วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รี้ด เทรดเด็กซ์ดึงเทคโนฯ หนุนงานโชว์จับถูกคู่ธุรกิจ

รี้ด เทรดเด็กซ์ดึงเทคโนฯ หนุนงานโชว์จับถูกคู่ธุรกิจ

เทคโนโลยีเป็นสิ่งเข้ามาเกี่ยวพัน อำนวยความสะดวกแก่ชีวิต และธุรกิจไม่จำกัดประเภท อุตสาหกรรมแสดงสินค้ามูลค่านับหมื่นล้านก็เช่นกัน ยิ่งการแข่งขันรุนแรง และไม่ได้แข่งเฉพาะในประเทศ ดังนั้น ใครที่อำนวยประโยชน์แก่ผู้แสดงสินค้า และผู้เข้าชมงาน หรือผู้ซื้อได้มากที่สุด ย่อมคว้าชัย


“รี้ด เทรดเด็กซ์” ผู้จัดงานแสดงสินค้ารายใหญ่ซึ่งร่วมทุนระหว่างไทย - อังกฤษ ในกลุ่มบริษัทรี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้ามากกว่า 500 งานใน 30 ประเทศ นำพาผู้ซื้อและผู้ขายจาก 43 สาขาอุตสาหกรรมทั่วโลกพบปะเจรจาธุรกิจ ได้นำเทคโนโลยีหลากรูปแบบมาอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชม และผู้ร่วมแสดงสินค้า


จากการเก็บข้อมูลมายาวนาน ทำให้พบว่า “งานเดอะ แกรนด์ เมทัลเล็กซ์ 2016” ซึ่งเป็นงานบีทูบี ผู้ชมงานจึงสะดวกเข้าชมงานวันธรรมดา มากกว่าวันอาทิตย์ การจัดจึงใช้เวลาเริ่มจากพุธที่ 23 - เสาร์ที่ 26 พ.ย. 2559 โดยงานวันเสาร์อำนวยความสะดวกแก่เอสเอ็มอี - เจ้าของกิจการ


ไอที-ดาต้าวางแผนโชว์
นายอิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายใช้ไอที และดาต้า อย่างเป็นรูปธรรมจากบริษัทแม่ โดยอิมพลีเมนต์อย่างสมเหตุสมผล นำมาใช้หลายๆ มุม ทั้งวิเคราะห์ วางแผนโชว์ กำหนดรูปแบบโชว์ หาผู้ซื้อผู้ขายที่ใช่ เป็นงานไอทีที่ทำงานระบบหลังบ้าน


ส่วนระบบไอทีหน้าบ้านจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่เข้ามาดูโชว์ เนื่องจากขนาดของโชว์ขยายขึ้นมาก ผู้ชมจะต้องศึกษาข้อมูลงานเพื่อวางแผนการชมงานได้ถูกต้อง เนื่องจากผู้ชมจะมีเวลาชมงานประมาณ 1-2 วัน จึงต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เช่นเดียวกับผู้แสดงสินค้าก็จะมีเวลาเพียง 4 วันเข้าร่วมงาน ต่างต้องใช้ประโยชน์สูงสุดของเวลาที่มี นับเป็นโจทย์ที่ท้าทาย


"เราชำนาญงานบีทูบี เช่นงานที่กำลังจะจัดล่าสุดคือ เดอะ แกรนด์ เมทัลเล็กซ์ 2016 ที่จัดครบรอบ 30 ปี ขยายพื้นที่จัดงานขึ้น 45% เต็มพื้นที่อาคารไบเทค บางนา 10 ฮอลล์ รวม 6.4 หมื่นตารางเมตร นับเป็นงานแรกที่ใช้พื้นที่มากขนาดนี้ มีผู้ออกงานนับพันราย หากเดินไปเรื่อยๆ ไม่วางแผน วันหนึ่งจะได้ไม่ถึง 100 บูธ ฉะนั้น ควรวางแผนก่อนชมงาน ว่าสนใจอะไร ก็จะมุ่งไปทางนั้น"


ทั้งนี้ แผนการชมงานทำได้ทั้งเสิร์ชหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัท ที่จัดเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ไว้กว่า 4 พันรายการ หรือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่บริษัทซึ่งออกพบปะอธิบายข้อมูลแก่ลูกค้าตามบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ บริษัทถือเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีมาใช้จัดงานโชว์อย่างเป็นรูปธรรม และวัดผลได้ ก้าวสู่เอ็กซ์ฮิบิชั่น 4.0 สอดรับไทยแลนด์ 4.0


รู้จัก2ฝ่ายจับคู่ธุรกิจ
นายอิสระ กล่าวว่า บริษัทรู้จักทั้งเอ็กซ์ฮิบิเตอร์ และเครื่องจักรของเอ็กซ์ฮิบิเตอร์ รวมทั้งผู้เข้าชมงาน ฉะนั้น จะแนะนำได้ว่า สินค้ากลุ่มไหนที่เหมาะแก่ความต้องการของผู้ชม เป็นการจับคู่ที่ถูกต้องระหว่าง 2 ฝ่าย


จากการจัดงานเป็นปีที่ 30 ได้เก็บข้อมูลบิ๊กดาต้ามากกว่า 1 ล้านรายการมาวิเคราะห์ หาแพทเทิร์นและโค ออดิเนชั่น โดยลงทุนด้านไอทีต่อเนื่องกันมาทั้งระดับโลคัล และทั้งกลุ่มทั่วโลก บางโอกาสได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกัน


นอกจากนี้ มีแอพให้ดาวน์โหลด เพื่อเสิร์ชหาสถานที่ตั้งบูธ ผลิตภัณฑ์ บอกเส้นทางเดินไปยังเป้าหมาย ใช้เส้นทางไหนใกล้ที่สุด มีเฟซบุ๊คของโชว์สื่อสารผู้สนใจตลอดเวลา และมีไลน์ กรุ๊ปทั้งฝั่งเอ็กซ์ฮิบิเตอร์ และผู้ชม โดยเลือกช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมแต่ละช่วงโอกาส


ปัจจุบัน ถือเป็นผู้จัดงานรายเดียวที่ทำอย่างนี้ได้ และจะพัฒนาสเตปถัดไปเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ชม และเอ็กซ์ฮิบิเตอร์ โดยต่อไปจะพัฒนาระบบให้สั่งของได้ด้วย


ส่วนระบบจราจรก็เก็บข้อมูลร่วมกับไบเทค ซึ่งขยายพื้นที่จอดรถเป็น 5 พันคัน รวมทั้งมีที่จอดด้านนอกพร้อมรถรับ-ส่ง มีฟาสต์เลนให้แท็กซี่ และมีเจ้าหน้าที่อูเบอร์คอยให้บริการภายในงาน รวมทั้งมีโปรโมชั่นพิเศษแก่ลูกค้าที่เรียกอูเบอร์มาลงไบเทค หรือจากไบเทคไปที่อื่น นอกจากนั้น มีธนาคาร 8 แห่งเข้าร่วมงานพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ


ปี 2559 บริษัทจัด 13 งาน ซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่-เล็กสลับกันไปในแต่ละปี บางปีจัด 15-16 งาน เกิดมูลค่าซื้อขายภายในงานและต่อเนื่องประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 10% ทุกปี และปีหน้าก็ตั้งเป้าหมายเติบโต 2 หลัก นำหน้าอุตสาหกรรมที่จะโต 12-15% ต่อปี เน้นคอนเซปต์แปลก ใหม่ ใหญ่ ครบ พลาดไม่ได้


นอกจากจัดงานในประเทศแล้ว ยังมีจัดที่เวียดนาม ซึ่งลูกค้าขยายฐานออกไป จึงไปจัดงานทั้งฮานอย และโฮจิมินห์ ซิตี้

งานโชว์สะท้อนโอกาส
นายอิสระ กล่าวว่า การจัดงานเอ็กซ์ฮิบิชั่น สะท้อนถึงโอกาสว่ายังมีอยู่อีกมากน้อยขนาดไหน จากการจัดงานที่ผ่านๆ มาจะพบว่า ยิ่งปีไหนเศรษฐกิจซบ การจัดงานยิ่งคึกคัก เพราะทุกกลุ่มล้วนต้องการหาโอกาสใหม่ๆ


“การจัดงานใหญ่ๆ ขนาดที่มีผู้ชมเป็นแสนคน สะท้อนถึงศักยภาพอุตสาหกรรม แม้เศรษฐกิจจะซบ แต่ศักยภาพยังอยู่ และมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งงานเอ็กซ์ฮิบิชั่น เป็นตัวกระตุ้นได้อย่างดีให้คนเกิดอินสไปเรชั่น นำเครื่องจักรอุตสาหกรรมไปแปลงให้เกิดธุรกิจใหม่ การมาชมงานได้เห็นเครื่องจักร และได้พูดคุยกันทำให้เกิดเครือข่าย และแรงบันดาลใจทำอะไรใหม่ๆ เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง”


ส่วนของงานเดอะ แกรนด์ เมทัลเล็กซ์ ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมโลหะการครั้งนี้คาดจะมีเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาท มีผู้ชมทั้งในและต่างประเทศประมาณ 1 แสนคน แบ่งเป็นไทย 90% อีก 10%เป็นต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งยังเป็นลูกค้าหลักเข้าชมงาน และติดต่อหาคู่ค้า