รายใน 170 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การผลิต เฮลธ์แคร์ ประกันภัย
ไอบีเอ็ม มองว่า ไอโอทีเป็นตลาดใหญ่ มีศักยภาพ นับเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้เร็ว เฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่าจะเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก เท่าที่คุยกับลูกค้าทุกๆ ประเทศต่างสนใจและเริ่มเตรียมแผนลงทุน

ล่าสุด จัดงานไอบีเอ็มฟอรั่มเชิญผู้บริหารด้านไอทีในไทยมาอัพเดทความพร้อมเทคโนโลยี มีผู้สนใจร่วมงานกว่า 130 บริษัท ขณะที่อีกประเทศที่จัดคือ สิงคโปร์ สำหรับการเดินทางมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้

ข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ราว 13,000 ล้านชิ้น และคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2563 จะเพิ่มไปถึง 29,000 ล้านชิ้น จากนั้นปี 2568 ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้เชิงลึกซึ่งสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้สูงกว่า 11 ล้านล้านดอลลาร์

ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ประเมินประเทศไทยไว้ว่า เมื่อปี 2558 การใช้จ่ายที่เกี่ยวกับไอโอทีมีมูลค่าสูงถึง 57.7 ล้านดอลลาร์ ทั้งคาดการณ์ไว้ด้วยว่าภายในปี 2563 จะเติบโตกว่า 1600% มูลค่าแตะ 973.3 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลมาถึงจุดที่ซับซ้อนมากขึ้น กลุ่มธุรกิจไม่ได้มองการลงทุนเพียงเพื่อรองรับการใช้งานทั่วไป ทว่ามุ่งสู่เป้าหมายเช่น

ขณะที่ ปัญหาหลักของไอโอทีคือการนำข้อมูลจำนวนมหาศาลจากเซ็นเซอร์มาใช้ประโยชน์ ที่สำคัญข้อมูลเหล่านี้มีหลายมิติ เปลี่ยนแปลงทุกวินาที และยังซับซ้อนเกินกว่าที่เทคโนโลยีคอมพิวติงที่ยังต้องประมวลผลตามชุดคำสั่งจะรับมือได้

ดังนั้น จำต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมากพอ ไอบีเอ็มเชื่อจึงว่า ค็อกนิทิฟ ที่เรียนรู้ได้กับทุกปฏิสัมพันธ์จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหา และวัตสันไอโอที จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้องค์กรใช้ประโยชน์จากไอโอทีได้เต็มรูปแบบ เชื่อมโยงไปทั้งระบบ ขณะนี้บริษัทมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาได้เป็นรายอุตสาหกรรม

“แพลตฟอร์มของเราครอบคลุมทั้งส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูล บริหารจัดการ วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงและภัยคุกคามต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้น”

นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า ได้จัดทำโครงการนำร่องโดยนำไปใช้กับระบบการผลิตในอุตสาหกรรมแล้ว

ส่วนเฟสต่อๆ ไปจะขยายต่อไปที่ลูกค้าเอ็นเตอร์ไพรซ์กลุ่มยานยนต์ เฮลธ์แคร์ การเงิน ประกันภัย และโทรคมนาคม แนวทางการทำตลาดจะทำงานร่วมกันทั้งหน่วยธุรกิจซอฟต์แวร์ ทีมวัตสัน ผู้เชี่ยวชาญจากระดับโกลบอลของไอบีเอ็ม พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทเพื่อร่วมกันสร้างและพัฒนาอีโคซิสเต็มส์