วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จ๊อบไทย’ชี้หางานออนไลน์ยิ่งฮิต ไอทีกระแสแรงรับยุคดิจิทัลฯ

‘จ๊อบไทย’ชี้หางานออนไลน์ยิ่งฮิต ไอที-โปรแกรมเมอร์-การตลาดออนไลน์ กระแสแรงรับดิจิทัลอีโคโนมี

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) ผู้ให้บริการเว็บไซต์หางานและสมัครงานผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ข้อมูลทิศทางการหางานออนไลน์ขยายตัวไม่หยุด งานไอที-โปรแกรมเมอร์-การตลาดออนไลน์กระแสแรงรับอานิสงส์ดิจิทัลอีโคโนมี ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล “กรุงเทพธุรกิจ” เก็บใจความสำคัญมาดังนี้

ภาพรวมการหางานบนช่องทางออนไลน์ในประเทศไทยยังคงขยายตัวไม่หยุด ปัจจุบันกินสัดส่วนกว่า 87% ส่วนออฟไลน์ยังมีอยู่ โดยมักเป็นการเข้าไปโดยตรงตามประกาศของบริษัทนั้นๆ


ทั้งนี้ ตำแหน่งงานที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงคืองานที่เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล โปรแกรมเมอร์ และที่เกี่ยวข้องกับไอที รับอานิสงส์นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล และไลฟ์สไตล์ดิจิทัล แต่ทั้งนี้เป็นช่วงของการปรับตัวเนื่องจากมหาวิทยาลัยยังผลิตบุคลากรออกมาได้ไม่เพียงพอ


จ๊อบไทยระบุว่า ประเภทงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย งานขาย 25.2% บริการลูกค้า 16.1% วิศวกรรม 8.7% บัญชี/การเงิน 7.4% จัดซื้อ/ธุรการ 7.1% ไอที/โปรแกรมเมอร์ 4.4% ผลิต/ควบคุมคุณภาพ 4.2% การตลาด 4% เร่งรัดหนี้สิน/ประนอมหนี้ 2.4% โยธา/สถาปัตย์/มัณฑนากร 2.2%

ปัจจุบัน มูลค่ารวมสื่อโฆษณาหางานในประเทศไทยมีราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งปี 2559 เทียบกับปีก่อนหน้าคาดว่าจะเติบโตอีก 10-15% แม้เศรษฐกิจชะลอ ทว่าภาคธุรกิจยังคงใช้งบกับการโฆษณาหางาน โดยกลุ่มที่ใช้จ่ายต่อเนื่องคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงก่อสร้าง ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ตำแหน่งงานที่ประกาศบนจ๊อบไทยมีอยู่ 8 หมื่นอัตรา จาก 130 สาขาอาชีพ 40 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ แม้ไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ทว่าไม่ได้ลดลง ฉะนั้นหากไม่เลือกงานรับรองว่ามีงานทำแน่นอน

ข้อมูลเดือนมิ.ย.2559 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า สถานการณ์การว่างงานในประเทศไทยปี 2559 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าพบว่า มีอัตราการเลิกจ้างและว่างงานเพิ่มขึ้นกว่า 7 หมื่นคน รวมมีผู้ว่างงานทั้งหมด 3.9 แสนคน ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการใช้งานจ๊อบไทยซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวการเข้าใช้งานเว็บโตขึ้น 30% ขณะเดียวกันหลายสายงานมีอัตราการค้นหาและสมัครงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สนใจสมัครวิศวกรรมมากสุด
สถิติระบุว่าปี 2558 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทั่วประเทศ กว่า 3 แสนคน จากจำนวนดังกล่าวมีเข้ามาลงทะเบียนฝากประวัติไว้ที่จ๊อบไทยกว่า 1.4 แสนคน

ผลการวิจัยโดยจ๊อบไทยจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนกว่า 1.4 แสนคนดังกล่าวพบว่า สาขาอาชีพที่นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ให้ความสนใจสมัครงานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ งานวิศวกรรม เช่น วิศวกรรมการผลิต วิศวกรรมอุตสาหการ-โรงงาน วิศวกรรมไฟฟ้า คิดเป็น 16.96% งานจัดซื้อ-ธุรการ 11.49% ผลิต-ควบคุมคุณภาพ 10.58% วิทยาศาสตร์/วิจัยพัฒนา 10.26% ขาย 6.41%

ขณะที่ สาขาอาชีพยอดนิยมที่นักศึกษาจบใหม่ต้องการเงินเดือนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ งานวิศวกรรม เริ่มต้นที่ 17,600-28,000 บาท งานไอที-โปรแกรมเมอร์ เริ่มต้นที่ 14,800-25,000 บาท และงานสิ่งแวดล้อม/ISO เริ่มต้นที่ 16,000-22,000 บาท วิทยาศาสตร์/วิจัยพัฒนา 14,700-20,000 บาท ผลิต-ควบคุมคุณภาพ 14,500-20,000 บาท

ส่วนสาขาอาชีพที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ งานวิทยาศาสตร์-วิจัยพัฒนา มีอัตราการแข่งขัน 1 ต่อ 32 คน อันดับสอง งานทรัพยากรบุคคล 1 ต่อ 15.5 คน งานวิชาการ-อาจารย์ 1 ต่อ 15 คน นำเข้า-ส่งออก/ชิปปิ้ง 1 ต่อ 12 คน ผลิต/ควบคุมคุณภาพ 1 ต่อ 11.5 คน

แนะฝึกทักษะเขียนอีเมล
สำหรับ ทักษะการทำงานที่นักศึกษาคิดว่าตัวเองถนัดที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การสืบค้นข้อมูลข่าวสาร การทำงานเป็นทีม การประสานงาน การบริหารเวลา การวิเคราห์และแก้ปัญหา ตามลำดับ

ด้านทักษะที่ไม่ถนัดที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การเขียนอีเมล การนำเสนองาน ความเป็นผู้นำ การเขียนรายงาน การย่อความ/สรุปความ ตามลำดับ

ทักษะต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นต่อการทำงานและเป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรใช้พิจารณาเข้าทำงาน ซึ่งนิสิต นักศึกษาควรพัฒนาและฝึกฝนให้มีความพร้อม สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจปัจจุบันซึ่งมองหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติหลากหลาย เพื่อช่วยยกระดับองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

พร้อมกับแนะว่า โอกาสที่จะทำให้ได้รับเลือกเข้าทำงานมากขึ้น ทุกวันนี้บริษัทต่างๆ ไม่ได้พิจารณาเพียงผลการเรียน ทว่าดูกิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน การฝึกงาน ดังนั้นแต่ละคนจำต้องฝึกทุกทักษะให้ครบเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปสู่โลกการทำงานจริง

พัฒนาแพลตฟอร์มใช้ง่าย
สำหรับจ๊อบไทย ทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น พร้อมปรับตัวตามความต้องการและตลาดแรงงาน รวมถึงจะมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับธุรกิจองค์กร ขณะนี้มีลูกค้าภาคธุรกิจประมาณ 1 หมื่นราย ผู้มาฝากประวัติหางาน 1.1 ล้านราย เทียบกับปีก่อนหน้าเติบโต 10%
ประเมินจากการเข้าชมยังคงครองอันดับ 1 เว็บไซต์หางานออนไลน์ประเทศไทย ด้วยจำนวนผู้เข้าชม 11 ล้านคนต่อปี ขณะที่ต่อวันมีอยู่ราว 1.5 แสนยูนีคยูสเซอร์

“ทิศทางธุรกิจของเราปีนี้มุ่งพัฒนาระบบการค้นหาให้สะดวกมากขึ้น ที่จะโฟกัสเป็นพิเศษคือการค้นหาผ่านช่องทางโมบาย สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะเดียวกันทำให้ใช้งานได้ในทุกๆ หน้าจอ”

อย่างไรก็ดี เตรียมใช้งบการลงทุนด้านไอทีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 10% ของรายได้รวม ในแผนงานจะนำมามาใช้พัฒนาทั้งระบบฐานข้อมูล อินฟราสตรักเจอร์ ขยายเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ สำหรับให้บริการลูกค้า

โดยแนวคิดสำคัญ ตั้งเป้าเป็นโซลูชั่นเพื่อการหางาน สมัครงานที่ทันสมัยที่สุด มีบริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ และบริษัทที่ต้องการหาพนักงานอย่างเต็มรูปแบบ

จ๊อบไทยบอกว่า พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นของผู้ใช้งาน และจะนำทุกคำติชมไปพัฒนาบริการให้ดีมากขึ้น เชื่อว่าแนวคิดนี้สำคัญอย่างมากที่ทำให้ธุรกิจเติบโต และอยู่มาได้จนวันนี้

ขณะที่ โมเดลการหารายได้ หลักๆ คือ เก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทที่มาลงโฆษณาหางาน โดยมีให้เลือกใช้หลากหลายแพ็คเกจ กลุ่มเป้าหมายมีตั้งแต่ตำแหน่งงานทั่วไปในสำนักงาน กระทั่งผู้บริหารระดับสูง