วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดตัว 'มาชาน ลี' ที่ปรึกษา 'พิชญ์ โพธารามิก'

เปิดตัว "มาชาน ลี" ที่ปรึกษา "พิชญ์ โพธารามิก" กู้เงิน 4 หมื่นล้านตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นกลุ่มจัสมิน เผยขอรวบหุ้นทั้งหมดก่อนเปิดยุทธศาสตร์ธุรกิจ

การที่“พิชญ์ โพธารามิก”ประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นบริษัทจัสมิน อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) JAS จากผู้ถือหุ้นทั้งหมด 4,091 พันล้านหุ้น ที่ราคา 7.25 บาท และใบสำคัญแสดงสิทธิที่ชุดที่ 3 จำนวน 2.7 พันล้านหน่วย ที่ราคา 3.68 บาท มูลค่าการทำรายการรวม 4.25 หมื่นล้านบาท โดยแจ้งวัตถุประสงค์การทำคำเสนอซื้อ หรือเทนเดอร์-ออฟเฟอร์ เพื่อต้องการให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพและยืนยันจะยังเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

มาชานลี กุนซือพิชญ์รวบหุ้นแจส

นายชาญ บูลกุล หรือที่รู้จักกันดีในนาม มาชาน ลี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษา นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า การรับซื้อหุ้นจัสมินทั้งหมดนั้น โดยส่วนตัวยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนายพิชญ์ ซึ่งต้องการจะรวบรวมหุ้นให้เรียบร้อย เพื่อที่จะนำไปสู่แนวทางการผลักดันให้ธุรกิจมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยแผนต่อไปจะนำไปขายต่อหรือควบรวมกับใคร ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจเพราะต้องรับซื้อหุ้นทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อน

“การที่มีประเมินว่าจะนำหุ้นไปขายต่อนั้น หรือการนำหุ้นไปควบรวมกับบริษัทอะไร ยังไม่ได้คิดตอนนี้ขอรวบรวมหุ้นให้ได้มากที่สุดก่อนค่อยตัดสินใจอีกครั้ง”

แจสรับยังสนใจลงทุน 4 จี

นายชาญกล่าวว่า บริษัทจัสมินยังมีความสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจมือถือในระบบ 4 จีอยู่ และหากจะต้องหาพันธมิตรใหม่ก็คงต้องมีซินเนอยีในเรื่องดังกล่าวด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ระบุว่าจะทำอะไรหรือกรณีที่คาดว่าจะไปขายหุ้นต่อให้นักลงทุนต่างประเทศนั้น ก็คงต้องดูว่ากลุ่มไหนสามารถให้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจหรือสร้างความแกร่งให้กับบริษัทในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ได้ข้อมูลมา ควรจะไตร่ตรองให้ดีเพราะไม่อยากให้เข้าไปร่วมเก็งกำไรกับหุ้นถูกนำมาเกี่ยวโยงด้วย หากไปเป็นไปตามที่คาดการณ์ก็อาจเจ็บตัวได้

ก่อนหน้านี้ จัสมินฯได้เข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 4 จี และเป็นหนึ่งในผู้ชนะใบอนุญาตดังกล่าวด้วยวงเงิน7.5 หมื่นล้านบาท แต่ต้องทิ้งใบอนุญาตดังกล่าวเพราะหาแบงการันตีไม่ทัน

ปัจจุบัน นายพิชญ์ ถือหุ้นจัสมินฯ 60.49%จากเดิม 29.42% ขณะที่วอร์แรนท์ถือสัดส่วน 22.33% จากเดิม 12.06%

โบรกคาด 2 ทางเลือแจส“ขายหุ้นต่อ-สวอปหุ้น”

บล.เอเชียพลัส ประเมินว่าหุ้นจัสมินที่ พิชญ์ทำเทนเดอร์รอบนี้ น่าจะมีแนวทาง 2 รูปแบบ คือรูปแบบแรกไปขายกิจการให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจมือถือ ซึ่งหากพิจารณาถึงความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องการจัสมิน เชื่อว่า บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น มีความจำเป็นน้อยกว่า บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส หรือเอไอเอส และบริษัทโทเทิ่ล แอสเซท คอมมิวนิเคชั่น หรือดีแทค เพราะมีฐานธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้ว การซื้อธุรกิจจัสมินมา อาจเป็นการลงทุนซ้ำซ้อน ขณะที่ฐานะการเงินปัจจุบันไม่ได้มีความพร้อม

ทั้งนี้ แอดวานซ์เป็นบริษัทมีความพร้อมในด้านฐานะการเงินและมีความสามารถพอที่จะก่อหนี้ เพราะมีอีบิทด้าปีนี้อยู่ประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น

ส่วนดีแทคก็ยังมีโอกาส นายพิชญ์ เลือกที่จะควบรวมกับค่ายมือถือ ทั้งนี้ดีแทคน่าจะเป็นผู้ที่ต้องการจัสมิน มากสุด เพื่อโอกาสอยู่รอดในธุรกิจสื่อสารที่มากขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดทางฐานะการเงินปัจจุบันที่อ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับ ยังต้องกันเงินทุนบางส่วนไว้ประมูลคลื่นส่วนใหญ่ของตนเอง ที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2561 และ กสทช. จะนำกลับมาเปิดประมูลใหม่เช่นเดียวกับคลื่นอื่นๆ ที่หมดอายุไปก่อนหน้านี้

ดังนั้น หาก ดีแทค ต้องการได้ธุรกิจอินเทอร์เน็ต จัสมินมาเติมเต็มธุรกิจของตนเอง การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วยการควบรวมกิจการกับจัสมินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสุด เพราะไม่ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ โดยอาจเป็นเพียงการสวอปหุ้นกับผู้ถือหุ้นใหญ่ของจัสมิน

บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มของธุรกิจหลังการซื้อหุ้นคืนเต็มไปด้วยการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อยมองว่าการขายหุ้นเป็นตัวเลือกที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การที่ไม่นำจัสมินออกจากตลาด ทำให้ สามารถนำหุ้นไปขายให้กับกลุ่มที่ 3 ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

ตลาดแขวนจัสมินเทเลคอมไม่ชี้แจงข้อมูล

ด้านตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขายหุ้น (SP) บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) ตั้งแต่รอบบ่ายวานนี้ (20 ก.ย.) เนื่องจากรอบริษัทเปิดเผยสารสนเทศสำคัญ หลังช่วงเช้าขึ้นเครื่องหมายเอชไปแล้วและบริษัทยังไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้

นายปลื้มใจ สินอากร กรรมการ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ กล่าวว่า บริษัทได้ขอหยุดพักการซื้อขาย เนื่องจากนายพิชญโพธารามิก (ผู้ทําคําเสนอซื้อ) ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล และได้หุ้นเกินกว่า 50% ซึ่งถือว่าเป็นการได้มาซึ่งอํานาจควบคุมของบริษัท จัสมิน เทเลคอม ทางอ้อม

นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)กล่าวว่า ภาพของการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอ้างอิงอนุพันธ์ของจัสมิน ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน มีมูลค่าการซื้อขายคิด

เครดิตสวิสแนะขายเทนเดอร์

บล.เครดิต สวิส ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้ประเมินเป้าหมายของจัสมิน อยู่ที่ 6.80 บาท ขณะที่ราคาเสนอซื้อของนายพิชญ์ อยู่ที่ 7.25 บาทต่อหุ้น จึงมองว่าเป็นการเสนอซื้อหุ้นที่ลักษณะที่เป็นธรรม และแนะนำให้นักลงทุนทำเทนเดอร์ ซึ่งจะทำให้นายพิชญ์ มีอำนาจควบคุมการบริหารองค์กรสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ยังคงประเมินว่า บริษัทมีประเด็นที่ต้องจับตาทั้งเรื่องของธรรมาภิบาล และการบริหารงานภายในปีที่แล้ว โดยเฉพาะยังมีคดีความเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้จากปี 2546 และเรื่องการไม่จ่ายเงินจากการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์

ทั้งนี้ มองว่าการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ควรจะดำเนินการต่อ เพื่อให้บริษัทแปลงสภาพ เนื่องจากเป็นหนทางเดียวที่จะลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจบรอดแบรนด์ในเอเชีย ซึ่งผู้ประกอบการในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่ก็จะมีธุรกิจมือถือเพิ่มเติมอยู่แล้วโดยหุ้นที่ได้คืนมาอาจจะใช้ไปลงทุนในธุรกิจสายอินเทอร์เน็ต