เอไอเอสชี้แนวโน้มการแข่งขันบริการมือถือดุ ทุกค่ายมุ่งสร้างความต่าง ปีนี้วีดิโอ และไลฟ์สตรีมมิ่ง มาแรง
หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ในย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์สิ้นสุดลง นอกจากการให้บริการของค่ายมือถือที่ชูเรื่องความเร็วความแรงของสัญญาณ 4จีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือ คอนเท้นต์ และแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการควบคู่กันไป
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ปี 2559 การแข่งขันจะดุเดือด และรุนแรงแน่นอน เริ่มตั้งแต่การประมูลที่จบไป การเริ่มต้นลงทุนขยายโครงข่ายของทุกผู้ประกอบการ
สิ่งที่จะทำให้เอไอเอสแตกต่างคือ การสร้างแพ็คเกจการให้บริการที่ออกมาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า เพราะเชื่อว่านับจากนี้ การแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้น และผู้บริโภคคือผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุด โดยในปีนี้ค่ายมือถือต่างพยายามสร้างเครือข่ายให้แข็งแกร่งและหาลูกค้าเข้ามาในระบบ
ส่วนปี 2560 เอไอเอสมองว่าจากสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตในระบบเอไอเอสมีประมาณ 20 ล้านราย การใช้อินเทอร์เน็ตมีเฉลี่ย 5 ชั่วโมงต่อวัน ดูวีดิโอกว่า 10 ล้านวีดิโอต่อวัน และอัพโหลดรูปภาพ 1.8 ล้านรูปต่อวัน แสดงให้เห็นว่า การใช้อินเทอร์เน็ตมีในปริมาณที่สูงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการบริโภควีดิโอที่มากขึ้น
สิ่งที่จะเห็นความเข้มข้นต่อจากนี้คือ แพ็คเกจของเอไอเอสต่อไปจะรวมบริการวีดิโอ คอนเท้นต์ไปด้วยนอกเหนือจากในแพ็คเกจที่มีค่าโทรและการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยเอไอเอสเชื่อว่านี่คือหนึ่งในรูปแบบการแข่งขันใหม่
"เรามองว่าปี 2560 แกนของการให้บริการจะมี 5 ประเภทคือ 1.วีดิโอคอนเท้นต์ 2. เกม ด้วยความเร็วและแรงของอินเทอร์เน็ตในยุค 4จีทำให้การเล่นเกมไม่มีสะดุด คมชัดด้วยคุณภาพระดับเอชดี 3.Internet of Things การเชื่อมอุปกรณ์สื่อสารเชื่อมต่อหรือสั่งการระบบกับสิ่งต่างๆ 4.ดิจิทัล คอมเมิร์ซ การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องถือเงินสดแบบ Cashless Society และ 5. เอไอเอสคลาวด์สำหรับภาคธุรกิจ"
นอกจากนี้จากการประเมินว่าการแข่งขันจะดุเดือดมากขึ้นนั้น สิ่งที่เอไอเอาจะต้องเร่งปรับตัวคือ การพัฒนางานด้านการขายช่องทางการจำหน่าย และพันธมิตรคู่ค้าด้วย ส่วนงบประมาณในการทำตลาดและการลงทุนโครงข่ายนั้น คาดว่าจะใช้ไม่น้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา หรือราว 40,000 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าการขยายโครงข่าย 3จี และ 4จีนั้น นายสมชัยระบุว่า เอไอเอสมีทั้งเครือข่ายมีสายและไร้สายที่รวมเป็นอินฟราสตรักเจอร์ไร้สายหลัก โดยขณะนี้เอไอเอสมีเครือข่ายบนคลื่นความถี่ 3จี 4จี และ 4.5จีแล้ว 58,000 สถานีฐาน ขณะนี้ครอบคลุมประชากรมากกว่า 50% แล้ว และในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าขยายสถานีฐานให้ครอบคลุมประชากรในประเทศให้ได้ 98% เทียบเท่ากับระบบ 2จีในอดีต
ทั้งนี้ ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้า 4จีแล้วมากกว่า 6 ล้านเลขหมาย
ส่วนอินฟราสตรักเจอร์มีสายภายใต้เอไอเอสไฟเบอร์ ปัจจุบันมีข่ายสายลากผ่าน 2 ล้านครัวเรือน กทม. ปริมนทล และ 12 จังหวัดสำคัญ อีกทั้ง เอไอเอสมีวงจรเครือข่ายเฉพาะเจาะจงให้ภาคธุรกิจ ฟิกซ์ไลน์ ไวร์เลส ให้บริการไพรเวทเน็ตเวิร์กมีวงจรเชื่อมต่อขนาดแบนด์วิธ 280 กิกะบิตต่อวินาที
ก่อนจะเป็น“Digital for Thais”
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสใช้สโลแกน With you always อยู่เคียงข้างคุณมากว่า 7 ปี ตั้งแต่เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ที่ตอนนั้นเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการขั้นพื้นฐานของลูกค้าผ่านระบบการใช้งานด้านเสียง 2จี ต่อมาเป็น Your world your way ซึ่งการเป็นทำตลาดที่ลงไปเฉพาะกลุ่มแบ่งตามความชอบ ลักษณะการใช้งานเซ็กเมนต์มากขึ้น และมาถึง Live digital live more เน้นตอบโจทย์ใช้ชีวิตในยุคที่การใช้งานเปลี่ยนมาเป็นดาต้ามากขึ้น ซึ่งแต่ละคอนเซ็ปต์หลังๆ เปลี่ยนทุก 2-3 ปี
ส่วนวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะเป็น Digital for Thais อันนี้อธิบายว่าทุกคนจะได้หมด
คนไทยทุกคนต้องได้ความต้องการขั้นพื้นฐานแบบใด ยกระดับขึ้นมาจาการบริการพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
“เอไอเอสจะสื่อว่าหากชุมชนอยู่ได้ เอไอเอสเราแข็งแรง สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นมากกว่าแค่การทำซีเอสอาร์ แต่เราจะดึงเอาศักยภาพของอินเทอร์เน็ตมีแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการศึกกษา กำลังรวมกันเพื่อยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0”
ก่อนหน้านี้ เอไอเอส ได้ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกันออกแบบและติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าและระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อให้เยาวชนในชุมชนชายขอบเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่าย 3จีของเอไอเอสผ่านพลังงานทดแทน โดยการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านคีรีล้อม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์





