วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดสมาร์ทโฟนอิ่มตัว ยอดขายเพิ่มแค่1ล้านเครื่อง

"นักวิเคราะห์" ประเมิน ตลาดสมาร์ทโฟนไทยเข้าสู่วัฏจักรใหม่ คาดปีนี้อิ่มตัวยอดขายรวมเพิ่มแค่ 1 ล้านเครื่อง บีบธุรกิจหานวัตกรรมใหม่ดึงดูดผู้ใช้

นายณัฐชนน บุญสอน นักวิเคราะห์ตลาดไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนไทยเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัวในปีนี้ โดยคาดว่ายอดขายรวมจะเติบโตช้าลงอย่างชัดเจน หรือ 23 ล้านเครื่องจากปีที่ผ่านมา 22 ล้านเครื่องจากที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดด

ทั้งนี้ถือเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับประเทศในแถบเดียวกัน เช่น มาเลเซีย จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ครอบคลุมมากขึ้น และการโหมตลาดอย่างต่อเนื่องของผู้ค้าที่ทำให้ปัจจุบันคนไทยเกิน 50% มีสมาร์ทโฟนใช้งานแล้ว

นอกจากนี้ตลาดที่เริ่มอิ่มตัวจะส่งผลเนื่องให้เกิดการเข้าสู่วัฏจักรใหม่ หรือก้าวเข้าสู่วงจรของตลาดเปลี่ยนเครื่อง (รีเฟรชเมนท์) ที่ดึงดูดด้วยฟังก์ชั่น หรือนวัตกรรมใหม่มากกว่าการผลักดันผู้ใช้งานใหม่ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานของโทรศัพท์ ทั้งอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ยาวนานขึ้นจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทำให้แนวโน้มการเปลี่ยนเครื่องจากเดิมทุก 0.5-1 ปีขยับเป็น 1-2 ปี

ไอดีซียังคาดการณ์ว่า สมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี 4จีจะแซงหน้าตลาดสมาร์ทโฟน 3จีภายในสิ้นปีนี้ โดยคุณสมบัติส่วนใหญ่ของสมาร์ทโฟนที่ใช้กันในตลาดไทยจะนิยมจอขนาด 5-5.5 นิ้ว ขณะเดียวกัน ก็มีแนวโน้มจะซื้อเครื่องใหม่ในราคาที่แพงขึ้น หรือจากราคาเฉลี่ยที่ 5,900 บาทในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6,500 บาทในปี 2560 และขยับเป็น 8,250 บาทในปี 2560

“ไซเคิลใหม่ของสมาร์ทโฟนจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมล้ำๆ เช่น ออคเมนเต็ด เรียลิตี้ (เออาร์) และเวอร์ชวล เรียลิตี้ (วีอาร์) สำหรับการมองและสร้างภาพเสมือนบนอุปกรณ์ที่เริ่มต่อยอดธุรกิจที่นอกเหนือจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์เท่านั้น เช่น การนำเทคโนโลยีไบโอเมตริกเข้ามาเพิ่มความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟน หรือการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่นำพิกัดจีพีเอสเข้ามาผสมผสานเป็นเกม หรือบริการร้านค้าที่ระบุโลเคชั่นได้"

ขณะที่บทบาทของสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น แวร์เอเบิล ดีไวซ์ (อุปกรณ์ไอทีที่สวมใส่บนร่างกาย) และเทคโนโลยีเสมือน จากเมื่อก่อนทุกอย่างจะต้องเชื่อมต่อผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นหลัก แต่ตอนนี้สามารถทำทุกอย่างได้โดยใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งก็จะเริ่มมีพัฒนาการให้เห็น นอกจากคุณสมบัติเครื่องแล้ว ดีไซน์ก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นจอสี่เหลี่ยมธรรมดา กลายเป็นมือถือจอโค้ง หรือบิดงอได้

นายณัฐชนน ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังเปลี่ยนแปลง ในภาคธุรกิจก็จำเป็นต้องปรับตัวด้วย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดจากการใช้งาน หรือแม้แต่ในมุมของผู้ขายซึ่งผู้ใช้มีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้นจากคู่แข่งที่หลากหลาย นอกจากผู้ค้าในตลาดมือถือเดิม และผู้ให้บริการ (โอเปอเรเตอร์) ที่ขยับเข้ามาทำมือถือแข่งด้วย

ขณะที่สภาพตลาด “แทบเล็ต” ที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่งในอุตสาหกรรมไอทีช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันอยู่ในช่วงขาลง โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขายรวมทุกแบรนด์จะอยู่ที่ 8.5 แสนเครื่องจากปีที่ผ่านมา 1.4 ล้านเครื่อง และ 3.1 ล้านเครื่องในปี 2557 เช่นเดียวกับตลาดพีซีที่มีแนวโน้มทรุดต่อเนื่อง หรือยอดขายรวมต่ำกว่า 2.5 ล้านเครื่อง

นายจาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยตลาดไคลเอนต์ดีไวซ์และหัวหน้านักวิเคราะห์ ไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตของสินค้าสมาร์ทโฟนที่หมดความหวือหวา หรือจากที่เคยเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจะเหลือไม่เกิน 5% จากปีนี้้เป็นต้นไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากแตกต่างจากยุคที่เคยเกิดกับสินค้าหลักอย่าง “คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล” หรือพีซี ที่หลังจากผ่านจุดสูงสุดจะเริ่มถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ต

แต่สำหรับ “สมาร์ทโฟน” เมื่อถึงจุดอิ่มตัวกลับพัฒนาตัวเองเป็นฐานสำหรับการต่อยอดนวัตกรรมอื่นๆ เช่น เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น, เกม หรืออุปกรณ์มองภาพเสมือน ทำให้ความต้องการสมาร์ทโฟนจะยังมีต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จะเกิดการหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ๆที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน

โดยปีนี้จะเริ่มเห็นยอดขายสินค้าใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าหลักในตลาดไอที และมีแนวโน้มจะเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยม เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ และสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่คาดว่าครึ่งปีแรกมียอดขายรวมกันจากสินค้าเพียงไม่กี่แบรนด์ 2.45 แสนเครื่อง มูลค่าตลาด 1.56 พันล้านบาท เทียบกับมูลค่าตลาดสินค้าไอทีเดิม (พีซี และสมาร์ทโฟน) ที่คาดว่าปีนี้จะถึงจุดต่ำสุดที่ 2 แสนล้านบาทเท่านั้น