วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดสื่อสารไทยทะยาน 6 แสนล้าน

ดิจิทัลอีโคโนมี-4จีช่วยดัน

มูลค่าตลาดสื่อสารปี 2559 ทะยานเฉียด 6 แสนล้าน เติบโต 11.5% อานิสงส์การมา 4จี นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ชี้บริการสื่อสารความเร็วสูงดันใช้งานดาต้า ฟีเจอร์โฟนส่อแววหมดตลาด เตือนสภาวะเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยเสี่ยง แนะเร่งปรับตัวรับจุดเปลี่ยน

ผลสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารประเทศไทยประจำปี 2559 โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่า ปี 2559 จะเติบโต 11.5% หรือมีมูลค่า 597,584 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญมาจากแรงกระตุ้นของการขยายโครงข่าย3จี/4จี การดำเนินนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรและการให้บริการให้เป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี สภาวะทางเศรษฐกิจยังสร้างความเสี่ยง ทั้งเป็นแรงกดดันการเติบโตของตลาด ขณะเดียวกันหากภาคธุรกิจและภาครัฐปรับตัวได้ไม่ทันต่อการแข่งขันยุคดิจิทัลจะเป็นอีกข้อจำกัดต่อการเติบโตทั้งในมูลค่าตลาดสื่อสารและของตัวภาคธุรกิจนั้นๆ

ส่วนภาพรวมมูลค่าตลาดสื่อสาร ปี 2558 เติบโต 7.3% หรือคิดเป็นมูลค่า 535,989 ล้านบาท เป็นการเติบโตแบบชะลอตัวลงเนื่องจากภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นผู้ใช้หลักในตลาดระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ขณะที่ผู้ใช้องค์กรที่แม้ภาพรวมจะใช้จ่ายและลงทุนมากขึ้น แต่ดันตลาดให้โตเป็น 2 หลักไม่ได้ อีกทางหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมานโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของภาครัฐยังไม่ได้ส่งผลต่อตลาดมากนัก

นายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทยและที่ปรึกษาโครงการสำรวจฯ เผยว่า เมื่อจำแนกผลการศึกษาออกเป็นตลาดย่อยในปี 2558 พบว่ามูลค่าตลาดบริการสื่อสารยังมีสัดส่วนหลักถึง 57.7% ของภาพรวมมูลค่าตลาดสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการนอนวอยซ์ในบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเติบโตกว่า 21.5% หรือมีมูลค่า 107,540 ล้านบาท

ส่วนปี 2559 จะเติบโตได้ถึง 41.2% หรือมีมูลค่า 151,847 ล้านบาท ขณะที่บริการวอยซ์มีทิศทางหดตัวลงจากปี 2557 มีมูลค่า 108,864 ล้านบาท และคาดว่าตลาดปี 2559 จะหดตัวลงเหลือ 94,712 ล้านบาท หรือติดลบ 13.0%

ขณะที่บริการอินเทอร์เน็ต (ไม่รวมอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือโมบายดาต้า) ปี 2558 มีมูลค่า 53,578 ล้านบาท เติบโต 10.1% และคาดการณ์ว่า ปี 2559 จะเติบโต 10.9% หรือมีมูลค่า 59,396 ล้านบาท

ด้านตลาดบริการสื่อสารข้อมูล ปี 2558 เติบโต 5.2% หรือมีมูลค่า 14,302 ล้านบาท และคาดว่าปี 2559 จะเติบโตอีก 5.4% หรือมีมูลค่า 15,071 ล้านบาท โดยทิศทางมูลค่าตลาดลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคข้อมูล หรือดาต้ามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง กลับกันตลาดบริการประเภทเสียงมีแนวโน้มหดตัวลงต่อเนื่อง

ข้อมูลระบุว่า ปี2558 ตลาดบริการโทรศัพท์ประจำที่ติดลบ 7.4% หรือมีมูลค่า 14,809 ล้านบาท และคาดว่าจะหดตัวลงเป็นติดลบ 12.1% หรือมีมูลค่า 13,016 ล้านบาทเช่นเดียวกับตลาดโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ปี 2558 มีมูลค่า 10,357 ล้านบาท ซึ่งติดลบ 16.6% และคาดว่า ปี 2559 ตลาดจะยังคงหดตัวลงเป็นติดลบ 24.6% การหดตัวลงเหล่านี้เกิดจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้การสื่อสารผ่านการแชทหรือโทรผ่านบริการคอนเทนท์ออนไลน์อื่นๆ แทน

สำหรับตลาดอุปกรณ์สื่อสารในปี2558มีสัดส่วนมูลค่าตลาด42.3%ของตลาดสื่อสารภาพรวมโดยที่น่าสนใจคือการลงทุนขยายโครงข่าย3จีและ4จีสะท้อนให้ตลาดอุปกรณ์ไร้สายปี2558มีการเติบโต31.0%หรือมีมูลค่า35,809ล้านบาทและคาดว่าการขยายโครงข่าย4จีจะผลักดันให้ตลาดปี2559เติบโตอีก42.0%คิดเป็นมูลค่า50,860ล้านบาท

ส่วนของตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักปี2558มีการเติบโต9.3%หรือมีมูลค่า69,680ล้านบาทแบ่งเป็นอุปกรณ์คอร์เน็ตเวิร์คมูลค่า45,160ล้านบาทและCabling 24,520ล้านบาทโดยคาดการณ์ว่าปี2559ตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักจะเติบโตได้ถึง13.1%หรือมีมูลค่า78,780ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ตลาดอุปกรณ์ใช้สายปี2558มีการเติบโต7.0%หรือมีมูลค่า16,030ล้านบาทและคาดว่าปี2559จะสามารถเติบโตอีก12.2%หรือมีมูลค่า17,980ล้านบาทการเติบโตของตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักและตลาดอุปกรณ์สื่อสารใช้สายนั้นจะได้รับแรงกระตุ้นจากนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาลทั้งการขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้านการพัฒนาบริการดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนจากนโยบายดังกล่าวออกมาภายในปี2559นี้

อวสานฟีเจอร์โฟน
นายศุภชัยชี้ว่า สิ่งที่น่าสนใจจากผลการสำรวจอีกด้านหนึ่งคือตลาดเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเติบโตแบบชะลอตัวลงโดยในปี2558มีการเติบโต12.9%หรือมีมูลค่า103,725ล้านบาทคาดว่าในปี2559จะมีการเติบโต3.1%หรือมีมูลค่า106,960ล้านบาท

ทั้งนี้ พบว่ามูลค่าตลาดเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนใหญ่เป็นตลาดเครื่องสมาร์ทโฟน โดยในปี2558มีมูลค่า103,050ล้านบาทและในปี2559คาดว่าจะมีมูลค่า106,700ล้านบาทหรือเติบโต3.5%

ขณะที่ตลาดฟีเจอร์โฟนเมื่อปี2558มีมูลค่า675ล้านบาทโดยคาดการณ์ว่าปี2559จะเหลือมูลค่าตลาดเพียง260ล้านบาทการชะลอตัวเป็นผลจากระดับราคาเครื่องมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆทั้งจากการส่งเสริมการขายของผู้ให้บริการเครือข่าย และการเข้ามาทำตลาดของเครื่องราคาถูกที่มากขึ้น

นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ราคาสูงของผู้บริโภคทำได้ยากขึ้นด้วยขณะที่ตลาดเครื่องโทรศัพท์ประจำที่ยังมีแนวโน้มหดตัวลงอย่างต่อเนื่องโดยในปี2558หดตัวติดลบ14.1%มีมูลค่า1,295ล้านบาทและคาดว่าในปี2559จะหดตัวติดลบ10.9%

แนะเร่งปรับตัว
ผลสำรวจระบุว่าปี2558ภาคครัวเรือนยังคงเป็นกลุ่มผู้ใช้จ่ายหลักในตลาดสื่อสารโดยมีสัดส่วนการใช้จ่าย55.7%ต่อมูลค่าตลาดสื่อสารภาพรวมซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีทิศทางลดลงจากปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายกลุ่มครัวเรือนที่ลดลงประกอบกับระดับราคาของผลิตภัณฑ์และบริการมีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันทางด้านราคา

ขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐมีสัดส่วนการใช้จ่าย44.3%ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากการพัฒนาโครงข่ายการให้บริการของผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอีกส่วนที่สำคัญคือการลงทุนปรับเปลี่ยนและยกระดับการใช้เทคโนโลยีในองค์กรที่เริ่มเห็นอยู่บ้างแม้การทำธุรกิจจะยากลำบากในสภาะเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม

นายศุภชัยประเมินว่า แม้ผลการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารของไทยยังเติบโตได้ดีแต่แนวโน้มการทำรายได้จากการให้บริการแบบเดิมๆของผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะยากขึ้นดังนั้นผู้ให้บริการจำต้องเพิ่มบริการที่เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นบริการออนไลน์คอนเทนท์หรือระบบการชำระเงินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เครือข่าย อีกทางหนึ่งภาคธุรกิจอื่นๆไม่สามารถละเลยต่อการพัฒนาบริการผ่านดิจิทัลได้เพราะแนวโน้มกลุ่มธุรกิจเกิดใหม่อย่างเทคสตาร์ทอัพเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

เช่นฟินเทคในภาคบริการทางการเงินและสุดท้ายสิ่งที่ควรให้ความสำคัญต่อสังคมในยุคดิจิทัลคือการทำให้ประชาชนสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสร้างประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตหรือสร้างผลิตภาพมากกว่าการเสพดิจิทัลเพื่อความบันเทิงเพียงด้านเดียว